แนวทาง SEO อื่นๆ

7 สิ่งเกี่ยวกับ SEO ที่ธุรกิจออนไลน์ห้ามพลาด

7 สิ่งเกี่ยวกับ SEO ที่ธุรกิจออนไลน์ห้ามพลาด

SEO เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการทำธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบัน เนื่องจากระบบการสืบค้นหรือ algorithm ของ search engine ที่อยู่ในความนิยมของคนทั่วโลกนั้น อิงตามดาต้าที่โหลดผ่านอินเตอร์เน็ต ดังนั้นการนำเสนอข้อมูลใหม่ ๆ และการปรับปรุงเว็บไซต์ที่มีมานานให้เข้าสู่ฐานข้อมูลที่ทรงประสิทธิภาพในการเพิ่มยอดขายและขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจึงต้องอาศัยหลักของ SEO นั่นเอง และนี่คือกลยุทธ์ SEO ที่คุณต้องรู้หากจะปรับปรุงเว็บไซต์ของคุณให้เข้าสู่ตลาดการแข่งขันออนไลน์ในปี 2018

SEO ที่ธุรกิจออนไลน์ห้ามพลาด

1. เลือกคีย์เวิร์ดที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งต้องมาจากการวิจัยคีย์เวิร์ดอย่างเป็นระบบด้วยโปรแกรมที่สามารถดาวน์โหลดได้ (อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการอัพเกรด) เพื่อให้คีย์เวิร์ดมีความเป็นปัจจุบันสอดคล้องกับความต้องการของตลาดออนไลน์อยู่เสมอ

2. การทำ SEO ไม่ใช่สิ่งที่จะหยุดนิ่งได้ เพราะโลกออนไลน์หมุนตามความต้องการของผู้คนตลอดเวลา การทำ SEO ก็เช่นเดียวกัน มีองค์ประกอบหลายส่วนทั้ง off-page และ on-page ที่ต้องปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เว็บไซต์เลื่อนอันดับในการค้นหาเป็น top5 อยู่เสมอ

3. เป้าหมายของ SEO ไม่ใช่การขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของการคีย์จาก search engine ตลอดเวลา เพราะระบบวิเคราะห์ดาต้าที่มีความซับซ้อนเชิงเทคนิค ดังนั้นการดูผลลัพธ์จากยอดการเข้าชมเว็บไซต์ การแชร์ข้อมูลและยอดจำหน่ายสินค้าและบริการจึงเป็นรูปธรรมที่ต้องสนใจมากกว่าอันดับต้นสุดของเพจค้นหา

7 สิ่งเกี่ยวกับ SEO

4. การใส่คีย์เวิร์ดที่ดีในลิงค์เชื่อมโยงระหว่างหน้าเพจและรูปภาพ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ทำ SEO ต้องให้ความสนใจ ในแต่ละหน้าเพจควรใส่คีย์เวิร์ดไม่มากเกินไป และไม่ควรใช้ภาษาไทยในการตั้งชื่อลิ้งค์เพื่อลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดในการเชื่อมโยงดาต้า

5. การทำ SEO อย่างเดียว ยังไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด การเลือก hosting ที่มีการดูแล server อย่างดีและมีการแก้ไขปัญหาเชิงเทคนิคอย่างมืออาชีพ จะช่วยลด error ในการสืบค้นได้ เช่น การเปิดหน้าเว็บเพจไม่ขึ้น การโหลดข้อมูลช้า ซึ่งสัมพันธ์กับความประทับใจของลูกค้าธุรกิจและจะส่งผลต่อยอดขายอย่างแน่นอน

6. เนื้อหาส่วน meta description ที่เป็นการสรุปภาพรวมเนื้อหาของเว็บไซต์แบบสั้น ๆ ไม่เกินร้อยคำ เป็นส่วนที่ต้องมีคีย์เวิร์ด SEO แทรกอยู่อย่างเหมาะสมและต้องสอดคล้องกับเนื้อหาเสมอ

7 สิ่งเกี่ยวกับ SEO ที่ธุรกิจออนไลน์

7. ต้องเช็ค status ลิ้งค์ต่าง ๆ ให้มีความเป็นปัจจุบัน ไม่ปล่อยให้ลิ้งค์ SEO หมดอายุ เพราะจะส่งผลต่อคุณภาพการประเมินเว็บไซต์และทำให้อันดับในการสืบค้นจาก search engine ตกลงด้วย

เชื่อมั่นว่า หากนักธุรกิจออนไลน์ยุคใหม่ได้ศึกษา SEO และลงมือเรียนรู้ผ่านประสบการณ์อย่างเพียงพอ จะช่วยให้มองเห็นจุดบกพร่องและจัดการกับองค์ประกอบแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ทั้งด้าน hosting และส่วนโครงสร้างของเว็บไซต์ และทำให้ธุรกิจรุดหน้าต่อไปได้อย่างสวยงาม

แนวทาง SEO อื่นๆ

Content SEO กับ 5 สิ่งที่ห้ามขาดโดยเด็ดขาด เพื่อทำอันดับให้ยั่งยืน

5 สิ่งห้ามขาดใน Content

การทำ SEO เป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับวงการธุรกิจออนไลน์ในปี 2018 เนื่องจากการค้นหาคำด้วยคีย์เวิร์ดต่างๆ ของเครื่องมือมหัศจรรย์อย่าง search engine จำเป็นต้องอิงตามหลักการ SEO ซึ่งหนึ่งในงานหน้าบ้านของเว็บไซต์ ก็คือการเขียนบทความ หรือ content ที่จำเป็นต้องใช้ความชำนาญและประสบการณ์ของนักเขียน หรือ content writer ในการทำ SEO เราจึงได้รวบรวม 5 เทคนิคที่กูรูนักเขียนแนว SEO ได้แนะนำไว้ หากต้องการให้เว็บไซต์ยุค 2018 ติดอันดับยอดนิยมในการค้นหา

