แนวทาง SEO อื่นๆ

Content SEO กับ 5 สิ่งที่ห้ามขาดโดยเด็ดขาด เพื่อทำอันดับให้ยั่งยืน

5 สิ่งห้ามขาดใน Content

การทำ SEO เป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับวงการธุรกิจออนไลน์ในปี 2018 เนื่องจากการค้นหาคำด้วยคีย์เวิร์ดต่างๆ ของเครื่องมือมหัศจรรย์อย่าง search engine จำเป็นต้องอิงตามหลักการ SEO ซึ่งหนึ่งในงานหน้าบ้านของเว็บไซต์ ก็คือการเขียนบทความ หรือ content ที่จำเป็นต้องใช้ความชำนาญและประสบการณ์ของนักเขียน หรือ content writer ในการทำ SEO เราจึงได้รวบรวม 5 เทคนิคที่กูรูนักเขียนแนว SEO ได้แนะนำไว้ หากต้องการให้เว็บไซต์ยุค 2018 ติดอันดับยอดนิยมในการค้นหา

1. ต้องหาคีย์เวิร์ดที่ใช่ จำเป็นมากที่ต้องรู้ว่าการสืบค้นธุรกิจแนวที่ทำอยู่ของกลุ่มลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย ใช้คีย์ว่าอะไร เช่น

– website ร้านจัดดอกไม้ ควรมีคีย์เวิร์ด จัดช่อดอกไม้ รับปริญญา วาเลนไทน์ ราคาถูก เป็นต้น
– webpage วิตามินและอาหารเสริม ควรมีคีย์เวิร์ด ว่า วิตามิน สุขภาพ อาหารเสริม ความงาม เป็นต้น

2. สำหรับการมอบหมายงานให้นักเขียน content หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ online มือใหม่ ที่ยังไม่แน่ใจว่ากลุ่มคนเป้าหมายที่ต้องการสื่อสาร หรือมีโอกาสขายสินค้าและบริการได้มากที่สุด มักสืบค้นด้วยคำใด ก็สามารถใช้บริการของ program ขั้นเทพ อย่าง keysearch ได้ แต่ทั้งนี้ก็อาจมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไปตามการลงทะเบียนใช้งานด้วย

เนื้อหา เป็นปัจจัยสำคัญต่อเว็บ

3. การกำหนดตำแหน่งเพื่อให้เป็น บทความ SEO ควรเน้นที่การกระจายคีย์เวิร์ดในจุดต่างๆ ขององค์ประกอบบทความ ได้แก่

(1) ส่วนหัว หรือ ชื่อของบทความ (title)
(2) ส่วนที่อยู่ หรือ URL address ซึ่งต้องมีคีย์เวิร์ดสำคัญอยู่ในนั้นเสมอ และไม่ควรตั้งเป็นภาษาไทยเพราะจะเกิดปัญหาในการสืบค้น หรือเกิด ERROR ได้
(3) ส่วนเนื้อหาโดยภาพรวม หรือ Description หรือบางกรณีเป็นการนำบทย่อหน้าแรกมาลง ทั้งนี้อาจใช้โปรแกรม WordPress ช่วยย่นระยะเวลาในการทำ SEO ปลั้กอินได้

4. ในบทความหนึ่งๆ นอกจากตัวอักษรที่ต้องมีความเหมาะสมในการจัดรูปแบบวางคำและความยาวที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มผู้อ่านแล้ว ยังต้องมีการเพิ่มรูปภาพที่เกี่ยวข้องกับบทความ หรือช่วยส่งเสริมการขายได้ ซึ่งแน่นอนว่าจำเป็นต้องมีการตั้งชื่อรูปภาพประกอบเหล่านั้นด้วย การทำ SEO ในส่วนนี้ คือการนำคีย์เวิร์ดที่เหมาะมาเป็นชื่อของภาพนั่นเอง

5. การใช้คำกระตุ้นความน่าอ่าน เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจอยู่เสมอ หัวข้อบทความจึงไม่ควรยาวเกินไป เพราะต้องการใส่ keyword หลายคำ ควรใช้เทคนิค “น้อยแต่มาก” หรือ minimalist คือถ้อยคำสั้นๆ แต่โดนใจ เช่น ห้ามพลาด ขาดไม่ได้ สิ่งจำเป็น ดีกว่าที่จะใช้ถ้อยคำเป็นเชิงบรรยายซึ่งทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าน่าเบื่อ และทำให้ลดเปอร์เซ็นต์จำนวนผู้ที่จะคลิกเข้ามาอ่านบทความไปด้วย

จะเห็นได้ว่า การทำ SEO กับบทความด้วย 5 เทคนิคที่กล่าวมา เป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝนและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ การจ้างงานเขียนบทความ SEO จึงควรใส่ใจเลือกคุณภาพงานเขียนมากกว่าปริมาณหรือราคา

SEO Keywords หมวดพนัน

เทคนิคการเขียนเนื้อหาเพื่อทำ SEO ภายในเว็บไซต์

การมีเว็บไซต์เป็นของตนเองถือเป็นช่องทางสะดวกในการขายสินค้าทางออนไลน์ หรือแม้แต่เป็นช่องทางโปรโมทโดยเขียนบทความนำเสนอข้อมูลรายละเอียด เขียนคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ เรื่องราวต่างๆ ที่ช่วยให้เกิดผลดีต่อการทำธุรกิจมากขึ้น เปรียบเทียบได้กับพื้นที่หน้าร้านที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต จำเป็นต้องมีการทำ SEO เพื่อให้เครื่องมือค้นหาอย่าง Google แสดงผลการค้นหาให้ผู้ชมที่มีความสนใจสินค้าเข้าถึงเว็บไซต์และสร้างโอกาสขายเพิ่มขึ้น

