Browse Category by SEO ทั่วไป
SEO ทั่วไป

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ SEO 2020

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ SEO 2020

การทำ SEO มีความสำคัญมากในยุค 2020 เนื่องจากใคร ๆ ต่างก็หันมาทำการตลาดออนไลน์ โดยเฉพาะช่วงหลังจากประสบปัญหาวิกฤตโควิด-19 ระบาด ผู้คนเก็บตัวมากขึ้นตามหลัก Social distance และหันมาหาข้อมูลสินค้าและบริการต่าง ๆ ทางอินเทอร์เน็ต คนที่ต้องการเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ยุคใหม่ปี 2020 จึงต้องรู้จักความหมายและวิธีทำ SEO เพื่อให้คุณมีโอกาสขายสินค้าได้มากกว่าคนอื่น

การทำ SEO หรือ Search Engine optimization เป็นไปตามระบบการคัดกรองคุณภาพเว็บไซต์โดยอัลกอริทึมของ Google ไม่ว่าจะขายสินค้ากลุ่มอาหาร เสื้อผ้าแฟชั่น ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ สินค้าแม่และเด็ก ฯลฯ ล้วนต้องมีคู่แข่งธุรกิจที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเดียวกัน จึงมีการใช้คำสำคัญหรือ keyword SEO ในการค้นหาสินค้าเหมือน ๆ กัน ดังนั้น หากต้องการมียอดขายสูง มีลูกค้าประจำและลูกค้าใหม่ต่อเนื่อง ก็ต้องทำ SEO เพื่อให้อันดับการนำเสนอเว็บไซต์อยู่ระดับ Top3 Top5 ซึ่งเท่ากับการเพิ่มโอกาสค้นหาเจอได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

มีการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่า คนจะให้ความเชื่อมั่นสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทที่อยู่ในอันดับ 1-3 หลังจากค้นหาด้วย Google มากกว่าอันดับล่าง ๆ ซึ่งสัมพันธ์กับยอดขายของเว็บไซต์ที่อยู่ในลำดับท็อปเหล่านี้ ที่จะมากกว่าเว็บไซต์ที่ขายสินค้าเดียวกันในลำดับรองลงไปหลายเท่าตัว

การทำ SEO ให้เว็บไซต์นั้น มีแนวทางที่ผู้เชี่ยวชาญได้อธิบายไว้มากมาย เช่น เจ้าของเว็บไซต์เรียนรู้ด้วยตัวเอง ซึ่งก็มีข้อดีที่จะเป็นผู้เข้าใจสินค้าตัวเองดีที่สุด มีเป้าหมายและเห็นภาพรวมได้ชัดเจน โดยสามารถหาข้อมูลเบื้องต้นฟรีทางเว็บไซต์ต่าง ๆ หรือลงเรียนคอร์สที่เปิดสอนแบบเสียค่าใช้จ่าย หรือจะเลือกจ้างบริษัทมืออาชีพทำ SEO ให้ก็ได้เช่นกัน

ตัวอย่างการทำ SEO ได้แก่

  1. การใส่เนื้อหาที่มีคุณภาพสูงในเว็บไซต์

โดยเน้นที่ keyword SEO จากการสืบค้นของผู้ใช้งาน Google ทั่วโลก ควรศึกษาหาค่าสถิติ keyword จาก Google keyword planner เพื่อให้รู้ว่าควรจะเลือกคำใด ที่ตรงกับการค้นหาของกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดด้วย

  1. การเลือกธีมที่เหมาะให้เว็บไซต์

การเลือกธีมของเว็บไซต์ที่เข้ากับธุรกิจ เช่น ใช้ธีมสีน้ำเงินหรือสีสุภาพ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจแนวโรงแรม การลงทุน มากกว่าการใช้สีแดง หรือตัวอักษรแบบแฟชั่น ที่มีความเหมาะกับสินค้ากลุ่มแฟชั่น เป็นต้น

  1. สร้างความจดจำผ่านโลโก้ ภาพถ่าย

ควรออกแบบโลโก้และผลิตภาพถ่ายประกอบเว็บไซต์ของตัวเอง หรือจ้างนักกราฟิกที่มีความสามารถสูงทำงานประจำให้เว็บไซต์ เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณแตกต่างจากเว็บไซต์อื่น ๆ

การทำ SEO ต้องเน้นความสม่ำเสมอ ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาจะทำให้คุณนั้นมีอันดับที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ และมีเนื้อหาที่สะสมอยู่ในเว็บไซต์มากขึ้น ในระยะยาวก็จะได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จะเห็นได้ว่า การทำ SEO ให้ประโยชน์ที่หลากหลายด้าน ถ้าคุณต้องการทำเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จในปี 2020 ต้องศึกษารายละเอียดและลงมืออย่างจริงจัง เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ตามต้องการ

SEO ทั่วไป

การเลือกบริษัททำเว็บไซต์ SEO ควรดูจากอะไร

การเลือกบริษัททำเว็บไซต์ SEO ควรดูจากอะไร

การจ้างทำเว็บไซต์ SEO ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะสามารถกระตุ้นยอดขายเพิ่มการมองเห็นเว็บไซต์ได้ง่าย ๆ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนอันดับไปอยู่ Top 3-5 ของหน้าจอสืบค้นทาง Google แต่การเลือกบริษัททำเว็บไซต์ SEO ก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา เพราะตอนนี้บริษัทเอกชนที่รับจ้างทําเว็บไซต์ SEO มีจำนวนมากมาย ทั้งมืออาชีพและบริษัทเปิดใหม่

เรามาดูกันว่าจะมีหลักเกณฑ์อย่างไรในการเลือกบ้าง

  1. เลือกบริษัทที่อยู่ในอันดับต้น ๆ ของ Google

แนะนำให้คุณลองหาบริษัทรับจ้างทำ SEO โดยพิมพ์ใน Google search ควรเลือกบริษัทอันดับบน ๆ เพราะแสดงว่าบริษัทนั้นมีความสามารถในการทำ SEO ของเว็บไซต์ตัวเองให้ประสบความสำเร็จได้ดีด้วย คุณจึงเชื่อมั่นได้สูงว่าบริษัทเหล่านี้จะมีคุณภาพงานที่ดีสมกับที่โฆษณามากกว่าบริษัทที่อยู่ในอันดับล่าง ๆ หรือบริษัทอื่น ๆ ที่มีคนแนะนำมา

