Browse Tag by SEO
SEO ทั่วไป

SEO กับ SEM เกี่ยวข้องกันอย่างไร

SEO กับ SEM เกี่ยวข้องกันอย่างไร

SEO และ SEM เป็นเทคนิคทางการตลาดในโลกออนไลน์ที่นักธุรกิจยุคใหม่ต้องรู้จัก เพราะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการขายสินค้าและสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำได้ดีขึ้น ทั้งสองวิธีการต่างมีความเกี่ยวข้องกัน โดยสามารถช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกันได้ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

SEO หรือ search engine optimization เป็นเทคนิคที่ไม่มีค่าใช้จ่ายหากทำด้วยตัวเอง หรือหากจ้างบริษัททำ SEO ก็มีค่าใช้จ่ายตามสัญญารายปี การทำ SEO เป็นไปตามกติกาของ Google ที่ใช้ในการบ่งบอกว่าเว็บไซต์ใดมีคุณภาพมากน้อยกว่ากันเพื่อให้ผู้อ่านหรือลูกค้าเฉพาะกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงได้แตกต่างกัน โดยเว็บไซต์ที่มีคะแนน SEO ที่ดีกว่า จะมีโอกาสอยู่ลำดับต้น ๆ ของผลการค้นหา

การทำ SEO ใช้องค์ประกอบหลายอย่าง เช่น การเลือก keyword ที่เหมาะสมสำหรับทำเนื้อหาและรูปภาพ การปรับส่วนโครงสร้างต่าง ๆ ในเว็บไซต์ให้สวยงามและใช้งานง่าย การทำ Backlink เชื่อมโยงระหว่างหน้าเพจหลายแห่งมาที่เว็บไซต์เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะหากเป็นเว็บไซต์ที่เป็นทางการหรือน่าเชื่อถือสูง ถ้าทำได้สอดคล้องกับเกณฑ์ของ Google มากเท่าใด ก็จะได้อันดับ SEO ที่สูงขึ้นมากเท่านั้น อันเป็นผลจากระบบทำดัชนีโดย Googlebot มาเก็บข้อมูลและประเมินศักยภาพของแต่ละเว็บไซต์เป็นระยะ

SEM หรือ Search Engine Marketing เป็นการตลาดแบบที่ต้องเสียเงินโฆษณาเป็นรายครั้ง เนื่องจากเป็นการเช่าประมูลพื้นที่ในจุดที่การันตีได้ว่าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่พิมพ์หาด้วยคีย์เวิร์ดหนึ่ง ๆ จะเห็นการโฆษณาอย่างแน่นอน ซึ่งทาง Google จะเรียกค่าใช้จ่ายแบบ PPC หรือ pay per click เป็นการเรียกเก็บตามจำนวนครั้งที่มีผู้คลิกป้ายโฆษณา

ทั้งนี้ ผู้ที่เป็นเจ้าของโฆษณาสามารถระบุเพดานในการจ่ายที่เรียกว่า Maximum cost per click เพื่อไม่ให้เกินงบประมาณที่ตั้งไว้ได้ด้วย อย่างไรก็ตาม หากเป็นคำที่มีคู่แข่งต้องการใช้เช่นกันก็จะยิ่งมีค่าประมูลที่สูงขึ้นตามไปด้วย จึงต้องวางแผนในการเลือกคีย์เวิร์ดที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพในการแข่งขันมากที่สุดด้วย

การทำ SEO และ SEM สามารถทำควบคู่กันได้ ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญบางรายกล่าวว่า SEO ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ SEM เพราะทำให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเห็นแบรนด์ของคุณมากยิ่งขึ้น โดยเจ้าของเว็บไซต์สามารถวางแผนเพื่อส่งเสริมการขายได้ในงบประมาณที่จำกัดอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ทำ SEM ในช่วงที่ต้องการส่งเสริมการขายตามเทศกาล อย่างวันวาเลนไทน์ วันปีใหม่ วันสงกรานต์ ฯลฯ ซึ่งผู้คนนิยมซื้อของขวัญให้แก่กัน หรือช่วงปลายเดือนที่เงินเดือนออก ผู้คนจะนิยมซื้อของใช้ต่าง ๆ มากกว่าปกติ ส่วนการทำ SEO แนะนำว่าให้ทำเป็นประจำทุกวันตลอดทั้งปี จะทำให้แบรนด์ติดตลาดได้ยาวนานขึ้น แต่ไม่แนะนำให้ทำคู่กันตลอดทั้งปี เพราะว่าสิ้นเปลืองงบประมาณเกินไป

การทำธุรกิจออนไลน์ที่ดีนั้น นอกจากต้องหมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพแล้ว ยังต้องใส่ใจเรื่องเทคนิคการตลาดที่เหมาะสมด้วย ไม่ว่าจะเป็นเทคนิค SEO หรือ SEM ก็สามารถส่งเสริมการขายและสร้างแบรนด์ของคุณให้เติบโตได้

