Browse Tag by SEO
แนวทาง SEO อื่นๆ

อยากให้เว็บไซต์ติดอันดับควรจ้างทำ SEO หรือไม่

อยากให้เว็บไซต์ติดอันดับจ้างทำ SEO หรือไม่

การทำเว็บไซต์เพื่อขายสินค้าออนไลน์ในยุคดิจิตอล 2019 จำเป็นต้องมีการแข่งขันสูงกับคู่แข่งทางการตลาดทั่วโลกในสินค้าประเภทเดียวกัน ดังนั้นการทำ SEO (search engine optimization) เพื่อให้เว็บไซต์ขึ้นสู่ตำแหน่งต้น ๆ ในการสืบค้น จึงเป็นที่คาดหวังผลสูง ดังที่มีการวิเคราะห์สถิติพบว่าชื่อแบรนด์ที่ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งจะมียอดขายเป็นเท่าตัวเมื่อเปรียบเทียบกับตำแหน่งรองลงไป

ปัจจุบัน จึงมีบริษัทรับทำ SEO ให้แก่เว็บไซต์ทั้งไทยและต่างประเทศจำนวนมาก มารองรับความต้องการในประเด็นนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่ามีความจำเป็นต้องจ้างบริษัทภายนอกทำหรือไม่ เจ้าของแบรนด์สามารถทำได้ดีกว่าไหมเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจ ในวันนี้เราจึงรวบรวมความแตกต่างมาให้ทุกท่านเปรียบเทียบกัน ดังนี้

อยากให้เว็บไซต์ติดอันดับควรจ้างทำ SEO หรือไม่

การทำ SEO ด้วยตัวเอง

ข้อดีของการทำเว็บไซต์ให้เป็น SEO ด้วยตัวเอง จะทำให้สามารถประหยัดต้นทุนทางธุรกิจ และทำให้เจ้าของเว็บไซต์มีความรู้เชิงลึกควบคู่กับการฝึกฝนทักษะและเทคนิคที่ต่อยอดได้อย่างไม่จำกัด ซึ่งจำเป็นในการหวังผลระยะยาวที่การติดอันดับเว็บไซต์ในระบบการสืบค้นของ yahoo google ต้องไม่มีช่วงพักในการทำ SEO โดยเด็ดขาด

แต่หากเจ้าของบริษัทไม่มีเวลาในการเรียนรู้เรื่อง SEO และจำเป็นต้องดูแลเรื่องอื่น ๆ ในบริษัทมากกว่า (อาจใช้เวลายาวนานถึงครึ่งปีในการหัดทำ SEO ตั้งแต่ขั้นเริ่มต้น) ก็ต้องประเมินว่าการเสียเงินจ้างบริษัทที่มีทีมงานที่ชำนาญตั้งแต่ต้นและต่อเนื่องเป็นสัญญารายปีจะมีความคุ้มค่ามากกว่าหรือไม่

การจ้างบริษัทภายนอกทำ SEO ให้เว็บไซต์

ข้อดีที่ชัดเจนของการจ้างทำ SEO กับบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญ คือ การย่นระยะเวลาในการเริ่มต้น โดยหากเป็นประเภทธุรกิจที่มีอัตราการแข่งขันเชิงธุรกิจไม่สูงมากนัก ก็จะใช้เวลา ราวสองเดือน จะเห็นอันดับการสืบค้นที่ดีขึ้นได้ ซึ่งในช่วงเวลานั้นเจ้าของเว็บไซต์สามารถบริหารเวลาไปทำประโยชน์ด้านอื่น ๆ ได้อีกมาก

แต่ในด้านของข้อเสีย คือการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนหลักพันบาทขึ้นไป เพื่อให้ทีมงานบริษัทที่จ้างมีการพัฒนาเว็บไซต์ให้สอดคล้องตามแนวทางใหม่ ๆ ในการวิเคราะห์ของ algorithm ของ search engine อยู่ตลอดทุกวัน

