Browse Tag by การตลาดออนไลน์
SEO ทั่วไป

SEO WebP ไฟล์ฟอร์แมทใหม่ ช่วยให้โหลดเว็บไซต์ได้เร็วจริงหรือ

SEO WebP ไฟล์ฟอร์แมทใหม่ ช่วยให้โหลดเว็บไซต์ได้เร็วจริงหรือ

การทำการตลาดออนไลน์ด้วย SEO ซึ่งย่อมาจากคำว่า Search Engine Optimization เป็นการปรับแต่งเว็บไซต์ และปรับปรุงเนื้อหา เพื่อทำให้เว็บไซต์มีคุณภาพและติดอันดับต้น ๆ ผ่าน Search Engine ด้วยเครื่องมือค้นหาต่าง ๆ เช่น Google และ Yahoo เป็นต้น ยกเว้น Safari ที่ยังไม่รองรับ ซึ่งนอกจากการปรับปรุงเนื้อหาแล้ว รูปภาพหรือไฟล์ฟอร์แมท ต่าง ๆ อย่างเช่น JPEG, PNG ,GIF ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้การค้นหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบัน Google ได้พัฒนาไฟล์ฟอร์แมท WebP ขึ้น เพื่อช่วยให้การโหลดเว็บไซต์ทำได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น แต่ข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร ตามไปดูข้อมูลน่ารู้ที่นำมาฝากกันดีกว่าค่ะ

เพื่อให้เว็บไซต์ติดอยู่ในอันดับต้น ๆ บนหน้าแสดงผลการค้นหา เราสามารถทำได้โดยการปรับแต่งเว็บไซต์โดยการปรับปรุงและพัฒนาเนื้อหา เพิ่มลิงก์ที่มีคุณภาพ (Backlink) ไปที่เว็บไซต์ ซึ่งจะช่วยให้เว็บไซต์มีผู้เข้าชมได้เพิ่มมากขึ้น และการใช้ไฟล์ฟอร์แมทสำหรับรูปภาพบนหน้าเว็บ ซึ่งที่ผ่านมาเราอาจคุ้นเคยกับไฟล์ JPG, PNG และ GIF แต่ทว่าโลกของการค้นหาและเข้าถึงเว็บไซต์ได้เปลี่ยนไปด้วย WebP ซึ่ง Google พัฒนาไฟล์ฟอร์แมทนี้เพื่อรองรับการค้นหาด้วยภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่ปรากฏบนหน้าเว็บ ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจคือ ทั้งนี้เพราะการลดขนาดไฟล์ภาพลงส่งผลดีต่อการเข้าถึงเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็วมาก และมีผลต่อคะแนน SEO ของเว็บไซต์นั้น ๆ อีกด้วย

ด้วยคุณสมบัติพิเศษของWebP ที่เป็นไฟล์มีขนาดเล็กกว่าฟอร์แมทเดิม ๆ อย่าง JPG, PNG และ GIF จึงช่วยให้การดาวโหลดเว็บไซต์ทำได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น ซึ่งตอบโจทย์คนทำ SEO ในด้านการลื่นไหลในการดาวน์โหลดและเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วหรือที่เรียกว่า (Website Speed) นั่นเอง

ข้อดีของ ไฟล์แบบ WebP มีดังนี้

  1. WebP ฟอร์แมท เป็นไฟล์ขนาดเล็กกว่าครึ่งหนึ่ง (หรือกว่า 50 เปอร์เซ็นต์) เมื่อเทียบกับ ฟอร์แมทชนิดอื่น ๆ
  2. WebP ให้สีสันที่คงทนและเสมือนจริงมากกว่า เช่น เมื่อเทียบกับ GIF แล้วจะเห็นได้ว่า WebP มีขนาดไฟล์ที่เล็กกว่ามาก แต่สามารถทำภาพ Animation ที่มีจำนวนสีสันได้มากถึง 24 bit ในขณะที่ GIF มีจำนวนสีเพียง 8 bit
  3. หากต้องการทำพื้นหลังให้โปร่งใสหรือ Transparent เหมือน PNG ก็ทำได้ และสามารถบีบอัดแบบ Lossy Compression (การบีบอัดแบบสูญเสียรายละเอียดภาพบางส่วนแต่ความสว่างในแต่ละจุดของภาพยังคงเดิม) ได้เหมือนกับไฟล์ JPG

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีซอฟท์แวร์หลักที่พัฒนาเพื่อรองรับไฟล์ฟอร์แมท WebP แต่ผู้ใช้ก็สามารถทดลองใช้ได้ฟรีด้วยการดาวน์โหลดและ Convert ไฟล์จาก WebP Convertor ซึ่งในอนาคตเชื่อว่าบริษัทซอฟท์แวร์หลายแห่งกำลังพัฒนาเวอร์ชั่นใหม่ ๆ เพื่อรองรับการให้บริการดังกล่าวมากขึ้น ดังนั้น ขั้นตอนการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อทดสอบความเร็วในการดาวโหลดเว็บไซต์ จึงสามารถทำได้โดยการเพิ่มไฟล์ภาพที่เป็น JPG แนบไว้ด้วยทุกครั้ง เพื่อแทนค่าสำหรับอุปกรณ์ที่ไม่สามารถแสดงภาพจาก WebP ได้

แนวทาง SEO อื่นๆ

อยากให้เว็บไซต์ได้อันดับ SEO ที่ดี ต้องทำอย่างไร

อยากให้เว็บไซต์ได้อันดับ SEO ที่ดี ต้องทำอย่างไร

ผู้ทำธุรกิจออนไลน์ทุกคนต่างต้องการเว็บไซต์ของตัวเองถูกสืบค้นแล้วแสดงในอันดับต้น ๆ ใน Google เพื่อเพิ่มยอดขายสินค้าและบริการให้มากที่สุด แต่ทำอย่างไรถึงจะได้คะแนนอันดับ SEO ที่ดี อยู่ในอันดับ 1 ใน 3 หรือ 1 ใน 5 ตลอดเวลา เรามาดูเทคนิคต่อไปนี้กัน