  1. ดูจากลูกค้าเก่าของบริษัท

ลองสังเกตดูว่าบริษัทต่าง ๆ ที่รับทำ SEO มักจะมีการแสดงรายการให้ดูว่า เคยรับจ้างทำ SEO ให้กับลูกค้ารายใดบ้าง เพื่อแสดงถึงประสบการณ์การทำงาน หากเป็นลูกค้าที่มีชื่อเสียง เช่น เป็นองค์กรขนาดใหญ่ โรงพยาบาล โรงแรม บริษัท การท่องเที่ยว หรือร้านค้าออนไลน์ที่มีชื่อเสียง คุณจะสามารถมั่นใจได้มากขึ้นว่าบริษัทรับทำ SEO เหล่านี้มีประสิทธิภาพในการทำ SEO ได้จริง เพราะต้องเคยผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหา บริหารจัดการด้าน SEO ยาวนานระดับหนึ่งแล้ว

  1. มีหลายราคาให้เลือกจ้างงาน

การทำ SEO ควรมีการให้เลือกราคาหลายแบบ เช่น การการันตีอันดับของการสืบค้น หากอยู่ใน Top10 Top5 Top3 มักมีการคิดอัตราค่าบริการรายเดือนที่ 5,000 บาท 10,000 บาท 30,000 บาท ตามลำดับ การมีราคาที่เหมาะสมให้เลือกเช่นนี้ จะทำให้คุณควบคุมงบประมาณได้อย่างเหมาะสมในระยะยาว

  1. มีการแสดงขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน

ก่อนการจ้างทำ SEO ทางบริษัทควรแจ้งให้รู้ว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง เช่น ลูกค้าต้องแจ้งคีย์เวิร์ดให้ทางบริษัท เพื่อทำบทวิเคราะห์การแข่งขันของคีย์เวิร์ดนั้น ๆ และทำใบเสนอราคาให้ และมีข้อตกลงว่าหลังจากการทำ SEO ไปแล้ว จะมีการส่งรายงานผลการทำ SEO ให้ทุกเดือนจนครบระยะเวลาที่จ้างงาน เป็นต้น

  1. ผลรีวิวมีความน่าเชื่อถือ

การดูผลตอบรับจากลูกค้าเก่าหรือจากการกล่าวถึงในสื่อโซเชียลต่าง ๆ จะทำให้คุณเห็นจุดอ่อนจุดแข็งของบริษัทรับทำ SEO ต่าง ๆ เพื่อเปรียบเทียบและเลือกได้ดียิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่า การจะจ้างบริษัททำ SEO ต้องพิจารณาองค์ประกอบอยู่หลายด้าน ต้องใส่ใจคุณภาพและไม่ควรพิจารณาเทียบแต่ราคาเท่านั้น เราหวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกท่านมีเกณฑ์ในการเลือกบริษัทเอกชนทำ SEO ให้กับธุรกิจของคุณได้อย่างดียิ่งขึ้นต่อไป

SEO ทั่วไป

เคล็ดลับในการทำ SEO ให้ปังแบบฉุดไม่อยู่

เคล็ดลับในการทำ SEO ให้ปังแบบฉุดไม่อยู่

เชื่อได้เลยว่าถ้าพูดถึงโลกออนไลน์หรือการทำการตลาดออนไลน์แล้วล่ะก็ หลาย ๆ คนคงจะคุ้นชินกับคำว่า SEO หรือ Search Engine Optimization ไม่มากก็น้อย เพราะถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำตลาดออนไลน์ ซึ่งประโยชน์ของ SEO นั้น เรียกว่ามีอิทธิพลต่อธุรกิจค่อนข้างมาก สามารถเปลี่ยนยอดขายของธุรกิจจากน้อยเป็นมากได้หากทำถูกหลักวิธี ช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจหรือแบรนด์นั้น ๆ มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น

สำหรับใครที่ไม่เคยทำ SEO มาก่อนนั้นอาจจะมองว่าเป็นเรื่องยาก แต่ความเป็นจริงแล้วสามารถที่จะเริ่มต้นทำได้ด้วยตนเองง่าย ๆ โดยมีวิธีดังต่อไปนี้