อยากให้เว็บไซต์ติดอันดับควรจ้างทำ SEO

การทำ SEO ให้แก่เว็บไซต์จึงต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าตามเงื่อนไขของบริษัท หากเป็นกิจการที่มีเงินทุนน้อย หรืออยากเรียนรู้ในทุกกระบวนการด้วยตัวเอง ก็สามารถทำ SEO เองได้ แต่หากตัดสินใจจะจ้างบริษัทภายนอกทำ ขอแนะนำให้เลือกบริษัทที่มีคุณภาพสูง มีการผลิต content ที่มีคีย์เวิร์ด SEO ที่ทันสมัย มีการนำคลิปและภาพภ่ายที่สอดคล้องกับ theme ของแบรนด์ ที่ต้องมีการพูดคุยกันเชิงลึกอย่างละเอียดตั้งแต่ต้น จะทำให้การลงทุนจ้างบริษัทเหล่านี้มีความคุ้มค่ายิ่งขึ้น

แนวทาง SEO อื่นๆ

ทำอย่างไร เว็บไซต์ SEO ถึงจะดังติดตลาด

ทำอย่างไร เว็บไซต์ SEO ถึงจะดังติดตลาด

เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์เป็นช่องทางจำหน่ายกระจายและประชาสัมพันธ์ทางหลักของธุรกิจยุคใหม่ การทำเว็บไซต์ SEO ให้ติดตลาดประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีเทคนิคที่อยู่บนหลักการที่ถูกต้องตามเกณฑ์ของระบบสืบค้น หรือ search engine ด้วย ซึ่งจะมีอะไรบ้างมาดูพร้อมกันเลย

เว็บไซต์ SEO ถึงจะดังติดตลาด

1. ทำโครงสร้างของเว็บไซต์ให้มีทั้งส่วน ON-PAGE และOff-page SEO ครบถ้วน ทั้งส่วนหัวข้อ (title) คีย์เวิร์ด เนื้อหา การเชื่อมโยง backlink ที่มีคุณภาพ ผ่านการวิเคราะห์และตรวจสอบจากระบบอัลกอริทึมและ software เฉพาะของ search engine อย่าง PANDA และRank Brain เพื่อให้ก้าวสู่อันดับ top 5 top 10 ในการสืบค้น

2. การเพิ่มทักษะด้านภาษาในการนำเสนอเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยเน้นที่การสร้างความเป็นกันเอง อ่านง่าย มีข้อมูลที่เป็นกลางและเชิงเปรียบเทียบอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งปัจจุบัน มีการวิจัยพบว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มค้นหาข้อมูลในเชิงเปรียบเทียบเพื่อเลือกซื้อสินค้าและบริการมากขึ้น

ดังเห็นได้จากแอพพลิเคชั่นและเว็บไซต์เพื่อการเปรียบเทียบราคาของที่พักตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ หากในเว็บไซต์มีเนื้อหา SEO ที่ตอบโจทย์เหล่านี้ ก็เชื่อได้ว่าจะดังติดตลาดในไม่ช้าอย่างแน่นอน

3. การให้ความสำคัญกับทักษะด้านการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล ในเว็บไซต์ที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงหรือองค์กรขนาดใหญ่ จำเป็นต้องมีการทำงานเป็นทีม ทักษะในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี หรือการมีมนุษยสัมพันธ์เพื่อประสานงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

การจัดสรรเวลาและประสานงานระหว่างฝ่าย เช่น งานด้าน content งานประชาสัมพันธ์ งานด้านเทคนิคและพัฒนา software ฯลฯ ต้องทำงานสอดประสานด้วยความสามัคคีและมุ่งเป้าไปในทิศทางเดียวกัน จึงจะช่วยลดความขัดแย้งและทำให้การผลิตผลงานสู่หน้าเว็บไซต์บรรลุเป้าหมายได้ตามแผนอย่างรวดเร็ว