1.ต้องเลือกใช้ keyword ที่ดี
การใช้คีย์เวิร์ด SEO ที่ดี มีอิทธิพลอย่างมากต่อการเติบโตของเว็บไซต์ ควรเลือกคำที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายใช้พิมพ์สืบค้นในช่อง Google search ซึ่งลองหาตัวอย่างได้จาก Google trends หรือ พิมพ์คีย์เวิร์ดกว้าง ๆ ในช่อง search ของกูเกิ้ล จะปรากฏวลีต่าง ๆ ที่มีคนเคยสืบค้นที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย ควรนำคำเหล่านั้นมาผลิตบทความให้มากที่สุด

2.ทำบทความที่มีคุณภาพ
บทความในชีวิตประจำวัน เศรษฐกิจ สังคม การเมือง สุขภาพ แฟชั่น ดารานักร้อง ฯลฯ หากได้นักเขียนที่มีประสบการณ์ในการเลือกใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และมีความรู้ดีในเรื่องที่เขียน เข้าใจความต้องการของผู้อ่าน ร่วมกับการใช้คีย์เวิร์ด SEO ในข้อแรก จะทำให้ผู้อ่านได้รับความเพลิดเพลินและสนใจติดตามอ่านอยู่เสมอ

3.ความสดใหม่ของเนื้อหา
Google ให้ความสำคัญกับเนื้อหาสดใหม่ เจ้าของเว็บไซต์จึงต้องระวังการใช้ข่าวสารที่มีเนื้อหาเก่าหรือซ้ำซ้อนกับแหล่งข้อมูลอื่น หากเป็นบทความวิชาการ เช่น ความรู้ทางการแพทย์ การดูแลสุขภาพ สาระงานช่างและวิศวกรรม ฯลฯ ก็ควรหมั่นอัปเดตเรื่องราวในหน้าเพจหรือโพสต์ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับประโยชน์จากข้อมูลที่ครบถ้วนมากที่สุด จะทำให้คะแนน SEO สูงขึ้นได้อย่างมาก

4.โครงสร้างเว็บไซต์ที่ดี
คนทั่วโลกนิยมหาข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือมากกว่าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ดังนั้นการทำ SEO จึงต้องตรวจสอบผลลัพธ์การแสดงผลหน้าตาโครงสร้างของเว็บไซต์ให้สวยงามในทุกอุปกรณ์ ทั้งมือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ฯลฯ หากใช้ตัวอักษรและสีสันอ่านง่าย เมนูต่าง ๆ อยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานสะดวก จะทำให้ผู้ใช้งานเว็บไซต์ประทับใจเข้ามาชมบ่อย ๆ และมีโอกาสบอกต่อไปยังคนอื่น ๆ มากยิ่งขึ้น

5.ความเร็วในการใช้งาน
ความเร็วของการส่งผ่านข้อมูลขึ้นกับคุณภาพของเว็บโฮสต์ติ้ง และการเลือก Package บริการโฮสติ้ง เจ้าของเว็บไซต์ขนาดกลางและใหญ่จึงควรเลือกระบบ Cloud hosting ที่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลไว้ผ่านเซิร์ฟเวอร์หลายตัว เพื่อป้องกันการแย่งชิงทรัพยากรคอมพิวเตอร์ หากมีการใช้งานพร้อมกันจำนวนมาก ทั้งนี้ มีการศึกษาพบว่าหากใช้เวลาดาวน์โหลดข้อมูลและรูปภาพนาน หรือ มีปัญหา Error บ่อย จะทำให้ผู้ใช้งานเว็บไซต์หงุดหงิดและเปลี่ยนใจไปเข้าชมเว็บไซต์อื่นแทนได้

การทำ SEO ให้ได้อันดับบน ๆ จำเป็นต้องอาศัยองค์ประกอบหลายด้าน ทั้งเรื่องโครงสร้างเว็บไซต์ เนื้อหาสาระ การทำลิงก์เชื่อมโยง และที่สำคัญคือการหา keyword เพื่อให้ตรงกับการค้นหาของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านเห็นแนวทางในการทำ SEO ที่ดี เพื่อให้มีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้นต่อไป

SEO ทั่วไป

SEO กับ SEM เกี่ยวข้องกันอย่างไร

SEO กับ SEM เกี่ยวข้องกันอย่างไร

SEO และ SEM เป็นเทคนิคทางการตลาดในโลกออนไลน์ที่นักธุรกิจยุคใหม่ต้องรู้จัก เพราะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการขายสินค้าและสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำได้ดีขึ้น ทั้งสองวิธีการต่างมีความเกี่ยวข้องกัน โดยสามารถช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกันได้ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

SEO หรือ search engine optimization เป็นเทคนิคที่ไม่มีค่าใช้จ่ายหากทำด้วยตัวเอง หรือหากจ้างบริษัททำ SEO ก็มีค่าใช้จ่ายตามสัญญารายปี การทำ SEO เป็นไปตามกติกาของ Google ที่ใช้ในการบ่งบอกว่าเว็บไซต์ใดมีคุณภาพมากน้อยกว่ากันเพื่อให้ผู้อ่านหรือลูกค้าเฉพาะกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงได้แตกต่างกัน โดยเว็บไซต์ที่มีคะแนน SEO ที่ดีกว่า จะมีโอกาสอยู่ลำดับต้น ๆ ของผลการค้นหา