  • เริ่มต้นจากการทำเว็บไซต์ของแบรนด์ตนเองก่อน ให้มีรูปแบบที่สวยงาม มีเอกลักษณ์เหมาะกับภาพลักษณ์ของสินค้าหรือบริการ เพื่อดึงดูดให้ผู้ที่กดเข้ามารับชมเว็บไซต์ใช้เวลารับชมเนื้อหาต่าง ๆ อยู่ในเว็บไซต์ได้นานขึ้น ทั้งนี้ควรที่จะมีการหมั่นอัปเดตข้อมูลต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคและการสื่อสารข้อมูลที่ตรงกัน
  • เนื้อหาภายในเว็บไซต์ถือเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จ คีย์เวิร์ดที่ใช้ต้องนำไปต่อยอดได้จริง หมั่นสังเกตและวิเคราะห์ว่ากลุ่มลูกค้าของเรานั้นส่วนใหญ่จะใช้คำค้นหาใดบ้าง ซึ่งในส่วนนี้เราสามารถไปค้นหาได้ในเครื่องมือหาคีย์เวิร์ดหรือ Keyword Planner ก็จะทราบว่าคีย์เวิร์ดนั้น ๆ มีการค้นหามากน้อยแค่ไหนและจะต้องสืบค้นคำอื่น ๆ ให้ครอบคลุม รวมทั้งคำค้นหาแบบสั้น คำค้นหาแบบยาวด้วย ซึ่งแต่ละคนก็จะมีลักษณะการพิมพ์และการค้นหาที่แตกต่างกัน เราจึงจำเป็นที่จะต้องรวบรวมคีย์เวิร์ดต่าง ๆ ทั้งหมดที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรามาใช้ในหน้าเว็บไซต์
  • ส่วนของคำอธิบายเว็บไซต์หรือ meta description ก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่สำคัญ คำอธิบายควรที่จะมีความน่าสนใจ โดดเด่น สามารถเชิญชวนให้คนกดเข้าไปอ่านต่อในเว็บไซต์ได้ เน้นความกระชับ ประมาณ 150 ตัวอักษร เน้นใจความสำคัญที่สอดคล้องกับชื่อเรื่องเว็บไซต์ และมีคีย์เวิร์ดสอดแทรกอยู่ด้วย
  • ควรเช็คในเรื่องของความเร็วในการโหลดเว็บไซต์ขึ้นมาอย่างสม่ำเสมอ อย่างที่เราทราบกันดีว่าผู้บริโภคยุคนี้มีการค้นหาสินค้าทางออนไลน์ มักจะชอบความสะดวกสบายและความรวดเร็ว ซึ่งถ้าหากว่าเว็บโหลดได้ช้า ก็จะทำให้กลุ่มเป้าหมายคลิกออกจากหน้าเว็บไซต์แล้วไปเข้าที่เว็บไซต์อื่นทันที โดยวิธีการในการดูแลส่วนนี้ก็ไม่ยาก เพียงแค่เข้าไปที่ Page Speed Insights ของ Google เช็คดูในเรื่องของความเร็ว ซึ่งถ้าหากว่าตรวจสอบแล้วพบปัญหาใด ๆ ก็จะได้นำมาแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเคล็ดลับในการเริ่มต้นทำ SEO แบบง่าย ๆ ที่เจ้าของแบรนด์สามารถที่จะเริ่มต้นทำได้ด้วยตนเอง ถือเป็นการเรียนรู้พื้นฐานเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ต่อยอดองค์ความรู้ในด้านการตลาดออนไลน์ให้มากขึ้น เพื่อสร้างยอดขายและผลกำไรตามวัตถุประสงค์ของธุรกิจ

SEO ทั่วไป, แนวทาง SEO อื่นๆ

ธุรกิจได้อะไรจากการเลือกทำ SEO ให้ถูกหลัก

ธุรกิจได้อะไรจากการเลือกทำ SEO ให้ถูกหลัก

ยุคนี้การทำธุรกิจหรือการขายสินค้าไม่ใช่แค่มีหน้าร้านแล้วจะช่วยให้ได้รับความนิยมอีกต่อไป ด้วยโลกออนไลน์ที่พัฒนาแบบก้าวกระโดด ทุกธุรกิจจึงจำเป็นต้องหันมาหาวิธีในการนำเสนอผ่านช่องทางนี้กันมากขึ้นเรื่อย ๆ บทความ SEO จึงถือเป็นอีกเทคนิคดี ๆ ที่จะช่วยทำให้คุณได้ประโยชน์กลับไปอย่างเต็มที่และคุ้มค่ามากที่สุด บางหน่วยงานยังคิดว่าการทำ SEO ไม่เห็นสำคัญเลยเพราะยังไงถ้าลูกค้าค้นหาก็ต้องเจอเว็บของเราบ้างแน่ ๆ แต่อย่าลืมว่าหากลูกค้าค้นเจอเว็บอื่นก่อน นั่นก็เท่ากับคุณขาดโอกาสทันที และนี่คือสิ่งที่ธุรกิจจะได้รับเมื่อตัดสินใจเลือกทำ SEO อย่างถูกหลัก

สิ่งที่จะได้จากการทำ SEO อย่างถูกหลัก

เพิ่มการเข้าชมของหน้าเว็บไซต์ให้มากขึ้น

เมื่อธุรกิจมีการโฆษณาด้วยช่องทางออนไลน์ การมีจำนวนคนที่เข้าถึงเว็บไซต์คุณได้มากเท่าไหร่ยิ่งเป็นผลดีในอนาคตมากขึ้น อย่างน้อย ๆ ถึงแม้ยังไม่ได้ซื้อตอนนี้แต่ก็มีสิทธิ์เก็บเอาไว้เป็นตัวเลือก หรือแนะนำคนที่กำลังอยากได้สินค้าประเภทนี้ให้เข้ามาเยี่ยมชมนั่นเอง

ได้รับความน่าเชื่อถือและกลายเป็นที่รู้จัก

แม้ว่ากลุ่มเป้าหมายที่เข้ามายังไม่ได้การันตีว่าทุกคนจะเป็นลูกค้าทุกราย แต่ถ้ามีคนเข้าเยอะเท่าไหร่นั่นหมายถึงกลายเป็นการสร้างความรู้จัก ความคุ้นชินให้กับคนที่เข้ามาได้เป็นอย่างดี เกิดความน่าเชื่อถือและน่าจดจำ ทำนองว่าถ้าคิดอยากซื้อสินค้าหรือบริการ ธุรกิจของคุณจะได้รับการนึกถึงเป็นลำดับต้น ๆ

ยอดขายพุ่งขึ้นอย่างน่าชื่นชม

เป็นเรื่องปกติเมื่อลงทุนการโฆษณาประชาสัมพันธ์นำเสนอสิ่งดี ๆ ของธุรกิจไปแล้ว ผลตอบแทนที่ต้องการคือ ผลกำไรจากการซื้อของลูกค้า เท่ากับว่าการใช้ช่องทาง SEO แบบนี้โอกาสที่ยอดขายจะพุ่งสูงขึ้นจากจำนวนคนที่เข้ามาดูมากกว่าปกติ อย่างน้อย ๆ คนที่เข้ามา 100 คน จะมี 1-10 คน คงต้องเป็นลูกค้าในอนาคตแน่ ๆ