1. ต้องหาคีย์เวิร์ดที่ใช่ จำเป็นมากที่ต้องรู้ว่าการสืบค้นธุรกิจแนวที่ทำอยู่ของกลุ่มลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย ใช้คีย์ว่าอะไร เช่น

– website ร้านจัดดอกไม้ ควรมีคีย์เวิร์ด จัดช่อดอกไม้ รับปริญญา วาเลนไทน์ ราคาถูก เป็นต้น
– webpage วิตามินและอาหารเสริม ควรมีคีย์เวิร์ด ว่า วิตามิน สุขภาพ อาหารเสริม ความงาม เป็นต้น

2. สำหรับการมอบหมายงานให้นักเขียน content หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ online มือใหม่ ที่ยังไม่แน่ใจว่ากลุ่มคนเป้าหมายที่ต้องการสื่อสาร หรือมีโอกาสขายสินค้าและบริการได้มากที่สุด มักสืบค้นด้วยคำใด ก็สามารถใช้บริการของ program ขั้นเทพ อย่าง keysearch ได้ แต่ทั้งนี้ก็อาจมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไปตามการลงทะเบียนใช้งานด้วย

เนื้อหา เป็นปัจจัยสำคัญต่อเว็บ

3. การกำหนดตำแหน่งเพื่อให้เป็น บทความ SEO ควรเน้นที่การกระจายคีย์เวิร์ดในจุดต่างๆ ขององค์ประกอบบทความ ได้แก่

(1) ส่วนหัว หรือ ชื่อของบทความ (title)
(2) ส่วนที่อยู่ หรือ URL address ซึ่งต้องมีคีย์เวิร์ดสำคัญอยู่ในนั้นเสมอ และไม่ควรตั้งเป็นภาษาไทยเพราะจะเกิดปัญหาในการสืบค้น หรือเกิด ERROR ได้
(3) ส่วนเนื้อหาโดยภาพรวม หรือ Description หรือบางกรณีเป็นการนำบทย่อหน้าแรกมาลง ทั้งนี้อาจใช้โปรแกรม WordPress ช่วยย่นระยะเวลาในการทำ SEO ปลั้กอินได้

4. ในบทความหนึ่งๆ นอกจากตัวอักษรที่ต้องมีความเหมาะสมในการจัดรูปแบบวางคำและความยาวที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มผู้อ่านแล้ว ยังต้องมีการเพิ่มรูปภาพที่เกี่ยวข้องกับบทความ หรือช่วยส่งเสริมการขายได้ ซึ่งแน่นอนว่าจำเป็นต้องมีการตั้งชื่อรูปภาพประกอบเหล่านั้นด้วย การทำ SEO ในส่วนนี้ คือการนำคีย์เวิร์ดที่เหมาะมาเป็นชื่อของภาพนั่นเอง

5. การใช้คำกระตุ้นความน่าอ่าน เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจอยู่เสมอ หัวข้อบทความจึงไม่ควรยาวเกินไป เพราะต้องการใส่ keyword หลายคำ ควรใช้เทคนิค “น้อยแต่มาก” หรือ minimalist คือถ้อยคำสั้นๆ แต่โดนใจ เช่น ห้ามพลาด ขาดไม่ได้ สิ่งจำเป็น ดีกว่าที่จะใช้ถ้อยคำเป็นเชิงบรรยายซึ่งทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าน่าเบื่อ และทำให้ลดเปอร์เซ็นต์จำนวนผู้ที่จะคลิกเข้ามาอ่านบทความไปด้วย

จะเห็นได้ว่า การทำ SEO กับบทความด้วย 5 เทคนิคที่กล่าวมา เป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝนและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ การจ้างงานเขียนบทความ SEO จึงควรใส่ใจเลือกคุณภาพงานเขียนมากกว่าปริมาณหรือราคา

SEO Keywords หมวดพนัน

เทคนิคการเขียนเนื้อหาเพื่อทำ SEO ภายในเว็บไซต์

การมีเว็บไซต์เป็นของตนเองถือเป็นช่องทางสะดวกในการขายสินค้าทางออนไลน์ หรือแม้แต่เป็นช่องทางโปรโมทโดยเขียนบทความนำเสนอข้อมูลรายละเอียด เขียนคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ เรื่องราวต่างๆ ที่ช่วยให้เกิดผลดีต่อการทำธุรกิจมากขึ้น เปรียบเทียบได้กับพื้นที่หน้าร้านที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต จำเป็นต้องมีการทำ SEO เพื่อให้เครื่องมือค้นหาอย่าง Google แสดงผลการค้นหาให้ผู้ชมที่มีความสนใจสินค้าเข้าถึงเว็บไซต์และสร้างโอกาสขายเพิ่มขึ้น