การทำ SEO ใช้องค์ประกอบหลายอย่าง เช่น การเลือก keyword ที่เหมาะสมสำหรับทำเนื้อหาและรูปภาพ การปรับส่วนโครงสร้างต่าง ๆ ในเว็บไซต์ให้สวยงามและใช้งานง่าย การทำ Backlink เชื่อมโยงระหว่างหน้าเพจหลายแห่งมาที่เว็บไซต์เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะหากเป็นเว็บไซต์ที่เป็นทางการหรือน่าเชื่อถือสูง ถ้าทำได้สอดคล้องกับเกณฑ์ของ Google มากเท่าใด ก็จะได้อันดับ SEO ที่สูงขึ้นมากเท่านั้น อันเป็นผลจากระบบทำดัชนีโดย Googlebot มาเก็บข้อมูลและประเมินศักยภาพของแต่ละเว็บไซต์เป็นระยะ

SEM หรือ Search Engine Marketing เป็นการตลาดแบบที่ต้องเสียเงินโฆษณาเป็นรายครั้ง เนื่องจากเป็นการเช่าประมูลพื้นที่ในจุดที่การันตีได้ว่าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่พิมพ์หาด้วยคีย์เวิร์ดหนึ่ง ๆ จะเห็นการโฆษณาอย่างแน่นอน ซึ่งทาง Google จะเรียกค่าใช้จ่ายแบบ PPC หรือ pay per click เป็นการเรียกเก็บตามจำนวนครั้งที่มีผู้คลิกป้ายโฆษณา

ทั้งนี้ ผู้ที่เป็นเจ้าของโฆษณาสามารถระบุเพดานในการจ่ายที่เรียกว่า Maximum cost per click เพื่อไม่ให้เกินงบประมาณที่ตั้งไว้ได้ด้วย อย่างไรก็ตาม หากเป็นคำที่มีคู่แข่งต้องการใช้เช่นกันก็จะยิ่งมีค่าประมูลที่สูงขึ้นตามไปด้วย จึงต้องวางแผนในการเลือกคีย์เวิร์ดที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพในการแข่งขันมากที่สุดด้วย

การทำ SEO และ SEM สามารถทำควบคู่กันได้ ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญบางรายกล่าวว่า SEO ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ SEM เพราะทำให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเห็นแบรนด์ของคุณมากยิ่งขึ้น โดยเจ้าของเว็บไซต์สามารถวางแผนเพื่อส่งเสริมการขายได้ในงบประมาณที่จำกัดอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ทำ SEM ในช่วงที่ต้องการส่งเสริมการขายตามเทศกาล อย่างวันวาเลนไทน์ วันปีใหม่ วันสงกรานต์ ฯลฯ ซึ่งผู้คนนิยมซื้อของขวัญให้แก่กัน หรือช่วงปลายเดือนที่เงินเดือนออก ผู้คนจะนิยมซื้อของใช้ต่าง ๆ มากกว่าปกติ ส่วนการทำ SEO แนะนำว่าให้ทำเป็นประจำทุกวันตลอดทั้งปี จะทำให้แบรนด์ติดตลาดได้ยาวนานขึ้น แต่ไม่แนะนำให้ทำคู่กันตลอดทั้งปี เพราะว่าสิ้นเปลืองงบประมาณเกินไป

การทำธุรกิจออนไลน์ที่ดีนั้น นอกจากต้องหมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพแล้ว ยังต้องใส่ใจเรื่องเทคนิคการตลาดที่เหมาะสมด้วย ไม่ว่าจะเป็นเทคนิค SEO หรือ SEM ก็สามารถส่งเสริมการขายและสร้างแบรนด์ของคุณให้เติบโตได้

SEO ทั่วไป

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ SEO 2020

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ SEO 2020

การทำ SEO มีความสำคัญมากในยุค 2020 เนื่องจากใคร ๆ ต่างก็หันมาทำการตลาดออนไลน์ โดยเฉพาะช่วงหลังจากประสบปัญหาวิกฤตโควิด-19 ระบาด ผู้คนเก็บตัวมากขึ้นตามหลัก Social distance และหันมาหาข้อมูลสินค้าและบริการต่าง ๆ ทางอินเทอร์เน็ต คนที่ต้องการเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ยุคใหม่ปี 2020 จึงต้องรู้จักความหมายและวิธีทำ SEO เพื่อให้คุณมีโอกาสขายสินค้าได้มากกว่าคนอื่น

การทำ SEO หรือ Search Engine optimization เป็นไปตามระบบการคัดกรองคุณภาพเว็บไซต์โดยอัลกอริทึมของ Google ไม่ว่าจะขายสินค้ากลุ่มอาหาร เสื้อผ้าแฟชั่น ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ สินค้าแม่และเด็ก ฯลฯ ล้วนต้องมีคู่แข่งธุรกิจที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเดียวกัน จึงมีการใช้คำสำคัญหรือ keyword SEO ในการค้นหาสินค้าเหมือน ๆ กัน ดังนั้น หากต้องการมียอดขายสูง มีลูกค้าประจำและลูกค้าใหม่ต่อเนื่อง ก็ต้องทำ SEO เพื่อให้อันดับการนำเสนอเว็บไซต์อยู่ระดับ Top3 Top5 ซึ่งเท่ากับการเพิ่มโอกาสค้นหาเจอได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

มีการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่า คนจะให้ความเชื่อมั่นสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทที่อยู่ในอันดับ 1-3 หลังจากค้นหาด้วย Google มากกว่าอันดับล่าง ๆ ซึ่งสัมพันธ์กับยอดขายของเว็บไซต์ที่อยู่ในลำดับท็อปเหล่านี้ ที่จะมากกว่าเว็บไซต์ที่ขายสินค้าเดียวกันในลำดับรองลงไปหลายเท่าตัว

การทำ SEO ให้เว็บไซต์นั้น มีแนวทางที่ผู้เชี่ยวชาญได้อธิบายไว้มากมาย เช่น เจ้าของเว็บไซต์เรียนรู้ด้วยตัวเอง ซึ่งก็มีข้อดีที่จะเป็นผู้เข้าใจสินค้าตัวเองดีที่สุด มีเป้าหมายและเห็นภาพรวมได้ชัดเจน โดยสามารถหาข้อมูลเบื้องต้นฟรีทางเว็บไซต์ต่าง ๆ หรือลงเรียนคอร์สที่เปิดสอนแบบเสียค่าใช้จ่าย หรือจะเลือกจ้างบริษัทมืออาชีพทำ SEO ให้ก็ได้เช่นกัน