สิ่งสำคัญคือคอนเทนต์ในเว็บไซต์ต้องสื่อสารข้อมูลได้ดี งานเขียนมีคุณภาพ ผู้เขียนต้องเข้าใจวิธีการเขียนเนื้อหาเพื่อทำ SEO ภายในเว็บไซต์ว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง อันดับแรกเป็นเรื่อง “คีย์เวิร์ด” เพื่อทำให้บทความนั้นปรากฏในสายตาของผู้ชม เพราะเราใช้คีย์เวิร์ดในการค้นหาสิ่งที่ต้องการในอินเทอร์เน็ต คำหลักต้องเลือกอย่างถูกต้องจึงจะตรงกับใจผู้บริโภค หลายคนคงเข้าใจเรื่องการใส่คำหลักกระจายในบทความแล้ว ถ้าจะให้อธิบายคร่าว ๆ คือต้องใส่ในย่อหน้าแรก ย่อหน้ากลางและย่อหน้าสุดท้าย อย่างน้อย 2-3 คำ ไม่ควรใส่คีย์เวิร์ดมากเกินไปจนอ่านไม่รู้เรื่อง หรือมากผิดปกติจนกลายเป็นสแปม นอกจากนั้นการเลือกคีย์เวิร์ดที่เป็นคำเฉพาะจะเชื่อมโยงเข้าถึงเว็บไซต์และบทความได้ดีกว่า

มากกว่าที่คุณคิดสำหรับการทำ SEO

การทำ SEO ภายในบทความไม่จำกัดเฉพาะใส่คีย์เวิร์ดในเนื้อหาเท่านั้น ยังรวมถึงการใส่คีย์เวิร์ดในการตั้งชื่อเรื่อง ต้องเรียนรู้เทคนิคการเขียนชื่อบทความ (Title) และการเขียนคำอธิบายของเว็บไซต์ (Description) ซึ่งเป็นสิ่งที่ Google นำไปใส่ไว้ในหน้าแสดงผลการค้นหา จึงเป็นส่วนสำคัญต่อการจัดอันดับที่ดี ทำให้มีโอกาสอยู่ในหน้าแรก ๆ ผลลัพธ์ก็คือทำให้ผู้ชมเห็นเว็บไซต์ของเราก่อน และมีโอกาสเข้าเลือกซื้อสินค้าก่อนคู่แข่ง การเขียนชื่อบทความและคำอธิบายเว็บมีหลักง่าย ๆ คือจำกัดตัวอักษรให้เหมาะสมและอย่าลืมใส่คีย์เวิร์ดสำคัญลงไปด้วย สำหรับการเขียนชื่อเรื่องแนะนำให้ใช้ตัวอักษรประมาณ 65 ตัวหรือประมาณ 7-10 คำ ส่วนการเขียนคำอธิบายเกี่ยวกับเว็บไซต์ควรใช้ตัวอักษร 155 ตัว เขียนขาดได้เล็กน้อย แต่ไม่ควรเกินเพราะแสดงผลได้ไม่ครบทั้งหมด

ความรู้เรื่องเกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์พื้นฐานและการทำ SEO อ่านได้ในเว็บไซต์ทั่วไป ไม่ได้เป็นความลับสุดยอด โดยเฉพาะเรื่องการใช้คีย์เวิร์ด ควรสอดแทรกด้วยคีย์เวิร์ดในทุกช่องทางทั้งการตั้งชื่อของบทความ การตั้งชื่อไฟล์ คำอธิบายรูปภาพและการใส่คีย์เวิร์ดในชื่อวิดีโอ ซึ่งจะมีผลดีต่อการทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาเว็บได้รวดเร็วขึ้น ทุกวิธีต้องทำอย่างถูกต้องด้วย การใช้คีย์เวิร์ดปรากฏบนหน้าเว็บไซต์มากเกินไปทำให้ผู้ใช้มีปัญหาในการอ่านข้อมูล เรื่องที่ดูเหมือนง่ายอาจจะไม่ง่ายนักหากขาดความพอดี ลองใช้คีย์เวิร์ดที่คิดว่าเหมาะสมก่อน ถ้าผลลัพธ์ไม่มีประสิทธิภาพ ต้องปรับเปลี่ยนใช้คำอื่น ๆ หรือเพิ่มคำขยายที่อาจให้ผลการค้นหารวดเร็วและตรงกับความต้องการมากกว่า พยายามอ่านคำแนะนำที่เป็นประโยชน์อยู่เสมอเพื่อให้การสร้างเนื้อหาคอนเทนต์และการทำ SEO เกิดประโยชน์กับเว็บไซต์มากยิ่งขึ้น