สิ่งสำคัญคือคอนเทนต์ในเว็บไซต์ต้องสื่อสารข้อมูลได้ดี งานเขียนมีคุณภาพ ผู้เขียนต้องเข้าใจวิธีการเขียนเนื้อหาเพื่อทำ SEO ภายในเว็บไซต์ว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง อันดับแรกเป็นเรื่อง “คีย์เวิร์ด” เพื่อทำให้บทความนั้นปรากฏในสายตาของผู้ชม เพราะเราใช้คีย์เวิร์ดในการค้นหาสิ่งที่ต้องการในอินเทอร์เน็ต คำหลักต้องเลือกอย่างถูกต้องจึงจะตรงกับใจผู้บริโภค หลายคนคงเข้าใจเรื่องการใส่คำหลักกระจายในบทความแล้ว ถ้าจะให้อธิบายคร่าว ๆ คือต้องใส่ในย่อหน้าแรก ย่อหน้ากลางและย่อหน้าสุดท้าย อย่างน้อย 2-3 คำ ไม่ควรใส่คีย์เวิร์ดมากเกินไปจนอ่านไม่รู้เรื่อง หรือมากผิดปกติจนกลายเป็นสแปม นอกจากนั้นการเลือกคีย์เวิร์ดที่เป็นคำเฉพาะจะเชื่อมโยงเข้าถึงเว็บไซต์และบทความได้ดีกว่า

มากกว่าที่คุณคิดสำหรับการทำ SEO

การทำ SEO ภายในบทความไม่จำกัดเฉพาะใส่คีย์เวิร์ดในเนื้อหาเท่านั้น ยังรวมถึงการใส่คีย์เวิร์ดในการตั้งชื่อเรื่อง ต้องเรียนรู้เทคนิคการเขียนชื่อบทความ (Title) และการเขียนคำอธิบายของเว็บไซต์ (Description) ซึ่งเป็นสิ่งที่ Google นำไปใส่ไว้ในหน้าแสดงผลการค้นหา จึงเป็นส่วนสำคัญต่อการจัดอันดับที่ดี ทำให้มีโอกาสอยู่ในหน้าแรก ๆ ผลลัพธ์ก็คือทำให้ผู้ชมเห็นเว็บไซต์ของเราก่อน และมีโอกาสเข้าเลือกซื้อสินค้าก่อนคู่แข่ง การเขียนชื่อบทความและคำอธิบายเว็บมีหลักง่าย ๆ คือจำกัดตัวอักษรให้เหมาะสมและอย่าลืมใส่คีย์เวิร์ดสำคัญลงไปด้วย สำหรับการเขียนชื่อเรื่องแนะนำให้ใช้ตัวอักษรประมาณ 65 ตัวหรือประมาณ 7-10 คำ ส่วนการเขียนคำอธิบายเกี่ยวกับเว็บไซต์ควรใช้ตัวอักษร 155 ตัว เขียนขาดได้เล็กน้อย แต่ไม่ควรเกินเพราะแสดงผลได้ไม่ครบทั้งหมด

ความรู้เรื่องเกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์พื้นฐานและการทำ SEO อ่านได้ในเว็บไซต์ทั่วไป ไม่ได้เป็นความลับสุดยอด โดยเฉพาะเรื่องการใช้คีย์เวิร์ด ควรสอดแทรกด้วยคีย์เวิร์ดในทุกช่องทางทั้งการตั้งชื่อของบทความ การตั้งชื่อไฟล์ คำอธิบายรูปภาพและการใส่คีย์เวิร์ดในชื่อวิดีโอ ซึ่งจะมีผลดีต่อการทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาเว็บได้รวดเร็วขึ้น ทุกวิธีต้องทำอย่างถูกต้องด้วย การใช้คีย์เวิร์ดปรากฏบนหน้าเว็บไซต์มากเกินไปทำให้ผู้ใช้มีปัญหาในการอ่านข้อมูล เรื่องที่ดูเหมือนง่ายอาจจะไม่ง่ายนักหากขาดความพอดี ลองใช้คีย์เวิร์ดที่คิดว่าเหมาะสมก่อน ถ้าผลลัพธ์ไม่มีประสิทธิภาพ ต้องปรับเปลี่ยนใช้คำอื่น ๆ หรือเพิ่มคำขยายที่อาจให้ผลการค้นหารวดเร็วและตรงกับความต้องการมากกว่า พยายามอ่านคำแนะนำที่เป็นประโยชน์อยู่เสมอเพื่อให้การสร้างเนื้อหาคอนเทนต์และการทำ SEO เกิดประโยชน์กับเว็บไซต์มากยิ่งขึ้น

มากกว่าที่คุณคิดสำหรับการทำ SEO

แนวทาง SEO อื่นๆ

วิธีการทำ SEO ให้ชนะคู่แข่งยักษ์ใหญ่

รวมบิ๊กแบรนด์ใหญ่ในโลก

ทำอย่างไรธุรกิจขนาดเล็กจึงจะแข่งขันกับบริษัทยักษ์ใหญ่ได้ วิธีการไม่ยาก ต้องใช้คีย์เวิร์ดที่เฉพาะเจาะจงเพื่อเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายโดยตรง ถ้าใช้คีย์เวิร์ดคำเดียวสั้น ๆ จะเป็นคำที่มีการแข่งขันสูง เมื่อพิมพ์ลงใน Google ทำการจัดอันดับ ผลลัพธ์ออกมาบริษัทยักษ์ใหญ่จะออกมาในหน้าแรก ๆ จึงยากที่ธุรกิจขนาดเล็กจะแจ้งเกิดได้ ถ้าไม่ใช้คีย์เวิร์ดเฉพาะแล้ว การทำ SEO แข่งขันกับบริษัทยักษ์ใหญ่แทบไม่มีความเป็นไปได้เลย ลองจินตนาการว่าเว็บไซต์เป็นร้านขายของ หากร้านค้าเหล่านั้นตั้งอยู่ในสถานที่ระดับพรีเมียม เช่น สยามสแควร์ ปริมาณและคุณภาพของผู้ซื้อจะสูง ยอดขายอาจพุ่งกระฉูด แต่ราคาค่าเช่าในศูนย์การค้าย่านสยามมีราคาแพงเกินไปสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ในทำนองเดียวกันถ้าคุณใช้คำทั่วไปเป็นคีย์เวิร์ดในการค้นหาจะไม่มีชื่อปรากฏในหน้าแรก ๆ คีย์เวิร์ดที่มีคำขยายจึงเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา ทำให้ Google เจาะเข้าไปที่เว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมน้อยกว่า มีโอกาสที่ลูกค้าจะเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณมากขึ้น สามารถสร้างรายได้ในระดับที่ต้องการได้