ลดต้นทุน ช่วยเซฟเงินได้มากขึ้น

การลงทุนทำ SEO ถือว่าช่วยลดต้นทุนในด้านการโฆษณาออกไปเยอะพอสมควร ใครที่คิดว่าอยากนำเงินทุนของธุรกิจไปทำกับอย่างอื่นเพื่อผลกำไรที่งอกเงยมากกว่านี้ SEO คือ ตัวช่วยที่ใคร ๆ ก็ต้องชอบ เพราะลงทุนนิดหน่อยก็มีโอกาสทำให้ลูกค้ารู้จัก แถมถ้าศึกษาวิธีทำให้ติดอันดับหน้าแรกเอาไว้บ่อย ๆ คราวนี้ก็ไม่ต้องลงโฆษณาอะไรมาก นำเงินทุนไปรวมกับการผลิต พัฒนาสินค้า การจัดการและพัฒนาด้านบุคลากรได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

จะเห็นได้ชัดเจนว่าสมัยนี้ธุรกิจออนไลน์ทุกประเภทต้องใช้สื่อออนไลน์เป็นตัวช่วยในการสร้างช่องทางใหม่ ๆ สำหรับจัดจำหน่ายหรือเพื่อนำเสนอให้คนรู้จักมากขึ้น การนำเอาบทความ SEO เข้ามาช่วย จะทำให้เกิดยอดขายสูงขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งช่วยประหยัดงบประมาณโฆษณาไปได้มากทีเดียว

สิ่งที่จะได้จากการทำ SEO อย่างถูกหลัก

SEO ทั่วไป

เทคนิคสร้างแบรนด์สินค้าด้วย SEO

เทคนิคสร้างแบรนด์สินค้าด้วย SEO

อาชีพขายของออนไลน์ เป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมมาหลายปีติดต่อกัน หลายคนทำเป็นอาชีพเสริม หลายคนทำเป็นอาชีพหลัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอาชีพขายของออนไลน์เป็นอาชีพที่เริ่มได้ง่าย เพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ก็สามารถโพสต์สินค้าเพื่อขายบนเว็บไซต์ E-commerce ต่าง ๆ ได้

แต่สำหรับนักขายของออนไลน์มือโปร ก่อนการขายสินค้าสักหนึ่งชิ้น มือโปรเหล่านี้จะเริ่มที่การสร้างแบรนด์เพื่อให้สินค้าเป็นที่รู้จัก ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะเริ่มที่การสร้างเว็บไซต์สำหรับสินค้าขึ้นมาโดยเฉพาะ วิธีการสร้างแบรนด์สินค้าด้วยหลักการ SEO มีดังนี้

หลักการ SEO ในการสร้างแบรนด์สินค้า

1.เริ่มที่การหาสรรพคุณพิเศษของสินค้า เช่น รักษาอาการปวดเข่า หรือ ทำให้ผมนุ่มสลวย หรือ ทำให้ผิวชุ่มชื้น เป็นต้น แล้วนำสรรพคุณเหล่านี้มาเช็คบน Keyword Suggest เพื่อหา Keyword ที่กลุ่มเป้าหมายค้นหามากที่สุด โดยควรจด Keyword ที่ดีต่อการทำ SEO ให้กับแบรนด์ไว้อย่างน้อย 3 Keyword เพื่อนำมาใช้สลับสับเปลี่ยนกัน ซึ่ง Keyword ที่ดีต้องมี 2 ลักษณะ คือ 1. มีการค้นหาเยอะ 2. มีอัตราการแข่งขันต่ำ

2.สร้างเว็บไซต์โดยใช้ชื่อแบรนด์และสรรพคุณซึ่งเป็น Keyword หลักของสินค้า จากนั้นใส่ข้อมูลในหน้า About ให้ครบถ้วน

3.จัดเรียงหมวดหมู่ตั้งแต่แรกเริ่ม เพราะจะทำให้เว็บไซต์ได้รับความน่าเชื่อถือจาก Search Engine มากกว่า

4.นำรูปสินค้าไว้ที่หน้า Home พร้อมเขียนสรรพคุณทั้งหมด โดยตกแต่งให้สวยงามและแนบช่องทางการติดต่อให้ชัดเจน

5.เมื่อจัดการหลังร้านเรียบร้อยแล้ว ควรโพสต์บทความที่มีประโยชน์โดยตั้งชื่อบทความหรือ Title ด้วยประโยคที่น่าสนใจและมี Keyword หลักแทรกทุกครั้ง

6.เขียนเนื้อหาด้านในให้มีความยาวตั้งแต่ 300 คำขึ้นไป โดยในส่วนของคำนำ ควรมี Keyword อย่างน้อย 1 ครั้งและควรทำตัวหนาให้กับ Keyword

7.โพสต์รูปภาพระหว่าง Title และคำนำ เนื่องจากเป็นจุดที่มี Keyword รายล้อมมากที่สุด เริ่มที่การตั้งชื่อไฟล์รูปภาพด้วย Keyword และใส่ Alt Image หรือคำอธิบายภาพให้มี Keyword ด้วย นอกจากนี้การเลือกรูปภาพควรเลือกภาพที่มีความเกี่ยวข้องกับบทความและเป็นภาพที่ไม่มีลิขสิทธิ์ เพื่อป้องกันการฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์ในภายหลัง

8.โพสต์บทความอย่างน้อยวันละ 1 บทความ โดยต้องเขียนเป็นบทความใหม่ 100% โดยเช็คความสดใหม่ได้ที่ https://smallseotools.com/plagiarism-checker/

9.บทความที่เขียน ต้องเขียนให้อ่านออกเป็นภาษามนุษย์ เพราะหากเขียนไม่เป็นภาษาอาจทำให้ Search Engine คิดว่าเป็นสแปมได้

10.เช็คความเป็นมิตรกับสมาร์ทโฟน เนื่องจากคนส่วนใหญ่ใช้สมาร์ทโฟนในการดูเว็บไซต์เป็นหลัก ดังนั้นการปรับการตั้งค่าของเว็บไซต์ให้สามารถเปิดบนสมาร์ทโฟนได้เร็ว ง่าย ใช้สะดวก จึงเป็นสิ่งสำคัญ