มากกว่าที่คุณคิดสำหรับการทำ SEO

แนวทาง SEO อื่นๆ

วิธีการทำ SEO ให้ชนะคู่แข่งยักษ์ใหญ่

รวมบิ๊กแบรนด์ใหญ่ในโลก

ทำอย่างไรธุรกิจขนาดเล็กจึงจะแข่งขันกับบริษัทยักษ์ใหญ่ได้ วิธีการไม่ยาก ต้องใช้คีย์เวิร์ดที่เฉพาะเจาะจงเพื่อเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายโดยตรง ถ้าใช้คีย์เวิร์ดคำเดียวสั้น ๆ จะเป็นคำที่มีการแข่งขันสูง เมื่อพิมพ์ลงใน Google ทำการจัดอันดับ ผลลัพธ์ออกมาบริษัทยักษ์ใหญ่จะออกมาในหน้าแรก ๆ จึงยากที่ธุรกิจขนาดเล็กจะแจ้งเกิดได้ ถ้าไม่ใช้คีย์เวิร์ดเฉพาะแล้ว การทำ SEO แข่งขันกับบริษัทยักษ์ใหญ่แทบไม่มีความเป็นไปได้เลย ลองจินตนาการว่าเว็บไซต์เป็นร้านขายของ หากร้านค้าเหล่านั้นตั้งอยู่ในสถานที่ระดับพรีเมียม เช่น สยามสแควร์ ปริมาณและคุณภาพของผู้ซื้อจะสูง ยอดขายอาจพุ่งกระฉูด แต่ราคาค่าเช่าในศูนย์การค้าย่านสยามมีราคาแพงเกินไปสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ในทำนองเดียวกันถ้าคุณใช้คำทั่วไปเป็นคีย์เวิร์ดในการค้นหาจะไม่มีชื่อปรากฏในหน้าแรก ๆ คีย์เวิร์ดที่มีคำขยายจึงเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา ทำให้ Google เจาะเข้าไปที่เว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมน้อยกว่า มีโอกาสที่ลูกค้าจะเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณมากขึ้น สามารถสร้างรายได้ในระดับที่ต้องการได้

มาวิเคราะห์แบรนด์ยักใหญ่สักนิด

ยกตัวอย่างแบรนด์ Fashion Nova เป็นร้านค้าปลีกในรัฐแคลิฟอร์เนียที่สหรัฐ ขายสินค้าเสื้อผ้าผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ พอเริ่มเปิดธุรกิจอีคอมเมิร์ซชื่อเว็บไซต์ FashionNova.com เมื่อปี พ.ศ.2556 ปรากฏว่าใช้คีย์เวิร์ด “Fashion” คำเดียวไม่ประสบความสำเร็จ เพราะคีย์เวิร์ดนี้มีการแข่งขันสูงมาก ต้องแข่งขันกับแบรนด์ใหญ่ ๆ พอเปลี่ยนจากคำว่าแฟชั่นเป็น “jeans” เกมเปลี่ยนมือ ชื่อของ Fashion Nova เข้าไปอยู่อันดับที่ 3 ในการจัดอันดับเว็บไซต์ของ Google แซงหน้าแบรนด์ชั้นนำมากมาย เช่น American Eagle Outfitters , Nordstrom , Lucky Brand และ Hollister ที่โด่งดังและครองตลาดเสื้อผ้าผู้หญิงมาก่อน

ตัวอย่างนี้แสดงถึงความสำคัญของการเลือกคีย์เวิร์ดที่เฉพาะเจาะจง ชูจุดเด่นของแบรนด์เพื่อทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ทั้งที่แบรนด์ Fashion Nova ไม่ได้มีงบประมาณด้านการตลาดหรือการทำโปรไฟล์ backlink มากเท่ากับคู่แข่ง แม้ว่า backlink จะเป็นปัจจัยหนึ่งในกระบวนการทำ SEO ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ลิงก์เป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนความสำเร็จ การสร้างลิงก์กับเว็บคุณภาพที่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันอาจทำให้ Google พิจารณาจัดอันดับเว็บไซต์ของคุณให้ดีขึ้น แต่การค้นหาชื่อแบรนด์เพื่ออุดหนุนสินค้าและเข้ามาซื้อซ้ำอีกบ่อย ๆ เป็นปัจจัยสำคัญในการจัดอันดับมากกว่า

สำหรับธุรกิจขนาดเล็กคงไม่ต้องการให้คนเข้ามาดูจำนวนมากแล้วกดออก แต่ต้องการยอดขายที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง หากคีย์เวิร์ดทำให้ลูกค้าเข้าถึงเว็บไซต์ได้ ต้องเตรียมโครงสร้างเว็บไซต์ที่สวยงาม มีข้อมูลรายละเอียดและราคาที่แข่งขันได้ รวมทั้งเตรียมบทความดีๆ ชูจุดเด่นของแบรนด์ว่าทำไมลูกค้าต้องซื้อสินค้าของคุณ ทั้งหมดมีความสำคัญที่จะทำให้การทำ SEO สร้างความสำเร็จให้แบรนด์ของคุณมีรายได้เข้ามาตลอดเวลา อาจจะแข่งขันสู้แบรนด์ใหญ่ไม่ได้ แต่ความเติบโตอย่างยั่งยืนคือรากฐานสำคัญที่จะทำให้คุณเติบโตเป็นแบรนด์ชั้นนำในอนาคต

แนวทาง SEO อื่นๆ

จ้างบริษัทรับทำ SEO โฆษณาให้แบบครบวงจร

บริษัทรับทำ SEO

ทุกวันนี้เราเห็นบริษัทรับทำ SEO เสนอตัวเข้ามาช่วยทำการตลาดออนไลน์ด้วยการจัดหาบทความมาลงในเว็บไซต์และการใช้คีย์เวิร์ดเพิ่มโอกาสการค้นหาให้ เว็บไซต์ติดอันดับ ต้นๆ ในกูเกิ้ล ซึ่งกระตุ้นความสนใจทำให้เว็บไซต์จำนวนมากเข้ามาใช้บริการ โดยหวังว่าจะให้ลูกค้ามองเห็นก่อน ด้วยเชื่อว่าการเข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุดจะมีโอกาสขายสินค้าและบริการได้ก่อน เรื่องนี้มีความจริงอยู่มาก การตลาดออนไลน์มีวิธีทำได้ไม่ยากหากเปิดใจรับมืออาชีพเข้ามาช่วยโฆษณาให้แบบครบวงจร รวมถึงการใช้โซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Youtube, Line หรือ Instagram ช่วยโฆษณาสินค้าและขายสินค้าได้เป็นอย่างดี เราอาจคิดว่าตัวเองน่าจะทำได้เหมือนกัน แต่ผลที่ได้รับตอบกลับมาอาจไม่น่าพอใจนัก หากจะให้ดี เราควรหันไปโฟกัสเรื่องธุรกิจของตนเองให้ดีขึ้น ส่วนเรื่องกลยุทธ์การทำตลาดปล่อยให้เป็นเรื่องของมืออาชีพซึ่งบริษัทที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงจะทำได้ดีมีประสิทธิภาพมากกว่า