มาวิเคราะห์แบรนด์ยักใหญ่สักนิด

ยกตัวอย่างแบรนด์ Fashion Nova เป็นร้านค้าปลีกในรัฐแคลิฟอร์เนียที่สหรัฐ ขายสินค้าเสื้อผ้าผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ พอเริ่มเปิดธุรกิจอีคอมเมิร์ซชื่อเว็บไซต์ FashionNova.com เมื่อปี พ.ศ.2556 ปรากฏว่าใช้คีย์เวิร์ด “Fashion” คำเดียวไม่ประสบความสำเร็จ เพราะคีย์เวิร์ดนี้มีการแข่งขันสูงมาก ต้องแข่งขันกับแบรนด์ใหญ่ ๆ พอเปลี่ยนจากคำว่าแฟชั่นเป็น “jeans” เกมเปลี่ยนมือ ชื่อของ Fashion Nova เข้าไปอยู่อันดับที่ 3 ในการจัดอันดับเว็บไซต์ของ Google แซงหน้าแบรนด์ชั้นนำมากมาย เช่น American Eagle Outfitters , Nordstrom , Lucky Brand และ Hollister ที่โด่งดังและครองตลาดเสื้อผ้าผู้หญิงมาก่อน

ตัวอย่างนี้แสดงถึงความสำคัญของการเลือกคีย์เวิร์ดที่เฉพาะเจาะจง ชูจุดเด่นของแบรนด์เพื่อทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ทั้งที่แบรนด์ Fashion Nova ไม่ได้มีงบประมาณด้านการตลาดหรือการทำโปรไฟล์ backlink มากเท่ากับคู่แข่ง แม้ว่า backlink จะเป็นปัจจัยหนึ่งในกระบวนการทำ SEO ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ลิงก์เป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนความสำเร็จ การสร้างลิงก์กับเว็บคุณภาพที่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันอาจทำให้ Google พิจารณาจัดอันดับเว็บไซต์ของคุณให้ดีขึ้น แต่การค้นหาชื่อแบรนด์เพื่ออุดหนุนสินค้าและเข้ามาซื้อซ้ำอีกบ่อย ๆ เป็นปัจจัยสำคัญในการจัดอันดับมากกว่า

สำหรับธุรกิจขนาดเล็กคงไม่ต้องการให้คนเข้ามาดูจำนวนมากแล้วกดออก แต่ต้องการยอดขายที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง หากคีย์เวิร์ดทำให้ลูกค้าเข้าถึงเว็บไซต์ได้ ต้องเตรียมโครงสร้างเว็บไซต์ที่สวยงาม มีข้อมูลรายละเอียดและราคาที่แข่งขันได้ รวมทั้งเตรียมบทความดีๆ ชูจุดเด่นของแบรนด์ว่าทำไมลูกค้าต้องซื้อสินค้าของคุณ ทั้งหมดมีความสำคัญที่จะทำให้การทำ SEO สร้างความสำเร็จให้แบรนด์ของคุณมีรายได้เข้ามาตลอดเวลา อาจจะแข่งขันสู้แบรนด์ใหญ่ไม่ได้ แต่ความเติบโตอย่างยั่งยืนคือรากฐานสำคัญที่จะทำให้คุณเติบโตเป็นแบรนด์ชั้นนำในอนาคต

แนวทาง SEO อื่นๆ

จ้างบริษัทรับทำ SEO โฆษณาให้แบบครบวงจร

บริษัทรับทำ SEO

ทุกวันนี้เราเห็นบริษัทรับทำ SEO เสนอตัวเข้ามาช่วยทำการตลาดออนไลน์ด้วยการจัดหาบทความมาลงในเว็บไซต์และการใช้คีย์เวิร์ดเพิ่มโอกาสการค้นหาให้ เว็บไซต์ติดอันดับ ต้นๆ ในกูเกิ้ล ซึ่งกระตุ้นความสนใจทำให้เว็บไซต์จำนวนมากเข้ามาใช้บริการ โดยหวังว่าจะให้ลูกค้ามองเห็นก่อน ด้วยเชื่อว่าการเข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุดจะมีโอกาสขายสินค้าและบริการได้ก่อน เรื่องนี้มีความจริงอยู่มาก การตลาดออนไลน์มีวิธีทำได้ไม่ยากหากเปิดใจรับมืออาชีพเข้ามาช่วยโฆษณาให้แบบครบวงจร รวมถึงการใช้โซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Youtube, Line หรือ Instagram ช่วยโฆษณาสินค้าและขายสินค้าได้เป็นอย่างดี เราอาจคิดว่าตัวเองน่าจะทำได้เหมือนกัน แต่ผลที่ได้รับตอบกลับมาอาจไม่น่าพอใจนัก หากจะให้ดี เราควรหันไปโฟกัสเรื่องธุรกิจของตนเองให้ดีขึ้น ส่วนเรื่องกลยุทธ์การทำตลาดปล่อยให้เป็นเรื่องของมืออาชีพซึ่งบริษัทที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงจะทำได้ดีมีประสิทธิภาพมากกว่า