4. การทำเว็บไซต์ SEO ต้องไม่หยุดที่การนำเสนอบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคส่วนใหญ่เน้นการซื้อขายที่สะดวกผ่านหน้าจอมือถือที่พกกันติดตัวในแทบทุกที่จนเหมือนเป็นอวัยวะชิ้นหนึ่งของร่างกาย แม้จะทำ content SEO ที่ดีเพียงใด แต่หากไม่สอดคล้องกับการใช้งานผ่านมือถือ ก็เป็นไปได้ยากที่จะประสบความสำเร็จติดตลาดทั้งส่วนชื่อเสียงและยอดขาย

5. การระมัดระวังเรื่องโฆษณาที่มากเกินไปหรือเป็นการรบกวนสายตาผู้อ่าน เป็นสิ่งที่ห้ามมองข้ามเลยทีเดียว เนื่องจากระบบการสืบค้นมีการตรวจจับและถึงแม้จะหลุดรอดสายตาของโปรแกรม software ของ search engine ไปได้ แต่ย่อมส่งผลต่อความประทับใจและการกลับมาใช้งานซ้ำของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างแน่นอน

ทำอย่างไร SEO ถึงจะดังติดตลาด

จะเห็นได้ว่า การทำเว็บไซต์ SEO ให้ดังติดตลาด นอกจากต้องมีเนื้อหาที่มีคุณภาพแล้ว ยังต้องใส่ใจในองค์ประกอบอื่น ๆ ไม่ต่างจากการทำบริษัทแบบห้างร้าน offline ทั่วไป ยิ่งไปกว่านั้น ยังต้องเพิ่มความฉับไวและมีความพร้อมในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ความนิยมของลูกค้าอยู่เสมอ เว็บไซต์จึงจะเป็นที่นิยมยาวนานในกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย

แนวทาง SEO อื่นๆ

7 สิ่งเกี่ยวกับ SEO ที่ธุรกิจออนไลน์ห้ามพลาด

7 สิ่งเกี่ยวกับ SEO ที่ธุรกิจออนไลน์ห้ามพลาด

SEO เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการทำธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบัน เนื่องจากระบบการสืบค้นหรือ algorithm ของ search engine ที่อยู่ในความนิยมของคนทั่วโลกนั้น อิงตามดาต้าที่โหลดผ่านอินเตอร์เน็ต ดังนั้นการนำเสนอข้อมูลใหม่ ๆ และการปรับปรุงเว็บไซต์ที่มีมานานให้เข้าสู่ฐานข้อมูลที่ทรงประสิทธิภาพในการเพิ่มยอดขายและขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจึงต้องอาศัยหลักของ SEO นั่นเอง และนี่คือกลยุทธ์ SEO ที่คุณต้องรู้หากจะปรับปรุงเว็บไซต์ของคุณให้เข้าสู่ตลาดการแข่งขันออนไลน์ในปี 2018

SEO ที่ธุรกิจออนไลน์ห้ามพลาด

1. เลือกคีย์เวิร์ดที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งต้องมาจากการวิจัยคีย์เวิร์ดอย่างเป็นระบบด้วยโปรแกรมที่สามารถดาวน์โหลดได้ (อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการอัพเกรด) เพื่อให้คีย์เวิร์ดมีความเป็นปัจจุบันสอดคล้องกับความต้องการของตลาดออนไลน์อยู่เสมอ

2. การทำ SEO ไม่ใช่สิ่งที่จะหยุดนิ่งได้ เพราะโลกออนไลน์หมุนตามความต้องการของผู้คนตลอดเวลา การทำ SEO ก็เช่นเดียวกัน มีองค์ประกอบหลายส่วนทั้ง off-page และ on-page ที่ต้องปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เว็บไซต์เลื่อนอันดับในการค้นหาเป็น top5 อยู่เสมอ

3. เป้าหมายของ SEO ไม่ใช่การขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของการคีย์จาก search engine ตลอดเวลา เพราะระบบวิเคราะห์ดาต้าที่มีความซับซ้อนเชิงเทคนิค ดังนั้นการดูผลลัพธ์จากยอดการเข้าชมเว็บไซต์ การแชร์ข้อมูลและยอดจำหน่ายสินค้าและบริการจึงเป็นรูปธรรมที่ต้องสนใจมากกว่าอันดับต้นสุดของเพจค้นหา