หลักการสร้างแบรนด์ด้วย SEO เป็นหลักการเดียวกับการทำเว็บไซต์ ซึ่งวิธีด้านบนเป็นวิธีที่นักการตลาดมือใหม่ก็สามารถทำตามได้

หลักการ SEO ในการสร้างแบรนด์สินค้า

SEO ทั่วไป

แนะนำ Keyword Search เครื่องมือสำคัญสำหรับทำ SEO

แนะนำ Keyword Search เครื่องมือสำคัญสำหรับทำ SEO

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเครื่องมือที่นักขาย นักการตลาด นักเขียนบล็อกหรือ Website ต้องรู้จัก เนื่องจากเครื่องมือชนิดนี้จะช่วยให้เป้าหมายของการทำ Website ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก หรือการสร้างยอดขายประสบความสำเร็จได้เร็วมากขึ้น เพราะการทำ SEO จะทำให้คุณติดอันดับการค้นหาต้น ๆ ในเว็บค้นหาข้อมูลต่าง ๆ เช่น Google, Bing, Yahoo! Search ฯลฯ ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีเว็บ Search Engine ที่ได้รับความนิยมแตกต่างกันไป

หลักการง่ายที่สุดที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับหน้าแรกของ Search Engine คือ การเลือกใช้คำ หรือ Keyword ที่มีคนค้นหาเยอะ ซึ่ง Keyword Search เป็นเครื่องมือช่วยเช็คความนิยมของ Keyword แต่ละคำที่คิดไว้ว่ามีคนค้นหาเยอะหรือไม่? เพื่อให้ได้ Keyword ที่ดีที่สุดในการนำมาทำ SEO

เว็บไซต์ Keyword Search ที่ได้รับความนิยมมีหลายเว็บไซต์ ดังนี้

keywordtool.io เว็บไซต์ Keyword Search ที่ช่วยแนะนำ Long-tail Keyword ที่น่าสนใจ พร้อมจำนวนการค้นหาและประเมินความยากง่ายของแต่ละคีย์เวิร์ด โดยสามารถระบุเว็บไซต์ Search Engine หรือแพลตฟอร์มที่ต้องการทราบ Keyword ได้ด้วย เช่น Google, Youtube, Amazon, Bing ฯลฯ เพื่อให้มีได้ Keyword ที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ตรงเป้าหมายมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ค้นหาคำว่า “เลี้ยงหมา” เว็บไซต์ keywordtool.io จะมีคำขึ้นมาให้เลือกมากมาย เช่น เลี้ยงหมาป่า, เลี้ยงหมาจิ้งจอก, เลี้ยงหมากับแมว เป็นต้น มีทั้งเวอร์ชั่นฟรี (จำกัดการค้นหาเพียงวันละ 1 ครั้ง) เวอร์ชั่นเสียเงินจะสามารถหาข้อมูลได้ไม่จำกัด

neilpatel.com เป็น Keyword Search ที่ได้รับความนิยมมาก เพราะไม่จำกัดจำนวนในการค้นหา แม้จะไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายและสามารถค้นหา Keyword ที่เหมาะสมได้หลายภาษาด้วยกัน ภายในเว็บไซต์บอกจำนวนครั้งของการค้นหา, ระดับความยากง่ายในการนำคีย์เวิร์ดไปใช้ทำ SEO, ตัวอย่างบทความที่นำคำที่เกี่ยวข้องไปใช้, เว็บไซต์ที่นำ Keyword ไปใช้แล้วติดหน้าแรกของการค้นหาและแนะนำคีย์เวิร์ดใกล้เคียงที่น่าสนใจให้ด้วย

Google Keyword Planner เป็นบริการคาดคะเนจำนวนการค้นหาของ Google โดยตรง แม้จะมีบริการให้เลือกทั้งฟรีและเสียเงิน ซึ่งหากคุณจริงจังกับการทำเว็บไซต์เพื่อสร้างรายได้การสมัคร Google Keyword Planner ถือว่าคุ้มค่าเพราะมีความแม่นยำมาก โดยส่วนใหญ่แล้วนักการตลาดมือโปรมักจะเลือกใช้ Google Keyword Planner เพราะสามารถค้นหาได้หลายภาษา และเพื่อใช้ในการซื้อพื้นที่โฆษณาเพื่อให้ติดอันดับหน้าแรกของ Google ด้วย

สำหรับผู้ที่ต้องการหา Keyword ที่มีคนค้นหาเยอะ แต่ยังไม่มีประสบการณ์ในการใช้เครื่องมือเหล่านี้ ก็สามารถนำคำที่โชว์ขึ้นมาในช่องการค้นหาของ Google ก่อนที่จะกด Enter มาใช้ได้เช่นกัน หรือหาก Enter เพื่อค้นหาเรียบร้อยแล้ว ให้เลื่อนมาที่ด้านล่างสุดของ Google ก็จะเห็นส่วนแนะนำคำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับคำที่คุณค้นหาไป ซึ่งส่วนนี้ก็สามารถนำมาใช้ได้เช่นกัน

เว็บไซต์ Keyword Search ที่ได้รับความนิยม

SEO ทั่วไป

Google Ads จำเป็นไหมสำหรับเว็บไซต์ SEO

การทำธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ในปัจจุบันจำเป็นต้องทำเว็บไซต์แบบ SEO ตามกฎเกณฑ์ที่ Google กำหนด ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่าจำเป็นต้องทำการโฆษณาหรือใช้บริการ Google Ads ด้วยหรือไม่ จึงจะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น ในบทความนี้เราจึงได้รวบรวมความเห็นที่น่าสนใจของผู้เชี่ยวชาญมาฝากกัน ดังนี้