การตลาดของเหล่า SEO

การทำการตลาด SEO เพื่อกระตุ้นยอดขายและบริการ สิ่งแรกที่จะได้กลับมาคือการสร้างเส้นทางเชื่อมโยงให้ลูกค้าที่ใส่คีย์เวิร์ดค้นหาสามารถเข้ามาชมเว็บไซต์รวดเร็วและง่ายดาย สร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจอย่างมาก จำนวนคนเข้าชมเพิ่มขึ้น โอกาสขายมากขึ้น ทำให้หลายบริษัทต่างเลือกช่องทางใช้บริการทำ SEO ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการซื้อโฆษณาในสื่อดั้งเดิมอย่างหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ป้ายบิลบอร์ดและประหยัดมากกว่าในสื่อสังคมออนไลน์ซึ่งตอนนี้แม้แต่เฟซบุ๊กยังเรียกเก็บค่าโปรโมทโฆษณาแล้ว และสนนราคาค่าบริการยังปรับแพงขึ้นอีกด้วย ถ้าคิดว่ารับมือกับการคำนวณค่าโปรโมทเว็บของเฟซบุ๊กไม่ไหว ลองใช้บริการการตลาดออนไลน์จะประหยัดกว่ามาก อาจเลือกใช้บริการเป็นรายเดือนก็ได้เพื่อประกันอันดับให้อยู่ในหน้าแรกๆ ของกูเกิ้ล

หากงบประมาณมีจำกัด สามารถเลือกใช้บริการ SEO เข้าช่วยได้ เป็นผลดีต่อการโปรโมทเว็บไซต์นำเสนอสินค้าและบริการที่มีอยู่เกลื่อนตลาดให้โดดเด่นบนหน้าการค้นหาของกูเกิ้ล เข้าตาผู้บริโภคง่ายและรวดเร็ว ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าการทำตลาดออนไลน์ด้วยวิธี SEO จะไม่เห็นผลตอบรับต่อธุรกิจเร็วนัก แม้ว่าจะมีคนเข้ามาดูเว็บไซต์มากขึ้น แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นในทันที เพราะลูกค้ายังเห็นตัวเลือกอื่นที่คล้ายกัน อาจเข้าไปดูเว็บต่างๆ พิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ หากเราหวังมากเกินไป คิดว่าจะเห็นผลโดยเร็ว จะผิดหวังและหมดกำลังใจเอาง่ายๆ ถ้าเลิกกลางคันจะเสียเงินไปเปล่าๆ เมื่อผู้บริโภคเริ่มรู้จักแบรนด์มากขึ้นแล้ว ควรสานต่อการทำตลาดออนไลน์ทั้งด้านการเพิ่มคีย์เวิร์ดใหม่ให้เข้าถึงเป้าหมายมากขึ้น ปรับปรุงสินค้าหรือบริการ แก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้ามากที่สุดจึงจะสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าตอบสนองสิ่งที่พวกเขาต้องการได้มากกว่าคู่แข่ง ผลลัพธ์ของการใช้บริการทำตลาดออนไลน์จะตอบแทนอย่างคุ้มค่าแน่นอน

Seo การตลาดออนไลน์

แนวทาง SEO อื่นๆ

ทำอันดับเว็บไซต์ให้ติดทนนาน

ติดทนนาน

ทุกคนที่เลือกทำการตลาดไซด์เอสอีโอนั้น ย่อมอยากให้เว็บไซต์ของตัวเองติดอันดับแรกๆของทุกคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง โดยอยู่ให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ เพื่อให้มียอดขายเข้ามาต่อเนื่องถล่มทลาย แต่ในหลักความเป็นจริงนั้น ส่วนมากเราจะต้องพบกับการสวิงขึ้นลงของอันดับเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ก็เกิดการสวิงได้ทั้งนั้น อะไรที่จะเป็นตัวบอกเราว่าเว็บไซต์ของเราถึงจะมีอันดับติดทนนานเหมือนกับเว็บไซต์ขนาดใหญ่บางเว็บ ที่ต่อให้เว็บเล็กวิ่งขึ้นลงมากแค่ไหนก็ไม่กระทบกับเว็บใหญ่แม้แต่นิดเดียว อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เว็บเรานั้นสามารถคงที่ในเรื่องของ SEO อยู่ได้
พฤติกรรมผู้ใช้ ตัวแปรที่สำคัญ

สิ่งเดียวที่มีความสำคัญมากที่สุดคือ การตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ คำว่าตอบสนองความต้องการของผู้ใช้นั้นแน่นอนว่าเราจะทำเว็บไซต์แต่ SEO อย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะทุกคนหากว่าทำทำ SEO อย่างเดียวกัน มันก็จะมีอัตราการตอบสนองในรูปแบบเดียวกัน คือมาจากการค้นหาเป็นหลัก แต่การวัดประสิทธิภาพเว็บไซต์ที่แท้จริงควรจะมีการเข้าชมจากแหล่งที่มาที่หลากหลาย อาจจะมาจากโซเชียลมีเดียส่วนหนึ่ง อาจจะมาจากตามคลิปใน YouTube ส่วนหนึ่ง หรืออาจจะมีการเข้าพิมพ์แบบโดยตรงไปส่วนหนึ่ง