7 สิ่งเกี่ยวกับ SEO

4. การใส่คีย์เวิร์ดที่ดีในลิงค์เชื่อมโยงระหว่างหน้าเพจและรูปภาพ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ทำ SEO ต้องให้ความสนใจ ในแต่ละหน้าเพจควรใส่คีย์เวิร์ดไม่มากเกินไป และไม่ควรใช้ภาษาไทยในการตั้งชื่อลิ้งค์เพื่อลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดในการเชื่อมโยงดาต้า

5. การทำ SEO อย่างเดียว ยังไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด การเลือก hosting ที่มีการดูแล server อย่างดีและมีการแก้ไขปัญหาเชิงเทคนิคอย่างมืออาชีพ จะช่วยลด error ในการสืบค้นได้ เช่น การเปิดหน้าเว็บเพจไม่ขึ้น การโหลดข้อมูลช้า ซึ่งสัมพันธ์กับความประทับใจของลูกค้าธุรกิจและจะส่งผลต่อยอดขายอย่างแน่นอน

6. เนื้อหาส่วน meta description ที่เป็นการสรุปภาพรวมเนื้อหาของเว็บไซต์แบบสั้น ๆ ไม่เกินร้อยคำ เป็นส่วนที่ต้องมีคีย์เวิร์ด SEO แทรกอยู่อย่างเหมาะสมและต้องสอดคล้องกับเนื้อหาเสมอ

7 สิ่งเกี่ยวกับ SEO ที่ธุรกิจออนไลน์

7. ต้องเช็ค status ลิ้งค์ต่าง ๆ ให้มีความเป็นปัจจุบัน ไม่ปล่อยให้ลิ้งค์ SEO หมดอายุ เพราะจะส่งผลต่อคุณภาพการประเมินเว็บไซต์และทำให้อันดับในการสืบค้นจาก search engine ตกลงด้วย

เชื่อมั่นว่า หากนักธุรกิจออนไลน์ยุคใหม่ได้ศึกษา SEO และลงมือเรียนรู้ผ่านประสบการณ์อย่างเพียงพอ จะช่วยให้มองเห็นจุดบกพร่องและจัดการกับองค์ประกอบแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ทั้งด้าน hosting และส่วนโครงสร้างของเว็บไซต์ และทำให้ธุรกิจรุดหน้าต่อไปได้อย่างสวยงาม

แนวทาง SEO อื่นๆ

รู้จักลูกค้า สร้างเนื้อหาและทำ SEO ได้ตรงใจ

เนื้อหาเว็บ ในสายตาของลูกค้า

คนที่ทำธุรกิจส่วนตัวหรือค้าขายเข้าใจดีกว่าการแข่งขันรุนแรงทำให้เราต้องทำความเข้าใจลูกค้ามากขึ้น ลูกค้าเป้าหมายของเราคือใคร เมื่อรู้ว่าเราต้องการขายสินค้าให้ลูกค้ากลุ่มไหนแล้ว การทำ SEO โดยใช้คีย์เวิร์ดใส่ในบทความให้ลูกค้าอ่านหรือค้นหาเชื่อมโยงจากกูเกิลจะกลายเป็นเรื่องง่ายและสามารถเอาชนะใจลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น พยายามคิดในมุมมองของลูกค้าว่ามีความต้องการอย่างไร สินค้าและบริการของเราตอบโจทย์ความต้องการได้ดีพอหรือยัง ถ้าคำตอบคือไม่ คุณต้องพร้อมเสนอทางเลือกใหม่ๆ อีกหลายแง่มุมจนกว่าลูกค้าจะได้ตัวเลือกที่พอใจที่สุด