การตลาดของเหล่า SEO

การทำการตลาด SEO เพื่อกระตุ้นยอดขายและบริการ สิ่งแรกที่จะได้กลับมาคือการสร้างเส้นทางเชื่อมโยงให้ลูกค้าที่ใส่คีย์เวิร์ดค้นหาสามารถเข้ามาชมเว็บไซต์รวดเร็วและง่ายดาย สร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจอย่างมาก จำนวนคนเข้าชมเพิ่มขึ้น โอกาสขายมากขึ้น ทำให้หลายบริษัทต่างเลือกช่องทางใช้บริการทำ SEO ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการซื้อโฆษณาในสื่อดั้งเดิมอย่างหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ป้ายบิลบอร์ดและประหยัดมากกว่าในสื่อสังคมออนไลน์ซึ่งตอนนี้แม้แต่เฟซบุ๊กยังเรียกเก็บค่าโปรโมทโฆษณาแล้ว และสนนราคาค่าบริการยังปรับแพงขึ้นอีกด้วย ถ้าคิดว่ารับมือกับการคำนวณค่าโปรโมทเว็บของเฟซบุ๊กไม่ไหว ลองใช้บริการการตลาดออนไลน์จะประหยัดกว่ามาก อาจเลือกใช้บริการเป็นรายเดือนก็ได้เพื่อประกันอันดับให้อยู่ในหน้าแรกๆ ของกูเกิ้ล

หากงบประมาณมีจำกัด สามารถเลือกใช้บริการ SEO เข้าช่วยได้ เป็นผลดีต่อการโปรโมทเว็บไซต์นำเสนอสินค้าและบริการที่มีอยู่เกลื่อนตลาดให้โดดเด่นบนหน้าการค้นหาของกูเกิ้ล เข้าตาผู้บริโภคง่ายและรวดเร็ว ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าการทำตลาดออนไลน์ด้วยวิธี SEO จะไม่เห็นผลตอบรับต่อธุรกิจเร็วนัก แม้ว่าจะมีคนเข้ามาดูเว็บไซต์มากขึ้น แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นในทันที เพราะลูกค้ายังเห็นตัวเลือกอื่นที่คล้ายกัน อาจเข้าไปดูเว็บต่างๆ พิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ หากเราหวังมากเกินไป คิดว่าจะเห็นผลโดยเร็ว จะผิดหวังและหมดกำลังใจเอาง่ายๆ ถ้าเลิกกลางคันจะเสียเงินไปเปล่าๆ เมื่อผู้บริโภคเริ่มรู้จักแบรนด์มากขึ้นแล้ว ควรสานต่อการทำตลาดออนไลน์ทั้งด้านการเพิ่มคีย์เวิร์ดใหม่ให้เข้าถึงเป้าหมายมากขึ้น ปรับปรุงสินค้าหรือบริการ แก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้ามากที่สุดจึงจะสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าตอบสนองสิ่งที่พวกเขาต้องการได้มากกว่าคู่แข่ง ผลลัพธ์ของการใช้บริการทำตลาดออนไลน์จะตอบแทนอย่างคุ้มค่าแน่นอน

Seo การตลาดออนไลน์

แนวทาง SEO อื่นๆ

ทำอันดับเว็บไซต์ให้ติดทนนาน

ติดทนนาน

ทุกคนที่เลือกทำการตลาดไซด์เอสอีโอนั้น ย่อมอยากให้เว็บไซต์ของตัวเองติดอันดับแรกๆของทุกคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง โดยอยู่ให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ เพื่อให้มียอดขายเข้ามาต่อเนื่องถล่มทลาย แต่ในหลักความเป็นจริงนั้น ส่วนมากเราจะต้องพบกับการสวิงขึ้นลงของอันดับเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ก็เกิดการสวิงได้ทั้งนั้น อะไรที่จะเป็นตัวบอกเราว่าเว็บไซต์ของเราถึงจะมีอันดับติดทนนานเหมือนกับเว็บไซต์ขนาดใหญ่บางเว็บ ที่ต่อให้เว็บเล็กวิ่งขึ้นลงมากแค่ไหนก็ไม่กระทบกับเว็บใหญ่แม้แต่นิดเดียว อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เว็บเรานั้นสามารถคงที่ในเรื่องของ SEO อยู่ได้
พฤติกรรมผู้ใช้ ตัวแปรที่สำคัญ

สิ่งเดียวที่มีความสำคัญมากที่สุดคือ การตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ คำว่าตอบสนองความต้องการของผู้ใช้นั้นแน่นอนว่าเราจะทำเว็บไซต์แต่ SEO อย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะทุกคนหากว่าทำทำ SEO อย่างเดียวกัน มันก็จะมีอัตราการตอบสนองในรูปแบบเดียวกัน คือมาจากการค้นหาเป็นหลัก แต่การวัดประสิทธิภาพเว็บไซต์ที่แท้จริงควรจะมีการเข้าชมจากแหล่งที่มาที่หลากหลาย อาจจะมาจากโซเชียลมีเดียส่วนหนึ่ง อาจจะมาจากตามคลิปใน YouTube ส่วนหนึ่ง หรืออาจจะมีการเข้าพิมพ์แบบโดยตรงไปส่วนหนึ่ง