การเข้าชมเว็บ

และการเช้าชมเว็บจาก IP ซ้ำ ๆเข้าเว็บเดิมๆ ก็อาจจะมีผลด้วยเช่นเดียวกัน เพราะนั่นหมายถึงพฤติกรรมผู้ใช้คนเดิมมีการเข้าเว็บเดิมซ้ำบ่อยๆ แปลว่าเว็บไซต์ที่เข้านั้นสามารถตอบโจทย์ต่อความต้องการของผู้ใช้ได้นั่นเอง แต่คงจะไม่ได้มีการเพิ่มอันดับหากเพียงวัดจากไอพีเดียว คงจะต้องไปหลาย 1000 ไอพีมากกว่า หากวัดค่าแค่ IP ซ้ำเพียงไอพีเดียว เราก็ทำได้เอง เพียงแค่กดเข้าเว็บเองแบบนั้นมันก็คงไม่ถูกสักเท่าไหร่ เว็บที่จะติดทนนานคือเว็บที่มีแหล่งคนเข้ามาจากหลายที่ มีพฤติกรรมผู้ใช้เข้าเว็บคงอยู่ตลอด มีการกลับเข้ามาเยี่ยมชมอยู่เป็นประจำ นี่คือประเด็นหลักในการทำ SEO ให้เว็บไซต์มีอันดับยั่งยืน

แนวทาง SEO อื่นๆ

พิมพ์ผิด แต่ดันขึ้นถูกเว็บไซต์

ค้นหา seo

เคสสุดประหลาดมากที่น้อยคนนักจะรู้จักและสังเกตถึงข้อนี้ ส่วนมากนักทำ seo จะอ่านหนังสือหาความรู้ในแพตเทิร์นเดียวกัน แต่ขาดประสบการณ์การทดสอบ ทดลอง สังเกต ของเหล่านี้จะขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคลว่ามีความสามารถและความใส่ใจมากแค่ไหน มีอยู่ข้อหนึ่งที่น่าสนใจมากนั่นก็คือเวลาที่เราพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ผิด อาจจะพิมพ์เป็นภาษาไทย แต่ชื่อเว็บไซต์แท้จริงนั้นเป็นภาษาอังกฤษ เวลาเราพิมพ์ Search ใน Google ไหงทำไมมันถึงจัดอันดับเว็บไซต์ปลายทางที่เราต้องการได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ทั้งที่ไม่ได้มีเนื้อหาที่สอดคล้องกับคำที่เราพิมพ์ค้นหาผ่าน Google เลยแม้แต่น้อย เนื่องจากเราเป็นการพิมพ์ผิดมันจึงเป็นตัวอักษรมั่วซั่วยึกยือ

กุญแจ SEO แต่ละดอก มาจากการทดลองและสังเกต

สังเกต

ทำไมล่ะ Google ถึงได้จัดอันดับได้อย่างถูกต้อง ข้อนี้ยังคงเป็นปริศนา แต่มันเป็นตัวบ่งบอกได้ชัดเจนว่าคะแนนปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการจัดอันดับเว็บไซต์ นั้นคือหากว่าเรามีการพิมพ์ผิดคำว่าอะไร แล้วผู้ใช้ได้มีการเข้าไปยังเว็บไปทางไหนในลำดับต่อไป Google จะให้คะแนนเว็บนั้นกับเว็บไซต์ปลายทางมากขึ้น มันเป็นคะแนนพิเศษที่ SEO ส่วนมากสายการทำลิงค์จะไม่สามารถทำได้เพราะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ชายล้วนล้วน 100%

สิ่งที่เราทำได้มีเพียงพยายามดันอันดับในคีย์หลักและคีรองที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันให้ได้มากที่สุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการดันเว็บไซต์ของเราไปอยู่อันดับแรกตามคิย์เวิร์ด แล้วเมื่อมีคนคลิกมายังเว็บเรามนคีย์รองเหล่านั้น มันก็จะเริ่มส่งผลมายังคำค้นหาหลักที่เกี่ยวข้อง และหากพฤติกรรมผู้ใช้มีการคลิกมายังเว็บไซต์ของเราในคำค้นหากลักที่เกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้น Google ก็จะให้คะแนนของเรามากขึ้นไปด้วยเช่นเดียวกัน มันเข้ากรณีเดียวกับเคสพิมพ์ผิดแต่ดันขึ้นเว็บถูกนั่นเอง ของแบบนี้ไม่ลองไม่รู้พิสูจน์ดูด้วยการลงมือทำ

แนวทาง SEO อื่นๆ

รู้จักลูกค้า สร้างเนื้อหาและทำ SEO ได้ตรงใจ

เนื้อหาเว็บ ในสายตาของลูกค้า

คนที่ทำธุรกิจส่วนตัวหรือค้าขายเข้าใจดีกว่าการแข่งขันรุนแรงทำให้เราต้องทำความเข้าใจลูกค้ามากขึ้น ลูกค้าเป้าหมายของเราคือใคร เมื่อรู้ว่าเราต้องการขายสินค้าให้ลูกค้ากลุ่มไหนแล้ว การทำ SEO โดยใช้คีย์เวิร์ดใส่ในบทความให้ลูกค้าอ่านหรือค้นหาเชื่อมโยงจากกูเกิลจะกลายเป็นเรื่องง่ายและสามารถเอาชนะใจลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น พยายามคิดในมุมมองของลูกค้าว่ามีความต้องการอย่างไร สินค้าและบริการของเราตอบโจทย์ความต้องการได้ดีพอหรือยัง ถ้าคำตอบคือไม่ คุณต้องพร้อมเสนอทางเลือกใหม่ๆ อีกหลายแง่มุมจนกว่าลูกค้าจะได้ตัวเลือกที่พอใจที่สุด