ตัวอย่างการทำ SEO ได้แก่

  1. การใส่เนื้อหาที่มีคุณภาพสูงในเว็บไซต์

โดยเน้นที่ keyword SEO จากการสืบค้นของผู้ใช้งาน Google ทั่วโลก ควรศึกษาหาค่าสถิติ keyword จาก Google keyword planner เพื่อให้รู้ว่าควรจะเลือกคำใด ที่ตรงกับการค้นหาของกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดด้วย

  1. การเลือกธีมที่เหมาะให้เว็บไซต์

การเลือกธีมของเว็บไซต์ที่เข้ากับธุรกิจ เช่น ใช้ธีมสีน้ำเงินหรือสีสุภาพ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจแนวโรงแรม การลงทุน มากกว่าการใช้สีแดง หรือตัวอักษรแบบแฟชั่น ที่มีความเหมาะกับสินค้ากลุ่มแฟชั่น เป็นต้น

  1. สร้างความจดจำผ่านโลโก้ ภาพถ่าย

ควรออกแบบโลโก้และผลิตภาพถ่ายประกอบเว็บไซต์ของตัวเอง หรือจ้างนักกราฟิกที่มีความสามารถสูงทำงานประจำให้เว็บไซต์ เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณแตกต่างจากเว็บไซต์อื่น ๆ

การทำ SEO ต้องเน้นความสม่ำเสมอ ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาจะทำให้คุณนั้นมีอันดับที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ และมีเนื้อหาที่สะสมอยู่ในเว็บไซต์มากขึ้น ในระยะยาวก็จะได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จะเห็นได้ว่า การทำ SEO ให้ประโยชน์ที่หลากหลายด้าน ถ้าคุณต้องการทำเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จในปี 2020 ต้องศึกษารายละเอียดและลงมืออย่างจริงจัง เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ตามต้องการ

SEO ทั่วไป

การเลือกบริษัททำเว็บไซต์ SEO ควรดูจากอะไร

การเลือกบริษัททำเว็บไซต์ SEO ควรดูจากอะไร

การจ้างทำเว็บไซต์ SEO ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะสามารถกระตุ้นยอดขายเพิ่มการมองเห็นเว็บไซต์ได้ง่าย ๆ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนอันดับไปอยู่ Top 3-5 ของหน้าจอสืบค้นทาง Google แต่การเลือกบริษัททำเว็บไซต์ SEO ก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา เพราะตอนนี้บริษัทเอกชนที่รับจ้างทําเว็บไซต์ SEO มีจำนวนมากมาย ทั้งมืออาชีพและบริษัทเปิดใหม่

เรามาดูกันว่าจะมีหลักเกณฑ์อย่างไรในการเลือกบ้าง

  1. เลือกบริษัทที่อยู่ในอันดับต้น ๆ ของ Google

แนะนำให้คุณลองหาบริษัทรับจ้างทำ SEO โดยพิมพ์ใน Google search ควรเลือกบริษัทอันดับบน ๆ เพราะแสดงว่าบริษัทนั้นมีความสามารถในการทำ SEO ของเว็บไซต์ตัวเองให้ประสบความสำเร็จได้ดีด้วย คุณจึงเชื่อมั่นได้สูงว่าบริษัทเหล่านี้จะมีคุณภาพงานที่ดีสมกับที่โฆษณามากกว่าบริษัทที่อยู่ในอันดับล่าง ๆ หรือบริษัทอื่น ๆ ที่มีคนแนะนำมา

  1. ดูจากลูกค้าเก่าของบริษัท

ลองสังเกตดูว่าบริษัทต่าง ๆ ที่รับทำ SEO มักจะมีการแสดงรายการให้ดูว่า เคยรับจ้างทำ SEO ให้กับลูกค้ารายใดบ้าง เพื่อแสดงถึงประสบการณ์การทำงาน หากเป็นลูกค้าที่มีชื่อเสียง เช่น เป็นองค์กรขนาดใหญ่ โรงพยาบาล โรงแรม บริษัท การท่องเที่ยว หรือร้านค้าออนไลน์ที่มีชื่อเสียง คุณจะสามารถมั่นใจได้มากขึ้นว่าบริษัทรับทำ SEO เหล่านี้มีประสิทธิภาพในการทำ SEO ได้จริง เพราะต้องเคยผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหา บริหารจัดการด้าน SEO ยาวนานระดับหนึ่งแล้ว

  1. มีหลายราคาให้เลือกจ้างงาน

การทำ SEO ควรมีการให้เลือกราคาหลายแบบ เช่น การการันตีอันดับของการสืบค้น หากอยู่ใน Top10 Top5 Top3 มักมีการคิดอัตราค่าบริการรายเดือนที่ 5,000 บาท 10,000 บาท 30,000 บาท ตามลำดับ การมีราคาที่เหมาะสมให้เลือกเช่นนี้ จะทำให้คุณควบคุมงบประมาณได้อย่างเหมาะสมในระยะยาว

  1. มีการแสดงขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน

ก่อนการจ้างทำ SEO ทางบริษัทควรแจ้งให้รู้ว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง เช่น ลูกค้าต้องแจ้งคีย์เวิร์ดให้ทางบริษัท เพื่อทำบทวิเคราะห์การแข่งขันของคีย์เวิร์ดนั้น ๆ และทำใบเสนอราคาให้ และมีข้อตกลงว่าหลังจากการทำ SEO ไปแล้ว จะมีการส่งรายงานผลการทำ SEO ให้ทุกเดือนจนครบระยะเวลาที่จ้างงาน เป็นต้น