SEO หรือ search engine optimization เป็นหลักการที่เว็บไซต์ยุคใหม่ทั่วไปทำกัน เช่น การเลือก keyword ที่มีคุณภาพในการเขียนบทความ การทำลิงก์เชื่อมโยงสู่เว็บไซต์อื่น ๆ ฯลฯ ซึ่งระบบ algorithm ของ Google จะมีช่วงเวลาในการเก็บประมวลข้อมูลด้าน SEO จากแต่ละเว็บไซต์ไป เพื่อใช้เปรียบเทียบคุณภาพ ทำให้เว็บไซต์ที่มีคะแนน SEO สูง มีโอกาสถูกสืบค้นพบได้ผ่าน Google มากขึ้น จึงเพิ่มยอดขายให้สินค้าและสร้างชื่อเสียงได้เร็ว

อย่างไรก็ตาม การทำ SEO นั้นเป็นสิ่งที่ต้องใช้ระยะเวลาในการต่อเนื่องสม่ำเสมอ โดยเฉลี่ยใช้ระยะเวลา 3 เดือนหลังทำ จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดี ดังนั้น SEO จึงเป็นพื้นฐานที่เหมาะกับธุรกิจทุกประเภทที่ควรทำตลอดทั้งปี เพื่อให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีของการสืบค้นเสมอ

ทำความรู้จักกับ Google Ads

Google Ads เป็นเทคนิคการตลาดที่อาศัยการโฆษณา ต้องมีการเสียเงินค่าใช้จ่ายให้แก่ search engine หรือ Google ซึ่งอาจจะมีชื่อเรียกอื่นว่า Search Engine Marketing หรือ SEM โดยผู้ที่จะทำ Google Ads จะต้องทำการเลือก keyword ที่จะใช้ประมูลพื้นที่โฆษณา ซึ่งหากเป็น keyword ที่คนนิยมมากจากมีการแสดงสถิติไว้ใน Google Search Console ที่คนทำเว็บไซต์สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ ก็ต้องยอมรับว่าจะประมูลด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นตามมา

หลังจากได้พื้นที่โฆษณา Google Ads มา เจ้าของเว็บไซต์ต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายที่จะให้ระบบตัดจากวงเงิน เป็นแบบ Pay per click ซึ่งเป็นการคิดค่าใช้จ่ายรายครั้งของการคลิก เมื่อมีกาตัดเงินจนเต็มวงเงินเมื่อไหร่ ก็จะทำให้หยุดการโฆษณาไปโดยอัตโนมัติ

การทำ Google Ads จึงเป็นช่องทางในการช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าเห็นเว็บไซต์ธุรกิจมากขึ้น 100 เปอร์เซ็นต์ ร้านที่ต้องการโปรโมทแบรนด์หรือเพิ่มยอดขายในช่วงใด ควรทำ Google Ads เสริมเป็นระยะ ซึ่งส่วนใหญ่คนจะนิยมทำในช่วงเทศกาล เช่น ปีใหม่ คริสมาสต์ วาเลนไทน์ วันสงกรานต์ ฯลฯ ที่ผู้คนมักจับจ่ายใช้สอย หรือแม้แต่ช่วงปลายเดือนของทุก ๆ เดือนซึ่งเป็นวันเงินเดือนออกของคนส่วนใหญ่ ก็เห็นผลที่ดีจากการทำ Google Ads ด้วย

การทำ Google Ads ไม่จำเป็นจะต้องทำตลอด และธุรกิจที่ทำ SEO มานานก็อาจไม่ต้องทำ Google Ads ก็ได้ เพราะมียอดขายดีอยู่แล้ว แต่สำหรับธุรกิจน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวปี 2019 หรือกำลังจะเปิดตัวในปี 2020 ก็ขอแนะนำให้ศึกษาการทำ Google Ads คู่กับ SEO ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อวางแผนทางธุรกิจในระยะยาวได้ดีขึ้น ซึ่งต้องประกอบกับการติดตามภาวะเศรษฐกิจและเทรนด์ความสนใจของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายด้วย

ทำความรู้จักกับ Google Ads

SEO ทั่วไป

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ keyword SEO

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ keyword SEO

การทำเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จ มีผู้คนรู้จักและมียอดขายสินค้าที่มากขึ้น จำเป็นต้องรู้จักการเลือกใช้ keyword SEO ที่เหมาะสม ซึ่งกูรูการตลาดแนะนำว่าในเบื้องต้นสามารถหาได้จาก Google search ซึ่งจะมีคำขึ้นอัตโนมัติ ตรงกับการสืบค้นที่คนทั่วไปนิยม หรือดูที่ด้านล่างของหน้าจอจะมีคำว่า related to หมายถึงคำอื่นๆ ที่มีการสืบค้นเพิ่มเติมอีก ซึ่งก็มีนัยสำคัญทางสถิติที่สามารถนำมาใช้เพื่อการเขียนบทความ ทำหัวข้อ ออกแบบ meta-description ที่มีทำให้อันดับ SEO เพิ่มได้

นอกจากที่กล่าวมา การคิด keyword SEO ที่แหวกแนวจากแบบเดิม ๆ เพิ่มความดึงดูดใจผู้อ่าน ก็มีเทคนิคที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

1. คำที่หมายถึง ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร

keyword ที่ตอบโจทย์ทั้งสี่คำถามนี้ นับว่าเป็นพื้นฐานสำหรับการเขียนบทความที่น่าสนใจ หากคุณต้องการสร้างบทความ SEO ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่คุณจำหน่าย เช่น เสื้อผ้าเกาหลี หากคุณยังไม่รู้ว่าจะใช้คำว่าอย่างไร ให้นึกถึงคำว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เพื่อสร้างบทความที่จูงใจได้ สำหรับสินค้ากลุ่มเสื้อผ้าเกาหลีอาจจะทำบทความที่ว่า “แฟชั่นเสื้อผ้าเกาหลี..คนรุ่นใหม่อยากไปเที่ยวช่วงฤดูหนาว แต่งตัวอย่างไรดี 2019” เพียงเท่านี้ ก็จะได้แนวทางการเขียนบทความ และทำให้คุณจับประเด็นในการหาภาพประกอบที่เหมาะสม เพื่อจูงใจผู้อ่านให้มาสนใจบทความมากขึ้นได้

2. มองหาปัญหาของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

หากคุณทำผลิตภัณฑ์เพื่อการบำรุงผิวหรือแก้ปัญหาสุขภาพเส้นผมแห้งเสีย ต้องมองว่าลูกค้าที่ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์เป็นผู้ที่ประสบปัญหาใดบ้าง เช่น ปัญหาผิวพรรณ ได้แก่ ผิวหมองคล้ำ เป็นสิว ฝ้า ผิวแห้ง ผิวมัน หน้าเยิ้มมันง่ายเมื่อแต่งหน้า หรือปัญหาผมเสียจากปัญหาการเปลี่ยนสีผมบ่อย หนังศีรษะเป็นรังแค เส้นผมแห้งแตกปลายแต่หนังศีรษะมัน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ คือวัตถุประสงค์ที่ลูกค้าจะหาบทความอ่านเพื่อที่จะเสริมความรู้ และมองหาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้ด้วย หากมีการแนะนำสินค้าต่อเนื่องจากการให้ความรู้ จะทำให้ยอดขายดีขึ้นได้มากทีเดียว

3. ใส่ใจทุกแพลตฟอร์ม

หลายคนมีทั้งเว็บไซต์ที่สืบค้นได้ผ่าน Google และเพจใน Facebook เพื่อการเข้าถึงลูกค้า โดยเฉพาะคนไทยที่นิยมใช้ Facebook เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ต้องอย่าลืมใส่ keyword SEO ลงไปในทั้ง 2 แหล่ง และสร้างลิงก์เชื่อมโยงกันซึ่งนับว่าเป็น off- Page SEO ที่เพิ่มอันดับในการสืบค้นของธุรกิจของคุณบนโลกออนไลน์ได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย

เราหวังว่าบทความนี้ จะช่วยให้เห็นประโยชน์ของการเลือก keyword SEO ที่ดี ซึ่งการันตีได้ว่าหากทำอย่างต่อเนื่องและผลิตเนื้อหาบทความให้มีความทันสมัยอยู่เสมอแล้ว ก็จะทำให้สินค้าของคุณมียอดขายที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

การคิด keyword SEO ที่แหวกแนวจากแบบเดิม

SEO ทั่วไป, แนวทาง SEO อื่นๆ

การทำ SEO ให้เพจใน Facebook สำคัญอย่างไร

Facebook App On The Apple Iphone Display And Desktop Version Of

ผู้ที่เปิดเพจใน Facebook เพื่อขายสินค้าล้วนต้องการมียอดขายสูงขึ้นควบคู่กับเพิ่มแฟนเพจมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะแสดงถึงความมั่นคงทางธุรกิจและมีอำนาจในการแข่งขันกับแบรนด์อื่นๆ

การทำ SEO หรือ search engine optimization ให้ค้นหาชื่อ Facebook ให้ถูกเจอได้ง่ายขึ้นทั้งใน Facebook และบน Google ใน SERP หรือ search engine results page จะเป็นผลดีให้บรรลุความต้องการที่กล่าวมา ซึ่งผู้มีเพจใน Facebook ควรใส่ใจในด้านต่าง ๆ ดังนี้

1. การตั้งชื่อเพจใน Facebook

ควรจะใช้ keyword ที่เป็นคำสำคัญในการสืบค้นหลัก เช่นเดียวกับที่ใช้ใน Google เพื่อการสืบค้นเจอง่ายที่สุด โดยควรใส่ชื่อแบรนด์สินค้าหรือร้านค้าของคุณลงไปด้วย เพื่อสร้างความจดจำในระยะยาว เช่น เสื้อผ้ามือสอง+น้องเมย์ รองเท้ากีฬา+Nike+เชียงใหม่

ซึ่งมีการวิเคราะห์พบว่า ร้านค้าที่ใช้คำสำคัญที่ยาวและจำเพาะมากขึ้นหรือที่เรียกว่า long tail niche keyword จะทำให้มีสัดส่วนของการขายสินค้าได้มากกว่าการใช้คีย์เวิร์ดแบบสั้น

2. การใส่ข้อมูลต่างๆ ในช่องที่ Facebook ให้กรอก

ควรใส่ข้อมูลให้ครบถ้วนในช่อง About ที่ให้ใส่ข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้าและสินค้าที่จำหน่าย เหมาะกับกลุ่มลูกค้าประเภทใด ตำแหน่งที่ตั้ง เช่น ชื่อถนน จังหวัด เวลาเปิดปิดทำการ ฯลฯ

ข้อมูลในช่อง About เทียบได้กับส่วน Meta Description ของการทำบทความในเว็บไซต์ออนไลน์ ที่ต้องมีการใส่ keyword SEO ลงไปด้วย จะทำให้ผู้อ่านได้เข้าใจ ถึงวัตถุประสงค์ในการเปิด Facebook ของคุณที่ชัดเจน และทำให้มีอันดับ SEO ในการสืบค้นที่ดีขึ้นตามมา

3. การอัปเดตข้อมูลใน Facebook อย่างเหมาะสม

ควรศึกษาช่วงเวลาที่มีคนใช้ Facebook มากที่สุดในแต่ละวัน โดยหาจากข้อมูลสถิติที่นักการตลาดมืออาชีพทำการวิเคราะห์ ว่ากลุ่มเป้าหมายของสินค้าคุณสืบค้นข้อมูลช่วงเวลาใดบ่อยที่สุด ก็ควรเน้นการโพสต์ประชาสัมพันธ์สินค้า ทั้งรูปภาพและบทความที่มีความยาวเหมาะสม 100-200 คำในช่วงเวลานั้น

การเลือกช่วงเวลาที่ดีและใส่ใจคุณภาพของสิ่งที่โพสต์เป็นประจำ ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของเพจ และช่วยเพิ่มค่าสถิติ เช่น ค่า reach engagement ต่างๆ ที่จะทำให้อันดับ SEO สูงขึ้นตามไปด้วย