1. สร้างความประทับใจให้ลูกค้า

เพราะลูกค้าแต่ละกลุ่มมีความพึงพอใจแตกต่างกัน เราต้องดูว่าจะใช้วิธีการทำ SEO ในบทความอย่างไรถึงจะดึงดูดความสนใจได้ดี เช่น เลือกคีย์เวิร์ดแบบเฉพาะเจาะจงเพื่อดึงลูกค้าเข้ามาหาข้อมูลได้ตรงจุด เนื้อหาบทความไม่ยาวเกินไป มีทั้งสาระความรู้ ถ้อยคำสละสลวยอ่านแล้วเพลิดเพลิน ให้ข้อมูลที่มีประโยชน์กับผู้อ่าน รู้สึกว่าอ่านแล้วคุ้มค่า โดยไม่จำเป็นต้องเสนอขายสินค้าในทุกบทความ แต่สร้างความประทับใจเพิ่มโอกาสการทำยอดขายให้สูงขึ้นได้

2. เนื้อหาสร้างสรรค์น่าสนใจ

ดูความเหมาะสมของบทความทั้งเรื่องลีลาการเขียน เนื้อหาที่หลากหลาย สะกดคำถูกต้องทำให้บทความขาดความน่าเชื่อถือ เว้นระยะสวยงาม ใส่รูปภาพประกอบด้วย หรือการทำกราฟิกเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจและเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้ผู้อ่านพอใจและแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การโปรโมทสินค้าออนไลน์เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายและเป็นที่รู้จักกระจายออกไปในวงกว้าง

Content

3. ดูการตอบสนองจากลูกค้า

การใช้งานอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียต่างๆ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการติดตามการสนองตอบของลูกค้าง่ายและสะดวกรวดเร็ว สามารถวางแผนรองรับได้ดีขึ้น ปรับปรุงเนื้อหาสร้างความแปลกใหม่และค้นหาสิ่งที่ลูกค้าสนใจต้องการจะอ่านมาส่งเสริมโอกาสการขาย ช่วยวางกลยุทธ์การตลาดแม่นยำมากขึ้น

4. อัพเดทคีย์เวิร์ดให้ลูกค้าเข้าถึงง่าย

ธุรกิจการค้าแทบทุกประเภทก้าวเข้าสู่โลกออนไลน์ การทำเว็บไซต์จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการโปรโมทสินค้าและตามเทรนด์ใหม่ๆ ให้ทัน พยายามติดตามศัพท์คีย์เวิร์ดใหม่ๆ ที่ใช้กันในยุคปัจจุบัน หรือถ้อยคำที่ลูกค้าเชื่อมโยงเข้าเว็บของเราได้ง่าย ขณะเดียวกันก็เป็นคีย์เวิร์ดที่เข้าถึงลูกค้าจำนวนมากขึ้น โดยประเมินจากกระแสสังคมและความต้องการของตลาด จากที่เคยใช้คีย์เวิร์ด “รองเท้ากีฬา” เปลี่ยนมาเป็น “รองเท้ากีฬา มือหนึ่ง ราคาถูก” ครอบคลุมความต้องการลูกค้าซึ่งเป็นเป้าหมายของเราโดยตรง

การทำ SEO เพื่อเข้าถึงลูกค้าจำนวนมาก ดึงดูดเข้ามาเยี่ยมชมและติดตามอย่างสม่ำเสมอ นับเป็นอีกวิธีที่ช่วยปรับอันดับการค้นหาในกูเกิลให้อยู่ในหน้าแรกๆ ซึ่งหมายความว่าสินค้าและบริการของเราต้องตอบโจทย์ลูกค้าได้ดี ส่วนบทความจะให้ข้อมูลความรู้ที่มีประโยชน์และตรงความต้องการ หากมีองค์ประกอบเหล่านี้ครบถ้วน รับประกันความมีประสิทธิภาพซึ่งจะส่งเสริมการตัดสินใจซื้อของลูกค้าให้เร็วขึ้นได้

แนวทาง SEO อื่นๆ

การค้นหาบน Google ด้วยการวางรูป

การค้นหาบน Google ด้วยการวางรูป

เป็นเรื่องน่าสนใจมากสุดสุดอีกหนึ่งเรื่อง แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีกระแสการค้นหาด้วยรูปการซักเท่าไหร่และผู้เขียนเองก็ไม่รู้ว่าวิธีการค้นหาผ่านรูปนั้นมีมายาวนานแล้วหรือไม่ แต่เชื่อว่าผู้ที่เข้ามาอ่านหลายคนก็ยังไม่รู้เรื่องนี้กันอย่างแน่นอน คงมีคนรู้ไม่ถึง 10% เสียด้วยซ้ำ วิธีการค้นหาผ่านรูปนั้นมันคืออะไร ใช้การพิมพ์ข้อความแล้วเลือกไปที่โหมดรูปภาพหรือเปล่า ? มันก็ไม่ใช่อยู่แล้ว เพราะถ้าใช่คงไม่หยิบมาเป็นประเด็นโพสต์บทความหรอก เดี๋ยวจะโดนผู้อ่านด่าเอาได้

เพียงแค่ลากรูปไปวาง

วิธีการค้นหาด้วยรูป ที่ผู้เขียนได้ไปเปิดทดสอบแล้วเจอมากับตัวนั้นก็คือการที่เราเลือกรูปภาพจากจากหน้าเว็บของ Google หลักในส่วนของรูป แล้วโยนมันลงไปที่แทบค้นหาบน เว็บไซต์ Google มันจะทำการค้นหาข้อมูลที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวกับลูกของเราให้อย่างอัตโนมัติ แล้วมันรู้ได้ยังไงล่ะว่ารูปของเราเกี่ยวกับอะไร ถือเป็นสิ่งแปลกใหม่ ผู้เขียนเองลองอยู่ไม่กี่ครั้งก็ยังจับประเด็นไม่ถูกเหมือนกัน ว่าสรุปแล้ว อันกอริทึมตัวล่าสุดมาได้ใช้ระบบการจัดการอย่างไรมีอะไรมาเป็นตัวช่วยคำนวณ เพราะการดึงรูปจากฐานข้อมูลที่ Google มีบนเว็บไซต์ หากรูปไม่ใส่ tag alt มันจะค้นจากอะไร title อย่างเดียวคงไม่เหมาะแน่ มันจะเอาอะไรมาเป็นตัววัดว่ารูปนี้มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับอะไร

ถึงแม้ว่าปัจจุบันฟังก์ชั่นนี้อาจจะยังไม่ได้รับความสนใจสักเท่าไหร่ เพราะการค้นหาข้อมูลนี้ยังคงมีความผิดพลาดเยอะอยู่ แต่ในอนาคตหากอัลกอริทึ่มสามารถอ่านรูปภาพของเราแล้วตีความออกมาได้ แล้วแสดงผลข้อมูลการค้นหาได้อย่างถูกต้องแม่นยำ เราก็คงเป็นเรื่องที่สนุกกันอีกครั้งทีเดียว เพียงแค่ลากรูปไปวาง ก็พบกับข้อมูลการค้นหาที่เกี่ยวข้องกับลูกของเราแล้ว หากว่ามีการอัพเดทหรือมีการพัฒนาในส่วนนี้จนมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ผู้เขียนก็จะไม่พลาดที่จะนำมาฝากฝากกันอีกครั้ง รับรองได้

แนวทาง SEO อื่นๆ

เหตุผลทำไมคุณควร Outsource เพื่อ SEO

DIY SEO

การศึกษาล่าสุดที่ออกมาต้นปี 2018 โดย ได้เปิดเผยว่ามีเพียง 3% ของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการจ้างงานหรือหน่วยงานภายนอกเพื่อทำตลาดสำหรับธุรกิจของตน ผู้เขียนรายงานสรุปได้ว่าธุรกิจขนาดเล็กและท้องถิ่นกำลังได้รับผลที่น่าผิดหวังและผลตอบแทนจากการลงทุนของพวกเขาต่ำลง เพราะการมองข้ามและพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับ SEO เจ้าของธุรกิจจำนวนมากไม่เห็นความสำคัญของ SEO โดยเฉพาะธุรกิจท้องถิ่นหรือที่เรียกว่า Local Business ทั้งที่ความสำคัญนั้นมีอยู่มากมาย และการจ้างผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งจำเป็น

SEO เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและสิ่งที่ได้ผลในวันนี้อาจไม่ได้ผลในวันพรุ่งนี้ กลยุทธ์การจัดอันดับเว็บไซต์ล่าสุด หรือวิธีชนะการอัปเดตล่าสุดของ Google หรืออัลกอริทึมการค้นหาของ Bing เว็บไซต์ไหนที่จัดการ SEO ที่ทำมาไม่ดีอาจเป็นอันตรายมากกว่าจะเป็นการช่วยให้อันดันดีขึ้น ความพยายามที่ผิดพลาดของคนที่ไม่มี ความรู้จริงเป็นอันรายต่อเครื่องมือค้นหาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Google ซึ่งเป็นที่รู้จักในการลงโทษเว็บไซต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องผลการค้นหาหรือใช้กลยุทธ์สแปมที่ออกแบบมาเพื่อจัดการเว็บไซต์ที่ผิดกฎ

ลงมือทำอันดับเว็บ ด้วยตัวเอง

การเลือกเส้นทางแบบ DIY หรือการทำ SEO ด้วยตัวเอง

มันช่วยให้คุณมีทักษะที่ดีก็จริง แต่ต้องไม่ลืมว่า สิ่งที่ทำในวันนี้มันอาจใช้ไม่ได้ในวันพรุ่งนี้ นั่นหมายถึงคุณต้องใช้เวลาเรียนรู้เกมการเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์มากกว่าการทำธุรกิจของตัวเองอยู่เรื่อยๆ เพื่อรับกลยุทธ์ใหม่ๆที่มาพร้อมกับการจัดอันดับเว็บไซต์หรือวิธีการเพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ ทั้งที่ความจริงควรต้องมุ่งเน้นธุรกิจคือการพัฒนาสินค้าหรือบริการของตัวเองเป็นอันดับแรก ไม่ใช่เรื่องอื่น การมองข้ามการทำ SEO เพื่อธุรกิจเพราะคิดว่าเป็นเพียงธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลางเท่านั้น และมีลูกค้าประจำอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องนี้ แต่ความจริงแล้วนี่คือยุคที่ทุกธุรกิจจะต้องแข่งขันกันอย่างดุเดือด มันไม่ใช่แค่การมีลูกค้าเก่าเท่านั้น แต่ยังต้องเพิ่มลูกค้าใหม่ด้วยเพื่อรักษาธุรกิจให้อยู่รอดได้

การจ้างงานหรือ Outsource เพื่อทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณนั้นเป็นการเพิ่มมุมมองจากคนภายนอก ที่ไม่ได้ถูกล้อมกรอบเอาไว้ด้วยแนวคิดหรือวิธีการทำงานใดๆ บางทีเขาจะมีมุมมองที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณได้มากกว่าที่เจ้าของธุรกิจจะนึกถึง และนี่คือประโยชน์ที่จะได้รับจากการที่จ้างงานจากคนภายนอก (Outsource) สำหรับการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ที่เป็นธุรกิจในท้องถิ่นซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้ามแล้วปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ หากว่าคุณต้องการเอาชนะคู่แข่งที่อยู่รอบๆตัวให้ได้