  1. ผลรีวิวมีความน่าเชื่อถือ

การดูผลตอบรับจากลูกค้าเก่าหรือจากการกล่าวถึงในสื่อโซเชียลต่าง ๆ จะทำให้คุณเห็นจุดอ่อนจุดแข็งของบริษัทรับทำ SEO ต่าง ๆ เพื่อเปรียบเทียบและเลือกได้ดียิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่า การจะจ้างบริษัททำ SEO ต้องพิจารณาองค์ประกอบอยู่หลายด้าน ต้องใส่ใจคุณภาพและไม่ควรพิจารณาเทียบแต่ราคาเท่านั้น เราหวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกท่านมีเกณฑ์ในการเลือกบริษัทเอกชนทำ SEO ให้กับธุรกิจของคุณได้อย่างดียิ่งขึ้นต่อไป

SEO ทั่วไป

เคล็ดลับในการทำ SEO ให้ปังแบบฉุดไม่อยู่

เคล็ดลับในการทำ SEO ให้ปังแบบฉุดไม่อยู่

เชื่อได้เลยว่าถ้าพูดถึงโลกออนไลน์หรือการทำการตลาดออนไลน์แล้วล่ะก็ หลาย ๆ คนคงจะคุ้นชินกับคำว่า SEO หรือ Search Engine Optimization ไม่มากก็น้อย เพราะถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำตลาดออนไลน์ ซึ่งประโยชน์ของ SEO นั้น เรียกว่ามีอิทธิพลต่อธุรกิจค่อนข้างมาก สามารถเปลี่ยนยอดขายของธุรกิจจากน้อยเป็นมากได้หากทำถูกหลักวิธี ช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจหรือแบรนด์นั้น ๆ มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น

สำหรับใครที่ไม่เคยทำ SEO มาก่อนนั้นอาจจะมองว่าเป็นเรื่องยาก แต่ความเป็นจริงแล้วสามารถที่จะเริ่มต้นทำได้ด้วยตนเองง่าย ๆ โดยมีวิธีดังต่อไปนี้

  • เริ่มต้นจากการทำเว็บไซต์ของแบรนด์ตนเองก่อน ให้มีรูปแบบที่สวยงาม มีเอกลักษณ์เหมาะกับภาพลักษณ์ของสินค้าหรือบริการ เพื่อดึงดูดให้ผู้ที่กดเข้ามารับชมเว็บไซต์ใช้เวลารับชมเนื้อหาต่าง ๆ อยู่ในเว็บไซต์ได้นานขึ้น ทั้งนี้ควรที่จะมีการหมั่นอัปเดตข้อมูลต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคและการสื่อสารข้อมูลที่ตรงกัน
  • เนื้อหาภายในเว็บไซต์ถือเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จ คีย์เวิร์ดที่ใช้ต้องนำไปต่อยอดได้จริง หมั่นสังเกตและวิเคราะห์ว่ากลุ่มลูกค้าของเรานั้นส่วนใหญ่จะใช้คำค้นหาใดบ้าง ซึ่งในส่วนนี้เราสามารถไปค้นหาได้ในเครื่องมือหาคีย์เวิร์ดหรือ Keyword Planner ก็จะทราบว่าคีย์เวิร์ดนั้น ๆ มีการค้นหามากน้อยแค่ไหนและจะต้องสืบค้นคำอื่น ๆ ให้ครอบคลุม รวมทั้งคำค้นหาแบบสั้น คำค้นหาแบบยาวด้วย ซึ่งแต่ละคนก็จะมีลักษณะการพิมพ์และการค้นหาที่แตกต่างกัน เราจึงจำเป็นที่จะต้องรวบรวมคีย์เวิร์ดต่าง ๆ ทั้งหมดที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรามาใช้ในหน้าเว็บไซต์
  • ส่วนของคำอธิบายเว็บไซต์หรือ meta description ก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่สำคัญ คำอธิบายควรที่จะมีความน่าสนใจ โดดเด่น สามารถเชิญชวนให้คนกดเข้าไปอ่านต่อในเว็บไซต์ได้ เน้นความกระชับ ประมาณ 150 ตัวอักษร เน้นใจความสำคัญที่สอดคล้องกับชื่อเรื่องเว็บไซต์ และมีคีย์เวิร์ดสอดแทรกอยู่ด้วย
  • ควรเช็คในเรื่องของความเร็วในการโหลดเว็บไซต์ขึ้นมาอย่างสม่ำเสมอ อย่างที่เราทราบกันดีว่าผู้บริโภคยุคนี้มีการค้นหาสินค้าทางออนไลน์ มักจะชอบความสะดวกสบายและความรวดเร็ว ซึ่งถ้าหากว่าเว็บโหลดได้ช้า ก็จะทำให้กลุ่มเป้าหมายคลิกออกจากหน้าเว็บไซต์แล้วไปเข้าที่เว็บไซต์อื่นทันที โดยวิธีการในการดูแลส่วนนี้ก็ไม่ยาก เพียงแค่เข้าไปที่ Page Speed Insights ของ Google เช็คดูในเรื่องของความเร็ว ซึ่งถ้าหากว่าตรวจสอบแล้วพบปัญหาใด ๆ ก็จะได้นำมาแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเคล็ดลับในการเริ่มต้นทำ SEO แบบง่าย ๆ ที่เจ้าของแบรนด์สามารถที่จะเริ่มต้นทำได้ด้วยตนเอง ถือเป็นการเรียนรู้พื้นฐานเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ต่อยอดองค์ความรู้ในด้านการตลาดออนไลน์ให้มากขึ้น เพื่อสร้างยอดขายและผลกำไรตามวัตถุประสงค์ของธุรกิจ