การทำ SEO ให้เพจใน Facebook สำคัญอย่างไร

จะเห็นได้ว่า การทำ SEO ให้แก่เพจใน Facebook เป็นสิ่งที่ต้องศึกษา หากต้องการเพิ่มความเชื่อมั่นในร้านค้า เพิ่มจำนวนลูกค้าประจำและทำให้มียอดขายที่ดีตามมาอย่างต่อเนื่อง

หากคุณยังเป็นมือใหม่ในการเปิดเพจร้านค้าออนไลน์ สามารถหา Keyword SEO ที่จะใช้ได้ ผ่านทางการพิมพ์ในช่อง Google search ซึ่งจะปรากฏผลแบบอัตโนมัติให้คุณเลือกได้ หรือดูที่ด้านล่างของคำว่า Search related to ซึ่งจะมีตัวอย่างคำอัตโนมัติขึ้นมา นั่นคือ ผลลัพธ์จากการสืบค้นจริง ๆ ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณ

เราหวังว่า บทความนี้จะทำให้ท่านที่เปิดเพจขายสินค้าใน Facebook เห็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการทำธุรกิจออนไลน์ต่อไป

SEO ทั่วไป

จะทำเว็บไซต์ SEO ควรรู้จัก Plugin อะไรบ้าง

การทำเว็บไซต์ SEO ตามระบบคัดกรองมาตรฐานเว็บไซต์ที่ Google กำหนด เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ทำเว็บไซต์ออนไลน์ต้องเรียนรู้ เพราะผลลัพธ์จากการวิเคราะห์ด้วยระบบ algorithm ของ Google มีผลอย่างมากต่ออันดับการสืบค้น และการปรากฏในหน้าจอสืบค้นของ Google search ซึ่งจะช่วยให้เสริมประสิทธิภาพในการแข่งขันด้านธุรกิจกับเว็บไซต์อื่น ๆ

plugin เสริมการทำ SEO ที่ผู้ทำเว็บไซต์รุ่นใหม่ควรรู้จักมีอยู่หลายชนิด ที่นักการตลาดออนไลน์แนะนำ เพื่อนำไปใช้พัฒนาเว็บไซต์และการทำ SEO ได้อย่างดียิ่งขึ้น ดังนี้

1. Thai Address Autocomplete for WooCommerce

เหมาะกับเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ทุกประเภท เพราะหลังจากที่ลูกค้าพิมพ์ข้อมูลที่อยู่ลงทะเบียนตัวตนหรือที่อยู่จัดส่ง ระบบ plugin จะแสดงคำขึ้นอัตโนมัติ เช่น แขวง เขต จังหวัด รหัสไปรษณีย์ จึงช่วยให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในเว็บไซต์กรอกข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว จึงเสริมความประทับใจในการใช้งานมากยิ่งขึ้น

2. SMS for WooCommerce

เรียกว่าเป็น plugin ที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการซื้อขายสินค้าออนไลน์อย่างมาก โดยระบบ plugin จะช่วยในการส่งข้อความเข้าโทรศัพท์มือถือทุกครั้ง ที่มีการสั่งซื้อสินค้าและชำระเงินเรียบร้อย รวมถึงบอกสถานะในการจัดส่งสินค้า พร้อม tracking number หรือตัวเลขในการจัดส่งเพื่อให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบเส้นทางการส่งสินค้าได้ตลอดเวลา

3. Seed Social

นับว่าเป็น plugin ที่ช่วยในการส่งต่อข้อมูลประชาสัมพันธ์เว็บไซต์หรือลิงค์เชื่อมโยงไปยังสื่อโซเชียลที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใช้งาน เช่น Facebook Twitter และ LINE จึงเท่ากับประหยัดเวลาในการโพสต์ข้อมูลของเจ้าของเว็บไซต์ SEO และยังเพิ่ม Traffic หรือจำนวนการเข้าชมในเว็บไซต์ได้ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการเพิ่มอันดับ SEO ด้วย

4. W3 Total Cache

เป็นระบบสำรองข้อมูล Cash ให้กับเว็บไซต์ ช่วยลดภาระในการทำงานของ server ลง โดยรวมจะทำให้เว็บไซต์ทำงานได้ดี ประหยัดทรัพยากรในระบบคอมพิวเตอร์ และทำให้ดาวน์โหลดข้อมูลด้วยความเร็วสูงขึ้น

5. Yoast SEO

เป็น plugin สำคัญที่ไม่ควรพลาด เพราะสามารถช่วยในการวิเคราะห์บทความ SEO การเลือก keyword ที่เหมาะสม ตลอดจนช่วยในการตั้งหัวเรื่อง (Title) และส่วนสรุปย่อ (Meta Description) ที่มีความเหมาะสม โดยระบบจะแสดงผลการวิเคราะห์เป็นแถบสีแดงเขียว และมีตัวอักษรแสดงรายละเอียดให้ทราบว่าควรพัฒนาที่ตำแหน่งใดบ้างที่จะทำให้อันดับ SEO ดีขึ้นได้

6. iThemes Security

การป้องกันการโจรกรรมข้อมูลจาก bot หรือ malware เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่ง plugin ถูกออกแบบมาให้เว็บไซต์ SEO ของคุณปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ทั้งข้อมูลของสินค้า บริการ และข้อมูลของลูกค้าแต่ละราย ซึ่งหากถูกโจรกรรมไปจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการแข่งขันทางการตลาดอย่างมาก

จะเห็นได้ว่า plugin ที่แนะนำข้างต้น เป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์แก่การทำเว็บไซต์ SEO ทั้งด้านความปลอดภัยของข้อมูล ความเชื่อมั่นของลูกค้า ตลอดจนการใช้ทรัพยากรของเครื่องที่เหมาะสมยิ่งขึ้น หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการทำให้นักพัฒนาเว็บไซต์ SEO ดาวน์โหลดเพื่อใช้งานและเรียนรู้ต่อยอดในเชิงลึกกันต่อไป

plugin เสริมการทำ SEO ที่ผู้ทำเว็บไซต์รุ่นใหม่