การเข้าชมเว็บ

และการเช้าชมเว็บจาก IP ซ้ำ ๆเข้าเว็บเดิมๆ ก็อาจจะมีผลด้วยเช่นเดียวกัน เพราะนั่นหมายถึงพฤติกรรมผู้ใช้คนเดิมมีการเข้าเว็บเดิมซ้ำบ่อยๆ แปลว่าเว็บไซต์ที่เข้านั้นสามารถตอบโจทย์ต่อความต้องการของผู้ใช้ได้นั่นเอง แต่คงจะไม่ได้มีการเพิ่มอันดับหากเพียงวัดจากไอพีเดียว คงจะต้องไปหลาย 1000 ไอพีมากกว่า หากวัดค่าแค่ IP ซ้ำเพียงไอพีเดียว เราก็ทำได้เอง เพียงแค่กดเข้าเว็บเองแบบนั้นมันก็คงไม่ถูกสักเท่าไหร่ เว็บที่จะติดทนนานคือเว็บที่มีแหล่งคนเข้ามาจากหลายที่ มีพฤติกรรมผู้ใช้เข้าเว็บคงอยู่ตลอด มีการกลับเข้ามาเยี่ยมชมอยู่เป็นประจำ นี่คือประเด็นหลักในการทำ SEO ให้เว็บไซต์มีอันดับยั่งยืน

แนวทาง SEO อื่นๆ

พิมพ์ผิด แต่ดันขึ้นถูกเว็บไซต์

ค้นหา seo

เคสสุดประหลาดมากที่น้อยคนนักจะรู้จักและสังเกตถึงข้อนี้ ส่วนมากนักทำ seo จะอ่านหนังสือหาความรู้ในแพตเทิร์นเดียวกัน แต่ขาดประสบการณ์การทดสอบ ทดลอง สังเกต ของเหล่านี้จะขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคลว่ามีความสามารถและความใส่ใจมากแค่ไหน มีอยู่ข้อหนึ่งที่น่าสนใจมากนั่นก็คือเวลาที่เราพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ผิด อาจจะพิมพ์เป็นภาษาไทย แต่ชื่อเว็บไซต์แท้จริงนั้นเป็นภาษาอังกฤษ เวลาเราพิมพ์ Search ใน Google ไหงทำไมมันถึงจัดอันดับเว็บไซต์ปลายทางที่เราต้องการได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ทั้งที่ไม่ได้มีเนื้อหาที่สอดคล้องกับคำที่เราพิมพ์ค้นหาผ่าน Google เลยแม้แต่น้อย เนื่องจากเราเป็นการพิมพ์ผิดมันจึงเป็นตัวอักษรมั่วซั่วยึกยือ

กุญแจ SEO แต่ละดอก มาจากการทดลองและสังเกต

สังเกต

ทำไมล่ะ Google ถึงได้จัดอันดับได้อย่างถูกต้อง ข้อนี้ยังคงเป็นปริศนา แต่มันเป็นตัวบ่งบอกได้ชัดเจนว่าคะแนนปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการจัดอันดับเว็บไซต์ นั้นคือหากว่าเรามีการพิมพ์ผิดคำว่าอะไร แล้วผู้ใช้ได้มีการเข้าไปยังเว็บไปทางไหนในลำดับต่อไป Google จะให้คะแนนเว็บนั้นกับเว็บไซต์ปลายทางมากขึ้น มันเป็นคะแนนพิเศษที่ SEO ส่วนมากสายการทำลิงค์จะไม่สามารถทำได้เพราะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ชายล้วนล้วน 100%

สิ่งที่เราทำได้มีเพียงพยายามดันอันดับในคีย์หลักและคีรองที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันให้ได้มากที่สุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการดันเว็บไซต์ของเราไปอยู่อันดับแรกตามคิย์เวิร์ด แล้วเมื่อมีคนคลิกมายังเว็บเรามนคีย์รองเหล่านั้น มันก็จะเริ่มส่งผลมายังคำค้นหาหลักที่เกี่ยวข้อง และหากพฤติกรรมผู้ใช้มีการคลิกมายังเว็บไซต์ของเราในคำค้นหากลักที่เกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้น Google ก็จะให้คะแนนของเรามากขึ้นไปด้วยเช่นเดียวกัน มันเข้ากรณีเดียวกับเคสพิมพ์ผิดแต่ดันขึ้นเว็บถูกนั่นเอง ของแบบนี้ไม่ลองไม่รู้พิสูจน์ดูด้วยการลงมือทำ

แนวทาง SEO อื่นๆ

รู้จักลูกค้า สร้างเนื้อหาและทำ SEO ได้ตรงใจ

เนื้อหาเว็บ ในสายตาของลูกค้า

คนที่ทำธุรกิจส่วนตัวหรือค้าขายเข้าใจดีกว่าการแข่งขันรุนแรงทำให้เราต้องทำความเข้าใจลูกค้ามากขึ้น ลูกค้าเป้าหมายของเราคือใคร เมื่อรู้ว่าเราต้องการขายสินค้าให้ลูกค้ากลุ่มไหนแล้ว การทำ SEO โดยใช้คีย์เวิร์ดใส่ในบทความให้ลูกค้าอ่านหรือค้นหาเชื่อมโยงจากกูเกิลจะกลายเป็นเรื่องง่ายและสามารถเอาชนะใจลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น พยายามคิดในมุมมองของลูกค้าว่ามีความต้องการอย่างไร สินค้าและบริการของเราตอบโจทย์ความต้องการได้ดีพอหรือยัง ถ้าคำตอบคือไม่ คุณต้องพร้อมเสนอทางเลือกใหม่ๆ อีกหลายแง่มุมจนกว่าลูกค้าจะได้ตัวเลือกที่พอใจที่สุด