SEO ทั่วไป

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ SEO 2020

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ SEO 2020

การทำ SEO มีความสำคัญมากในยุค 2020 เนื่องจากใคร ๆ ต่างก็หันมาทำการตลาดออนไลน์ โดยเฉพาะช่วงหลังจากประสบปัญหาวิกฤตโควิด-19 ระบาด ผู้คนเก็บตัวมากขึ้นตามหลัก Social distance และหันมาหาข้อมูลสินค้าและบริการต่าง ๆ ทางอินเทอร์เน็ต คนที่ต้องการเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ยุคใหม่ปี 2020 จึงต้องรู้จักความหมายและวิธีทำ SEO เพื่อให้คุณมีโอกาสขายสินค้าได้มากกว่าคนอื่น

การทำ SEO หรือ Search Engine optimization เป็นไปตามระบบการคัดกรองคุณภาพเว็บไซต์โดยอัลกอริทึมของ Google ไม่ว่าจะขายสินค้ากลุ่มอาหาร เสื้อผ้าแฟชั่น ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ สินค้าแม่และเด็ก ฯลฯ ล้วนต้องมีคู่แข่งธุรกิจที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเดียวกัน จึงมีการใช้คำสำคัญหรือ keyword SEO ในการค้นหาสินค้าเหมือน ๆ กัน ดังนั้น หากต้องการมียอดขายสูง มีลูกค้าประจำและลูกค้าใหม่ต่อเนื่อง ก็ต้องทำ SEO เพื่อให้อันดับการนำเสนอเว็บไซต์อยู่ระดับ Top3 Top5 ซึ่งเท่ากับการเพิ่มโอกาสค้นหาเจอได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

มีการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่า คนจะให้ความเชื่อมั่นสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทที่อยู่ในอันดับ 1-3 หลังจากค้นหาด้วย Google มากกว่าอันดับล่าง ๆ ซึ่งสัมพันธ์กับยอดขายของเว็บไซต์ที่อยู่ในลำดับท็อปเหล่านี้ ที่จะมากกว่าเว็บไซต์ที่ขายสินค้าเดียวกันในลำดับรองลงไปหลายเท่าตัว

การทำ SEO ให้เว็บไซต์นั้น มีแนวทางที่ผู้เชี่ยวชาญได้อธิบายไว้มากมาย เช่น เจ้าของเว็บไซต์เรียนรู้ด้วยตัวเอง ซึ่งก็มีข้อดีที่จะเป็นผู้เข้าใจสินค้าตัวเองดีที่สุด มีเป้าหมายและเห็นภาพรวมได้ชัดเจน โดยสามารถหาข้อมูลเบื้องต้นฟรีทางเว็บไซต์ต่าง ๆ หรือลงเรียนคอร์สที่เปิดสอนแบบเสียค่าใช้จ่าย หรือจะเลือกจ้างบริษัทมืออาชีพทำ SEO ให้ก็ได้เช่นกัน

ตัวอย่างการทำ SEO ได้แก่

  1. การใส่เนื้อหาที่มีคุณภาพสูงในเว็บไซต์

โดยเน้นที่ keyword SEO จากการสืบค้นของผู้ใช้งาน Google ทั่วโลก ควรศึกษาหาค่าสถิติ keyword จาก Google keyword planner เพื่อให้รู้ว่าควรจะเลือกคำใด ที่ตรงกับการค้นหาของกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดด้วย

  1. การเลือกธีมที่เหมาะให้เว็บไซต์

การเลือกธีมของเว็บไซต์ที่เข้ากับธุรกิจ เช่น ใช้ธีมสีน้ำเงินหรือสีสุภาพ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจแนวโรงแรม การลงทุน มากกว่าการใช้สีแดง หรือตัวอักษรแบบแฟชั่น ที่มีความเหมาะกับสินค้ากลุ่มแฟชั่น เป็นต้น

  1. สร้างความจดจำผ่านโลโก้ ภาพถ่าย

ควรออกแบบโลโก้และผลิตภาพถ่ายประกอบเว็บไซต์ของตัวเอง หรือจ้างนักกราฟิกที่มีความสามารถสูงทำงานประจำให้เว็บไซต์ เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณแตกต่างจากเว็บไซต์อื่น ๆ

การทำ SEO ต้องเน้นความสม่ำเสมอ ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาจะทำให้คุณนั้นมีอันดับที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ และมีเนื้อหาที่สะสมอยู่ในเว็บไซต์มากขึ้น ในระยะยาวก็จะได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จะเห็นได้ว่า การทำ SEO ให้ประโยชน์ที่หลากหลายด้าน ถ้าคุณต้องการทำเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จในปี 2020 ต้องศึกษารายละเอียดและลงมืออย่างจริงจัง เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ตามต้องการ