1. สร้างความประทับใจให้ลูกค้า

เพราะลูกค้าแต่ละกลุ่มมีความพึงพอใจแตกต่างกัน เราต้องดูว่าจะใช้วิธีการทำ SEO ในบทความอย่างไรถึงจะดึงดูดความสนใจได้ดี เช่น เลือกคีย์เวิร์ดแบบเฉพาะเจาะจงเพื่อดึงลูกค้าเข้ามาหาข้อมูลได้ตรงจุด เนื้อหาบทความไม่ยาวเกินไป มีทั้งสาระความรู้ ถ้อยคำสละสลวยอ่านแล้วเพลิดเพลิน ให้ข้อมูลที่มีประโยชน์กับผู้อ่าน รู้สึกว่าอ่านแล้วคุ้มค่า โดยไม่จำเป็นต้องเสนอขายสินค้าในทุกบทความ แต่สร้างความประทับใจเพิ่มโอกาสการทำยอดขายให้สูงขึ้นได้

2. เนื้อหาสร้างสรรค์น่าสนใจ

ดูความเหมาะสมของบทความทั้งเรื่องลีลาการเขียน เนื้อหาที่หลากหลาย สะกดคำถูกต้องทำให้บทความขาดความน่าเชื่อถือ เว้นระยะสวยงาม ใส่รูปภาพประกอบด้วย หรือการทำกราฟิกเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจและเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้ผู้อ่านพอใจและแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การโปรโมทสินค้าออนไลน์เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายและเป็นที่รู้จักกระจายออกไปในวงกว้าง

Content

3. ดูการตอบสนองจากลูกค้า

การใช้งานอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียต่างๆ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการติดตามการสนองตอบของลูกค้าง่ายและสะดวกรวดเร็ว สามารถวางแผนรองรับได้ดีขึ้น ปรับปรุงเนื้อหาสร้างความแปลกใหม่และค้นหาสิ่งที่ลูกค้าสนใจต้องการจะอ่านมาส่งเสริมโอกาสการขาย ช่วยวางกลยุทธ์การตลาดแม่นยำมากขึ้น

4. อัพเดทคีย์เวิร์ดให้ลูกค้าเข้าถึงง่าย

ธุรกิจการค้าแทบทุกประเภทก้าวเข้าสู่โลกออนไลน์ การทำเว็บไซต์จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการโปรโมทสินค้าและตามเทรนด์ใหม่ๆ ให้ทัน พยายามติดตามศัพท์คีย์เวิร์ดใหม่ๆ ที่ใช้กันในยุคปัจจุบัน หรือถ้อยคำที่ลูกค้าเชื่อมโยงเข้าเว็บของเราได้ง่าย ขณะเดียวกันก็เป็นคีย์เวิร์ดที่เข้าถึงลูกค้าจำนวนมากขึ้น โดยประเมินจากกระแสสังคมและความต้องการของตลาด จากที่เคยใช้คีย์เวิร์ด “รองเท้ากีฬา” เปลี่ยนมาเป็น “รองเท้ากีฬา มือหนึ่ง ราคาถูก” ครอบคลุมความต้องการลูกค้าซึ่งเป็นเป้าหมายของเราโดยตรง

การทำ SEO เพื่อเข้าถึงลูกค้าจำนวนมาก ดึงดูดเข้ามาเยี่ยมชมและติดตามอย่างสม่ำเสมอ นับเป็นอีกวิธีที่ช่วยปรับอันดับการค้นหาในกูเกิลให้อยู่ในหน้าแรกๆ ซึ่งหมายความว่าสินค้าและบริการของเราต้องตอบโจทย์ลูกค้าได้ดี ส่วนบทความจะให้ข้อมูลความรู้ที่มีประโยชน์และตรงความต้องการ หากมีองค์ประกอบเหล่านี้ครบถ้วน รับประกันความมีประสิทธิภาพซึ่งจะส่งเสริมการตัดสินใจซื้อของลูกค้าให้เร็วขึ้นได้