แนวทาง SEO อื่นๆ

7 ข้อที่คุณต้องรู้ว่าทำไม SEO ถึงให้ผลดีในระยะยาว

7 ข้อที่คุณต้องรู้ว่าทำไม SEO ถึงให้ผลดีในระยะยาว

อย่างที่เรารู้กันดีว่าการทำ SEO อาจดูเหมือนเป็นเรื่องยากและไกลเกินเอื้อม บางครั้งอาจเป็นสิ่งที่หลายแบรนด์มองข้ามไปเลย แต่รู้ไหมว่าการทำ SEO นั้นเป็นเหมือนการปลูกต้นไม้ที่นับวันยิ่งให้ผลผลิตเป็นมูลค่าของแบรนด์ที่ไม่สามารถวัดราคาได้เลย ดังนั้นคุณจึงต้องรู้ว่า SEO ให้ผลดีในระยะยาวแก่ธุรกิจของคุณได้อย่างไรบ้าง

1. ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

ข้อแรกที่เรารู้กันดีก็คือเมื่อไหร่ที่เว็บไซต์ของคุณติดหน้าแรก ๆ แล้ว คุณก็ไม่มีความจำเป็นต้องลงโฆษณาแบบ SEM ให้เสียเงินเพื่อให้เว็บไซต์ขึ้นไปอยู่หน้าแรกอีกเลย

2. แม้เวลาจะผ่านไปทรัพย์สินของแบรนด์ยังคงอยู่

หากเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณมีคุณค่า การเวลาจะไม่สามารถทำให้มูลค่าแบรนด์ที่คุณสร้างมาจากการทำ SEO เสื่อมไปได้เลย เพราะเนื้อหาเหล่านี้ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาอย่างหนึ่งที่แบรนด์ถือเอาไว้

3. ลูกค้าจะจดจำคุณได้หลังจากการสร้างแบรนด์ด้วยการทำ SEO

นั่นเป็นเพราะการทำ SEO เป็นการผสมผสานความรู้ที่มอบให้กับลูกค้ากับตัวตนของแบรนด์เข้าไป จึงทำให้คนติดตามจากการเป็นแฟนกลายมาเป็นลูกค้าของแบรนด์ได้

4. คุณสามารถใช้ data ที่ได้จากการทำ SEO ไปพัฒนาในอนาคตได้

ถูกต้องแล้วล่ะ! Data ที่คุณได้มามันมีค่ามากกว่าที่คิด เพราะมันสามารถนำไปวิเคราะห์และสร้างกลยุทธ์เพื่อพิชิตใจลูกค้าให้มากขึ้นได้

5. ช่วยเพิ่มมูลค่าของแบรนด์ในระยะยาว

การเขียนบทความและสร้างเนื้อหาไปเรื่อย ๆ ไม่เพียงแค่ช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับเว็บไซต์เท่านั้น แต่การมี traffic และ data เก็บไว้วิเคราะห์เพื่อพัฒนาแบรนด์ต่อไปนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ SEO จะมอบให้คุณได้ในระยะยาว

6. เว็บไซต์ของคุณจะมีความแข็งแรงมากกว่าคู่แข่ง

ลองคิดดูสิว่าหากคุณเริ่มทำ SEO ในวันนี้ ค่อย ๆ ให้เว็บไซต์มี traffic เข้ามาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นที่รู้จักแล้ว เว็บไซต์ของคุณย่อมมีความแข็งแรงและติดอันดับอยู่บนหน้าแรก ๆ ได้ง่ายกว่าเว็บไซต์ที่เพิ่งเริ่มต้น

7. แบรนด์จะขายสินค้าและบริการได้ง่ายกว่า

เหตุผลคือการที่คุณสร้างการเป็นที่รู้จักไปเรื่อย ๆ พร้อมกับการให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้าและบริการแก่ลูกค้านั้น จะทำให้ลูกค้าไว้วางใจคุณมากกว่าแบรนด์ที่ไม่เคยให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่พวกเขาเลยนั่นเอง

เมื่อรู้แบบนี้แล้วก็รอให้เวลาผ่านไปไม่ได้แล้วล่ะ เพราะมีหลายแบรนด์ที่มองเห็นความสำคัญของการทำ SEO อยู่ไม่น้อย และได้เริ่มต้นทำไปก่อนหน้านี้แล้ว นั่นหมายความว่าคนที่ทำมาก่อนก็ย่อมมีโอกาสขึ้นอันดับไปอยู่บนหน้าแรกได้ก่อน หากเว็บไซต์ของคุณไม่มีการทำ SEO มาก่อน ก็ถึงเวลาต้องรีบเร่งเครื่องแล้วล่ะ

SEO ทั่วไป

ทำไมการทำ SEO ทำให้คุณเข้าถึงลูกค้าต่างประเทศได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

ทำไมการทำ SEO ทำให้คุณเข้าถึงลูกค้าต่างประเทศได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคการตลาดที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากช่วยให้คุณเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ทั่วโลกตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ผู้ที่เพิ่งเข้ามาทำธุรกิจออนไลน์ใหม่จำนวนไม่น้อย อาจสงสัยว่าการทำ SEO เข้าถึงลูกค้าต่างประเทศได้อย่างไร โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ แม้แต่บาทเดียว

เรามีข้อเท็จจริงที่ได้รวบรวมมาฝากกันไว้ที่นี่ ดังนี้

การทำ SEO ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ On-Page SEO และ Off-Page SEO

1. On-Page SEO

หมายถึง การปรับปรุงในส่วนโครงสร้างพื้นฐานเว็บไซต์ให้ใช้งานได้ง่าย เป็นมิตรกับการใช้งานบนมือถือ หรือที่เรียกว่า Mobile Friendly มีการใช้ Keyword SEO ที่ผ่านการวิจัยจาก Search Engine อย่าง Yahoo, Bing และ Google ตรงกับการสืบค้นของกลุ่มเป้าหมาย จะทำให้การเขียนบทความมีคุณภาพและสื่อสารตรงกับลูกค้าที่คุณต้องการมากยิ่งขึ้น ซึ่งการทำบทความ SEO เป็นภาษาต่างประเทศ เช่นภาษาจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ภาษาอังกฤษ ฯลฯ ล้วนแต่จะทำให้คุณเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายที่ใช้ภาษาต่างประเทศได้ โดยการเชื่อมโยงด้วยระบบอินเทอร์เน็ต ที่มีการสืบค้นจาก Keyword SEO ที่คุณใช้ในเพจ จึงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์แต่อย่างใด