1. สร้างความประทับใจให้ลูกค้า

เพราะลูกค้าแต่ละกลุ่มมีความพึงพอใจแตกต่างกัน เราต้องดูว่าจะใช้วิธีการทำ SEO ในบทความอย่างไรถึงจะดึงดูดความสนใจได้ดี เช่น เลือกคีย์เวิร์ดแบบเฉพาะเจาะจงเพื่อดึงลูกค้าเข้ามาหาข้อมูลได้ตรงจุด เนื้อหาบทความไม่ยาวเกินไป มีทั้งสาระความรู้ ถ้อยคำสละสลวยอ่านแล้วเพลิดเพลิน ให้ข้อมูลที่มีประโยชน์กับผู้อ่าน รู้สึกว่าอ่านแล้วคุ้มค่า โดยไม่จำเป็นต้องเสนอขายสินค้าในทุกบทความ แต่สร้างความประทับใจเพิ่มโอกาสการทำยอดขายให้สูงขึ้นได้

2. เนื้อหาสร้างสรรค์น่าสนใจ

ดูความเหมาะสมของบทความทั้งเรื่องลีลาการเขียน เนื้อหาที่หลากหลาย สะกดคำถูกต้องทำให้บทความขาดความน่าเชื่อถือ เว้นระยะสวยงาม ใส่รูปภาพประกอบด้วย หรือการทำกราฟิกเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจและเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้ผู้อ่านพอใจและแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การโปรโมทสินค้าออนไลน์เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายและเป็นที่รู้จักกระจายออกไปในวงกว้าง

Content

3. ดูการตอบสนองจากลูกค้า

การใช้งานอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียต่างๆ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการติดตามการสนองตอบของลูกค้าง่ายและสะดวกรวดเร็ว สามารถวางแผนรองรับได้ดีขึ้น ปรับปรุงเนื้อหาสร้างความแปลกใหม่และค้นหาสิ่งที่ลูกค้าสนใจต้องการจะอ่านมาส่งเสริมโอกาสการขาย ช่วยวางกลยุทธ์การตลาดแม่นยำมากขึ้น

4. อัพเดทคีย์เวิร์ดให้ลูกค้าเข้าถึงง่าย

ธุรกิจการค้าแทบทุกประเภทก้าวเข้าสู่โลกออนไลน์ การทำเว็บไซต์จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการโปรโมทสินค้าและตามเทรนด์ใหม่ๆ ให้ทัน พยายามติดตามศัพท์คีย์เวิร์ดใหม่ๆ ที่ใช้กันในยุคปัจจุบัน หรือถ้อยคำที่ลูกค้าเชื่อมโยงเข้าเว็บของเราได้ง่าย ขณะเดียวกันก็เป็นคีย์เวิร์ดที่เข้าถึงลูกค้าจำนวนมากขึ้น โดยประเมินจากกระแสสังคมและความต้องการของตลาด จากที่เคยใช้คีย์เวิร์ด “รองเท้ากีฬา” เปลี่ยนมาเป็น “รองเท้ากีฬา มือหนึ่ง ราคาถูก” ครอบคลุมความต้องการลูกค้าซึ่งเป็นเป้าหมายของเราโดยตรง

การทำ SEO เพื่อเข้าถึงลูกค้าจำนวนมาก ดึงดูดเข้ามาเยี่ยมชมและติดตามอย่างสม่ำเสมอ นับเป็นอีกวิธีที่ช่วยปรับอันดับการค้นหาในกูเกิลให้อยู่ในหน้าแรกๆ ซึ่งหมายความว่าสินค้าและบริการของเราต้องตอบโจทย์ลูกค้าได้ดี ส่วนบทความจะให้ข้อมูลความรู้ที่มีประโยชน์และตรงความต้องการ หากมีองค์ประกอบเหล่านี้ครบถ้วน รับประกันความมีประสิทธิภาพซึ่งจะส่งเสริมการตัดสินใจซื้อของลูกค้าให้เร็วขึ้นได้

แนวทาง SEO อื่นๆ

การค้นหาบน Google ด้วยการวางรูป

การค้นหาบน Google ด้วยการวางรูป

เป็นเรื่องน่าสนใจมากสุดสุดอีกหนึ่งเรื่อง แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีกระแสการค้นหาด้วยรูปการซักเท่าไหร่และผู้เขียนเองก็ไม่รู้ว่าวิธีการค้นหาผ่านรูปนั้นมีมายาวนานแล้วหรือไม่ แต่เชื่อว่าผู้ที่เข้ามาอ่านหลายคนก็ยังไม่รู้เรื่องนี้กันอย่างแน่นอน คงมีคนรู้ไม่ถึง 10% เสียด้วยซ้ำ วิธีการค้นหาผ่านรูปนั้นมันคืออะไร ใช้การพิมพ์ข้อความแล้วเลือกไปที่โหมดรูปภาพหรือเปล่า ? มันก็ไม่ใช่อยู่แล้ว เพราะถ้าใช่คงไม่หยิบมาเป็นประเด็นโพสต์บทความหรอก เดี๋ยวจะโดนผู้อ่านด่าเอาได้