แนวทาง SEO อื่นๆ

เหตุผลทำไมคุณควร Outsource เพื่อ SEO

DIY SEO

การศึกษาล่าสุดที่ออกมาต้นปี 2018 โดย ได้เปิดเผยว่ามีเพียง 3% ของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการจ้างงานหรือหน่วยงานภายนอกเพื่อทำตลาดสำหรับธุรกิจของตน ผู้เขียนรายงานสรุปได้ว่าธุรกิจขนาดเล็กและท้องถิ่นกำลังได้รับผลที่น่าผิดหวังและผลตอบแทนจากการลงทุนของพวกเขาต่ำลง เพราะการมองข้ามและพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับ SEO เจ้าของธุรกิจจำนวนมากไม่เห็นความสำคัญของ SEO โดยเฉพาะธุรกิจท้องถิ่นหรือที่เรียกว่า Local Business ทั้งที่ความสำคัญนั้นมีอยู่มากมาย และการจ้างผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งจำเป็น

SEO เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและสิ่งที่ได้ผลในวันนี้อาจไม่ได้ผลในวันพรุ่งนี้ กลยุทธ์การจัดอันดับเว็บไซต์ล่าสุด หรือวิธีชนะการอัปเดตล่าสุดของ Google หรืออัลกอริทึมการค้นหาของ Bing เว็บไซต์ไหนที่จัดการ SEO ที่ทำมาไม่ดีอาจเป็นอันตรายมากกว่าจะเป็นการช่วยให้อันดันดีขึ้น ความพยายามที่ผิดพลาดของคนที่ไม่มี ความรู้จริงเป็นอันรายต่อเครื่องมือค้นหาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Google ซึ่งเป็นที่รู้จักในการลงโทษเว็บไซต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องผลการค้นหาหรือใช้กลยุทธ์สแปมที่ออกแบบมาเพื่อจัดการเว็บไซต์ที่ผิดกฎ

ลงมือทำอันดับเว็บ ด้วยตัวเอง

การเลือกเส้นทางแบบ DIY หรือการทำ SEO ด้วยตัวเอง

มันช่วยให้คุณมีทักษะที่ดีก็จริง แต่ต้องไม่ลืมว่า สิ่งที่ทำในวันนี้มันอาจใช้ไม่ได้ในวันพรุ่งนี้ นั่นหมายถึงคุณต้องใช้เวลาเรียนรู้เกมการเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์มากกว่าการทำธุรกิจของตัวเองอยู่เรื่อยๆ เพื่อรับกลยุทธ์ใหม่ๆที่มาพร้อมกับการจัดอันดับเว็บไซต์หรือวิธีการเพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ ทั้งที่ความจริงควรต้องมุ่งเน้นธุรกิจคือการพัฒนาสินค้าหรือบริการของตัวเองเป็นอันดับแรก ไม่ใช่เรื่องอื่น การมองข้ามการทำ SEO เพื่อธุรกิจเพราะคิดว่าเป็นเพียงธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลางเท่านั้น และมีลูกค้าประจำอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องนี้ แต่ความจริงแล้วนี่คือยุคที่ทุกธุรกิจจะต้องแข่งขันกันอย่างดุเดือด มันไม่ใช่แค่การมีลูกค้าเก่าเท่านั้น แต่ยังต้องเพิ่มลูกค้าใหม่ด้วยเพื่อรักษาธุรกิจให้อยู่รอดได้

การจ้างงานหรือ Outsource เพื่อทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณนั้นเป็นการเพิ่มมุมมองจากคนภายนอก ที่ไม่ได้ถูกล้อมกรอบเอาไว้ด้วยแนวคิดหรือวิธีการทำงานใดๆ บางทีเขาจะมีมุมมองที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณได้มากกว่าที่เจ้าของธุรกิจจะนึกถึง และนี่คือประโยชน์ที่จะได้รับจากการที่จ้างงานจากคนภายนอก (Outsource) สำหรับการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ที่เป็นธุรกิจในท้องถิ่นซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้ามแล้วปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ หากว่าคุณต้องการเอาชนะคู่แข่งที่อยู่รอบๆตัวให้ได้