2. Off-Page SEO

หมายถึง การเชื่อมโยงเว็บไซต์ของคุณเข้าสู่เว็บไซต์ภายนอก ซึ่งอาจจะเป็นห้องแชทสนทนา เช่น Pantip หรือเว็บบอร์ดต่าง ๆ ที่มีชาวต่างชาติพูดคุยกัน

ตัวอย่างเช่น คุณขายผ้าปูที่นอนกันไรฝุ่น ก็ควรสมัครเข้าเป็นสมาชิกในกลุ่มสนทนาเกี่ยวกับสุขภาพ โดยเฉพาะผู้มีปัญหาเป็นโรคภูมิแพ้ หรือกลุ่มแม่และเด็ก กลุ่มผู้สูงอายุ ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงของโรคภูมิแพ้ไรฝุ่น (ซึ่งควรเป็นกลุ่มชาวต่างชาติที่สนทนาภาษาต่างประเทศเป็นหลักด้วย) เมื่อคุณสามารถให้ข้อมูลที่น่าสนใจและเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการใช้ผ้าปูที่นอนกันไรฝุ่น อธิบายถึงสรรพคุณในการช่วยลดปัญหาโรคภูมิแพ้ได้ ก็จะมีผู้สนใจสอบถามข้อมูลจากคุณเพิ่มขึ้น คุณก็สามารถให้ลิงก์เพื่อให้สมาชิกในห้องแชทเหล่านั้นเข้ามาที่เว็บไซต์ของคุณ แล้วก็จะเกิดการขายสินค้าในเว็บไซต์ธุรกิจคุณตามมานั่นเอง (แนะนำให้คุณทำบทความ SEO เป็นภาษาต่างประเทศไว้รองรับการทำ Off-Page SEO เสมอ)

วิธีที่กล่าวมา เรียกว่าการทำ Backlink ซึ่งเป็นเทคนิคที่จะไม่ถูกโดนแบนจากกลุ่มสนทนาหรือห้องแชทใด ๆ และก็เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี แสดงความจริงใจ และทำให้แบรนด์ของคุณเข้าสู่ความเป็นสากล หรือโกอินเตอร์ได้อย่างแน่นอน

การทำ SEO ตามหลักเกณฑ์ที่ Search Engine กำหนดใน 2 ส่วนที่กล่าวมา ไม่ได้ใช้เงินในการลงโฆษณาหรือต้องมีการเดินทางไปต่างประเทศแต่อย่างใด เพียงแต่มีการทำข้อมูลในเว็บไซต์ให้รองรับกลุ่มผู้ใช้งานในภาษาต่างประเทศได้ อัปเดตข้อมูลสม่ำเสมอ ควบคู่กับบริการที่ดี ก็จะทำให้ขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มชาวต่างชาติได้อย่างแน่นอน

การทำ SEO ประกอบด้วย 2 ส่วน

SEO ทั่วไป

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ SEO ที่นักธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่ควรทราบ

การตลาดออนไลน์ด้วยวิธีการแบบ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นคำที่นักธุรกิจยุคใหม่ได้ยินมากขึ้น เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการขายสินค้าและบริการออนไลน์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตสูงมากในช่วงหลายปีมานี้

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับ SEO มาฝากกันเพื่อให้ทุกท่านได้พิจารณานำไปใช้กับธุรกิจออนไลน์ได้อย่างดียิ่งขึ้น ดังนี้

1. การทำ SEO จำเป็นต้องใช้เวลาในการสะสมข้อมูล ไม่สามารถทำแล้วเห็นผลอันดับที่ดีขึ้นได้ในทันที เนื่องจากการอันดับเว็บไซต์ในหน้าต่างการสืบค้น เมื่อมีการพิมพ์ด้วย Keyword ใด ๆ นั้น จะมีการวิเคราะห์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะหรือ AI ของ Search Engine ไม่ว่าจะเป็น Yahoo, Bing, Google ทำให้เว็บไซต์ที่มีบทความคุณภาพสูง มีการอัพเดทข้อมูลที่ทันสมัยตลอดเวลา มีสื่อมัลติมีเดียที่ดึงดูดความสนใจจากผู้ชม ฯลฯ จะได้รับการจัดอันดับที่สูงกว่าเว็บไซต์ที่ขาดความสม่ำเสมอในการอัปเดตเนื้อหาและสื่อต่าง ๆ

2. เว็บไซต์ที่ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ง่ายทั้งผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ย่อมเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากกว่าเว็บไซต์ที่ใช้งานได้กับเฉพาะคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะอย่างเดียว เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของกลุ่มผู้ใช้งานเว็บไซต์ จะพกพาโทรศัพท์มือถือ Smartphone ติดตัวเพื่อหาข้อมูลและสั่งซื้อสินค้าต่าง ๆ มากกว่าการนั่งใช้คอมพิวเตอร์อยู่กับที่

3. การทำ SEO ไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายให้แก่ทาง Search Engine จึงเป็นการเปิดโอกาสให้เว็บไซต์ที่มีต้นทุนน้อย หรือเว็บไซต์ที่เป็นน้องใหม่ทางธุรกิจ ได้มีโอกาสประชาสัมพันธ์และมีอำนาจในการแข่งขันกับเว็บไซต์แบรนด์อื่นที่ทำมาก่อน