เพียงแค่ลากรูปไปวาง

วิธีการค้นหาด้วยรูป ที่ผู้เขียนได้ไปเปิดทดสอบแล้วเจอมากับตัวนั้นก็คือการที่เราเลือกรูปภาพจากจากหน้าเว็บของ Google หลักในส่วนของรูป แล้วโยนมันลงไปที่แทบค้นหาบน เว็บไซต์ Google มันจะทำการค้นหาข้อมูลที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวกับลูกของเราให้อย่างอัตโนมัติ แล้วมันรู้ได้ยังไงล่ะว่ารูปของเราเกี่ยวกับอะไร ถือเป็นสิ่งแปลกใหม่ ผู้เขียนเองลองอยู่ไม่กี่ครั้งก็ยังจับประเด็นไม่ถูกเหมือนกัน ว่าสรุปแล้ว อันกอริทึมตัวล่าสุดมาได้ใช้ระบบการจัดการอย่างไรมีอะไรมาเป็นตัวช่วยคำนวณ เพราะการดึงรูปจากฐานข้อมูลที่ Google มีบนเว็บไซต์ หากรูปไม่ใส่ tag alt มันจะค้นจากอะไร title อย่างเดียวคงไม่เหมาะแน่ มันจะเอาอะไรมาเป็นตัววัดว่ารูปนี้มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับอะไร

ถึงแม้ว่าปัจจุบันฟังก์ชั่นนี้อาจจะยังไม่ได้รับความสนใจสักเท่าไหร่ เพราะการค้นหาข้อมูลนี้ยังคงมีความผิดพลาดเยอะอยู่ แต่ในอนาคตหากอัลกอริทึ่มสามารถอ่านรูปภาพของเราแล้วตีความออกมาได้ แล้วแสดงผลข้อมูลการค้นหาได้อย่างถูกต้องแม่นยำ เราก็คงเป็นเรื่องที่สนุกกันอีกครั้งทีเดียว เพียงแค่ลากรูปไปวาง ก็พบกับข้อมูลการค้นหาที่เกี่ยวข้องกับลูกของเราแล้ว หากว่ามีการอัพเดทหรือมีการพัฒนาในส่วนนี้จนมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ผู้เขียนก็จะไม่พลาดที่จะนำมาฝากฝากกันอีกครั้ง รับรองได้

แนวทาง SEO อื่นๆ

เหตุผลทำไมคุณควร Outsource เพื่อ SEO

DIY SEO

การศึกษาล่าสุดที่ออกมาต้นปี 2018 โดย ได้เปิดเผยว่ามีเพียง 3% ของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการจ้างงานหรือหน่วยงานภายนอกเพื่อทำตลาดสำหรับธุรกิจของตน ผู้เขียนรายงานสรุปได้ว่าธุรกิจขนาดเล็กและท้องถิ่นกำลังได้รับผลที่น่าผิดหวังและผลตอบแทนจากการลงทุนของพวกเขาต่ำลง เพราะการมองข้ามและพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับ SEO เจ้าของธุรกิจจำนวนมากไม่เห็นความสำคัญของ SEO โดยเฉพาะธุรกิจท้องถิ่นหรือที่เรียกว่า Local Business ทั้งที่ความสำคัญนั้นมีอยู่มากมาย และการจ้างผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งจำเป็น

SEO เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและสิ่งที่ได้ผลในวันนี้อาจไม่ได้ผลในวันพรุ่งนี้ กลยุทธ์การจัดอันดับเว็บไซต์ล่าสุด หรือวิธีชนะการอัปเดตล่าสุดของ Google หรืออัลกอริทึมการค้นหาของ Bing เว็บไซต์ไหนที่จัดการ SEO ที่ทำมาไม่ดีอาจเป็นอันตรายมากกว่าจะเป็นการช่วยให้อันดันดีขึ้น ความพยายามที่ผิดพลาดของคนที่ไม่มี ความรู้จริงเป็นอันรายต่อเครื่องมือค้นหาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Google ซึ่งเป็นที่รู้จักในการลงโทษเว็บไซต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องผลการค้นหาหรือใช้กลยุทธ์สแปมที่ออกแบบมาเพื่อจัดการเว็บไซต์ที่ผิดกฎ

ลงมือทำอันดับเว็บ ด้วยตัวเอง

การเลือกเส้นทางแบบ DIY หรือการทำ SEO ด้วยตัวเอง

มันช่วยให้คุณมีทักษะที่ดีก็จริง แต่ต้องไม่ลืมว่า สิ่งที่ทำในวันนี้มันอาจใช้ไม่ได้ในวันพรุ่งนี้ นั่นหมายถึงคุณต้องใช้เวลาเรียนรู้เกมการเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์มากกว่าการทำธุรกิจของตัวเองอยู่เรื่อยๆ เพื่อรับกลยุทธ์ใหม่ๆที่มาพร้อมกับการจัดอันดับเว็บไซต์หรือวิธีการเพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ ทั้งที่ความจริงควรต้องมุ่งเน้นธุรกิจคือการพัฒนาสินค้าหรือบริการของตัวเองเป็นอันดับแรก ไม่ใช่เรื่องอื่น การมองข้ามการทำ SEO เพื่อธุรกิจเพราะคิดว่าเป็นเพียงธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลางเท่านั้น และมีลูกค้าประจำอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องนี้ แต่ความจริงแล้วนี่คือยุคที่ทุกธุรกิจจะต้องแข่งขันกันอย่างดุเดือด มันไม่ใช่แค่การมีลูกค้าเก่าเท่านั้น แต่ยังต้องเพิ่มลูกค้าใหม่ด้วยเพื่อรักษาธุรกิจให้อยู่รอดได้