4. การทำ SEO เป็นการปรับภาพลักษณ์ให้แก่แบรนด์หรือเว็บไซต์ที่มีการเปิดมานานได้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ โดยควรเลือกทีมงานที่เป็นคนรุ่นใหม่และมีความคิดสร้างสรรค์สูงในการที่จะปรับโฉมภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้มีความทันสมัย เช่น มีธีมของสีในการนำเสนอที่โดดเด่น แต่ดูสวยงามสบายตา มีการถ่ายทำคลิปวีดีโอที่มีเอกลักษณ์จากตัวพรีเซนเตอร์และเทคนิคการถ่ายนำ มีการผลิตเนื้อหาที่มีความน่าสนใจยิ่งขึ้นด้วยสไตล์การเขียน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะทำให้มีผลการจัดอันดับของเว็บไซต์ที่สูงขึ้น ควบคู่กับการสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัย มีคนรุ่นใหม่ติดตามมากขึ้น และส่งผลต่อรายได้ทางธุรกิจที่จะมากขึ้นเรื่อย ๆ

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ SEO ที่นักธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่ควรทราบ

จะเห็นได้ว่า ข้อเท็จจริงของการทำ SEO ที่กล่าวมาเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทราบสำหรับการทำธุรกิจออนไลน์ เพื่อการวางแผนและคาดหวังผลลัพธ์ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมในระยะยาว เราหวังว่าบทความนี้ จะทำให้ทุกท่านเกิดแรงบันดาลใจเรียนรู้การตลาดออนไลน์รูปแบบใหม่ ๆ เพื่อปรับใช้กับธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น

แนวทาง SEO อื่นๆ

ชวนทำความรู้จักกับ SEO สำหรับการตลาดออนไลน์

ชวนทำความรู้จักกับ SEO สำหรับการตลาด

SEO คืออะไร

SEO หรือ search engine optimization เป็นการใช้หน้าต่างสืบค้นบน search engine เช่น Yahoo และ Google ในการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์แบบไม่ต้องใช้เงินโดยการสร้างบทความที่มีคุณภาพ ทำสื่อมัลติมิเดียที่ดึงดูดใจที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และการเชื่อมโยงลิ้งค์จากเว็บไซต์ภายนอก หรือ Backlink

ข้อดีของ SEO ต่อการตลาดออนไลน์

การใช้เสิร์ชเอนจิน (Search engine) ของกลุ่มคนทั่วโลกนั้นมีอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง หากสามารถทำเว็บไซต์ SEO ได้จนมีอันดับในการสืบค้นที่ดี ก็จะทำให้มีโอกาสขายได้มากกว่าสินค้าแบรนด์คู่แข่ง และทำให้มีลูกค้าติดตามในระยะยาวมากขึ้นด้วย

องค์ประกอบของ SEO

องค์ประกอบที่สำคัญของเว็บไซต์ SEO คือ

1. keyword

keyword ที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะใช้ในการสืบค้นนั้น ผู้จะทำเว็บไซต์ SEO ควรศึกษาจาก Google search หรือระบบโปรแกรมวิเคราะห์อื่น ๆ เพื่อจะได้นำคีย์เวิร์ดเหล่านั้นมาสร้างบทความและสื่อมัลติมีเดียที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงยิ่งขึ้น

ตัวอย่างเช่น กลุ่มลูกค้าคือผู้ซื้อโทรศัพท์มือถือ ก็มักจะใช้ keyword ว่า โทรศัพท์มือถือ รุ่นใหม่ ปี 2019 เป็นต้น ในบทความของเว็บไซต์ SEO ก็ควรจะมี keyword เหล่านี้อยู่

2. มีการอัพเดทข้อมูล

บทความและคลิปประกอบ ต้องมีความทันสมัยของเนื้อหา ให้สาระประโยชน์ที่ดีเพียงพอแก่ผู้อ่าน จึงจะทำให้ search engine ประเมินอันดับในการสืบค้นสูงขึ้น

ซึ่งระบบ algorithm ของ Yahoo และ Google เป็นระบบเฉพาะตัวที่มีความซับซ้อน และวัดคุณภาพบทความและองค์ประกอบของเว็บไซต์ด้วยการสะสมข้อมูลที่มากเพียงพอ

3. การทำ Backlink

นอกจากการพัฒนาบทความและเนื้อหาที่ทันสมัยแล้ว และยังมีในส่วนของการทำเทคนิค เช่น การเชื่อมโยงลิงค์จากภายนอกที่ต้องมีคุณภาพสูงด้วยเช่นกัน หากนิยมซื้อลิงค์ที่เน้นการโฆษณาเพียงอย่างเดียว จะส่งผลเสียมากกว่าผลดีต่ออันดับ

4. ต้องใช้ได้ทั้งมือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

เว็บไซต์ SEO ควรใช้งานง่ายทั้งทางโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เพราะคนส่วนใหญ่พกมือถือสืบค้นข้อมูลตลอดเวลา จะทำให้มียอดการขายที่สูงขึ้นอย่างสม่ำเสมอได้ การปรับที่โครงสร้างและระบบเทคนิคเชื่อมโยงข้อมูลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

การจ้างบริษัททำเว็บไซต์ SEO

การจ้างบริษัททำ SEO จึงเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน รวมถึงการจ้างนักเขียนในการเขียน Content ที่มีคุณภาพ เพื่อให้เจ้าของธุรกิจออนไลน์มีเวลาไปทำงานด้านบริหารหรือส่วนอื่น ๆ ที่จำเป็นและถนัดกว่า ซึ่งสามารถขอดูข้อมูลและแพคเก็จจากบริษัทเหล่านี้เพื่อเปรียบเทียบความสามารถและราคาได้โดยตรง

การทำ SEO จะช่วยให้การทำการตลาดออนไลน์ของธุรกิจนั้นง่ายยิ่งขึ้น และสามารถประสบความสำเร็จ บรรลุเป้าหมายทั้งการขายและยอดลูกค้าที่ดีที่มากขึ้นในระยะยาวได้ นักธุรกิจออนไลน์ทุกคนจึงไม่ควรมองข้ามการทำ SEO ให้เว็บไซต์โดยเด็ดขาด

ชวนทำความรู้จักกับ SEO สำหรับการตลาดออนไลน์