การจ้างงานหรือ Outsource เพื่อทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณนั้นเป็นการเพิ่มมุมมองจากคนภายนอก ที่ไม่ได้ถูกล้อมกรอบเอาไว้ด้วยแนวคิดหรือวิธีการทำงานใดๆ บางทีเขาจะมีมุมมองที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณได้มากกว่าที่เจ้าของธุรกิจจะนึกถึง และนี่คือประโยชน์ที่จะได้รับจากการที่จ้างงานจากคนภายนอก (Outsource) สำหรับการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ที่เป็นธุรกิจในท้องถิ่นซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้ามแล้วปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ หากว่าคุณต้องการเอาชนะคู่แข่งที่อยู่รอบๆตัวให้ได้

แนวทาง SEO อื่นๆ

สร้าง traffic เพื่อนำพาคนมายังเว็บไซต์ของเรา

กระบวนการทำ seo จำเป็นจะต้องอาศัยหลากหลายปัจจัยร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อที่จะส่งผลทำให้เว็บไซต์ของเรามีประสิทธิภาพอย่างมากที่สุด และเป็นเว็บไซต์ที่ google ชื่นชอบ พร้อมทั้ง google มองว่าเป็นเว็บไซต์คุณภาพอย่างแท้จริง ส่งผลทำให้อันดับของเว็บไซต์ของเรานั้น เป็นไปในลักษณะที่ดียิ่งขึ้นไปกว่าเดิม เมื่อเราได้เน้นทำ seo ให้กับเว็บไซต์แบบครบถ้วน ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เว็บไซต์ของเราจะดูดีมีคุณภาพ พร้อมทั้งมีอันดับที่ดีขึ้นกว่าเก่า แต่การสร้าง traffic ก็นับได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ เพราะถ้าหากเว็บไซต์ของเราไม่มี traffic ก็นับได้ว่าไม่ใช่เว็บไซต์ที่ดีและมีคุณภาพ การโปรโมทและการสร้าง traffic จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ เพื่อที่จะนำพาคนมายังเว็บไซต์ของเราได้ในที่สุด ส่วนขั้นตอนในการสร้าง traffic มีดังนี้

คอยทำการแปะลิงค์โพสต์ไปที่ facebook แฟนเพจเป็นหลัก

ปกติแล้วเป้าหมายของผู้ที่ทำ seo และคอยแชร์ลิงค์บทความภายในเว็บไซต์ของตัวเอง เพื่อส่งตรงไปยัง facebook ก็เพื่ออยากจะให้คนเห็นมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีความหวังว่าอยากจะให้คนคลิกอ่านบทความที่เราได้แชร์ไป นับได้ว่าเป็นหนทางในการสร้างทราฟฟิคส่งตรงกลับมายังเว็บไซต์ แต่ดูเหมือนว่าสิ่งแรกที่จะทำให้คนสะดุดตากับบทความของเรา นั่นก็คือ รูปภาพ ซึ่งภาพหน้าปกจะต้องสวยมากพอที่จะทำให้คนสนใจ โดยที่เราจะต้องทำการตั้งค่ารูปภาพหน้าปกให้มีการแสดงผลในรูปแบบที่ถูกต้องและเหมาะสมบน facebook ด้วยนั่นเอง สำหรับขนาดหรือไซต์รูปภาพที่ facebook ต้องการหรือได้แนะนำมา นั่นก็คือ รูปภาพจะต้องมีขนาด 1200 x 628 พิกเซล ซึ่งเราสามารถเข้าไปดูกฎการแสดงรูปภาพจาก facebook เพื่อศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป

การแปะลิงค์เพื่อโพสต์ไปยัง facebook group โดยตรง

ปกติแล้วทุกธุรกิจ ทุกวงการมักจะต้องมีเฟสบุ๊คกรุ๊ปหรือกลุ่มเฟสบุ๊คโดยตรง ซึ่งถ้าหากเราขอร่วมกลุ่มภายใน facebook ที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา หรือแม้กระทั่งสินค้าของเราโดยตรง โดยที่เราห้ามโพสต์แบบที่ไม่ดูกฎหรือโพสต์แบบตามใจบนกลุ่มนั้น ๆ อย่างเด็ดขาด แต่สิ่งที่เราจะต้องทำนั่นก็คือ คอยสังเกตดูว่าคนในกลุ่มพบเจอปัญหาอะไรเป็นหลัก และให้เราพยายามนำเสนอบทความที่ช่วยในการตอบปัญหาของสมาชิกของกลุ่มทดแทน ซึ่งในขณะนี้เราจะต้องรอจังหวะเพื่อให้คนเข้ามาถามก่อน แล้วค่อยคิดบทความ ทำบทความ และแปะลิงค์ของเราลงไป หากทำแบบนี้จะส่งผลดีและเราจะไม่เสี่ยงถูกแบนจากกลุ่มอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ยังคงมีในส่วนของการลงโฆษณาบน facebook เพื่อที่จะโปรโมทโพสต์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นวิธีสร้างทราฟฟิคแบบที่ต้องใช้เงิน แต่สำหรับ 3 วิธีแรกไม่จำเป็นจะต้องใช้เงินแต่อย่างใด พร้อมทั้งอีกหนึ่งวิธีในการสร้างทราฟฟิคนั่นก็คือ การค้นหาเว็บไซต์หรือเพจที่เป็นพันธมิตรกับเรา เพื่อช่วยทำ backlink กลับมาสู่เว็บไซต์ของเราได้ในที่สุด