SEO ทั่วไป

การเลือกบริษัททำเว็บไซต์ SEO ควรดูจากอะไร

การเลือกบริษัททำเว็บไซต์ SEO ควรดูจากอะไร

การจ้างทำเว็บไซต์ SEO ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะสามารถกระตุ้นยอดขายเพิ่มการมองเห็นเว็บไซต์ได้ง่าย ๆ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนอันดับไปอยู่ Top 3-5 ของหน้าจอสืบค้นทาง Google แต่การเลือกบริษัททำเว็บไซต์ SEO ก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา เพราะตอนนี้บริษัทเอกชนที่รับจ้างทําเว็บไซต์ SEO มีจำนวนมากมาย ทั้งมืออาชีพและบริษัทเปิดใหม่

เรามาดูกันว่าจะมีหลักเกณฑ์อย่างไรในการเลือกบ้าง

  1. เลือกบริษัทที่อยู่ในอันดับต้น ๆ ของ Google

แนะนำให้คุณลองหาบริษัทรับจ้างทำ SEO โดยพิมพ์ใน Google search ควรเลือกบริษัทอันดับบน ๆ เพราะแสดงว่าบริษัทนั้นมีความสามารถในการทำ SEO ของเว็บไซต์ตัวเองให้ประสบความสำเร็จได้ดีด้วย คุณจึงเชื่อมั่นได้สูงว่าบริษัทเหล่านี้จะมีคุณภาพงานที่ดีสมกับที่โฆษณามากกว่าบริษัทที่อยู่ในอันดับล่าง ๆ หรือบริษัทอื่น ๆ ที่มีคนแนะนำมา

  1. ดูจากลูกค้าเก่าของบริษัท

ลองสังเกตดูว่าบริษัทต่าง ๆ ที่รับทำ SEO มักจะมีการแสดงรายการให้ดูว่า เคยรับจ้างทำ SEO ให้กับลูกค้ารายใดบ้าง เพื่อแสดงถึงประสบการณ์การทำงาน หากเป็นลูกค้าที่มีชื่อเสียง เช่น เป็นองค์กรขนาดใหญ่ โรงพยาบาล โรงแรม บริษัท การท่องเที่ยว หรือร้านค้าออนไลน์ที่มีชื่อเสียง คุณจะสามารถมั่นใจได้มากขึ้นว่าบริษัทรับทำ SEO เหล่านี้มีประสิทธิภาพในการทำ SEO ได้จริง เพราะต้องเคยผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหา บริหารจัดการด้าน SEO ยาวนานระดับหนึ่งแล้ว

  1. มีหลายราคาให้เลือกจ้างงาน

การทำ SEO ควรมีการให้เลือกราคาหลายแบบ เช่น การการันตีอันดับของการสืบค้น หากอยู่ใน Top10 Top5 Top3 มักมีการคิดอัตราค่าบริการรายเดือนที่ 5,000 บาท 10,000 บาท 30,000 บาท ตามลำดับ การมีราคาที่เหมาะสมให้เลือกเช่นนี้ จะทำให้คุณควบคุมงบประมาณได้อย่างเหมาะสมในระยะยาว

  1. มีการแสดงขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน

ก่อนการจ้างทำ SEO ทางบริษัทควรแจ้งให้รู้ว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง เช่น ลูกค้าต้องแจ้งคีย์เวิร์ดให้ทางบริษัท เพื่อทำบทวิเคราะห์การแข่งขันของคีย์เวิร์ดนั้น ๆ และทำใบเสนอราคาให้ และมีข้อตกลงว่าหลังจากการทำ SEO ไปแล้ว จะมีการส่งรายงานผลการทำ SEO ให้ทุกเดือนจนครบระยะเวลาที่จ้างงาน เป็นต้น

  1. ผลรีวิวมีความน่าเชื่อถือ

การดูผลตอบรับจากลูกค้าเก่าหรือจากการกล่าวถึงในสื่อโซเชียลต่าง ๆ จะทำให้คุณเห็นจุดอ่อนจุดแข็งของบริษัทรับทำ SEO ต่าง ๆ เพื่อเปรียบเทียบและเลือกได้ดียิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่า การจะจ้างบริษัททำ SEO ต้องพิจารณาองค์ประกอบอยู่หลายด้าน ต้องใส่ใจคุณภาพและไม่ควรพิจารณาเทียบแต่ราคาเท่านั้น เราหวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกท่านมีเกณฑ์ในการเลือกบริษัทเอกชนทำ SEO ให้กับธุรกิจของคุณได้อย่างดียิ่งขึ้นต่อไป

SEO ทั่วไป

เคล็ดลับในการทำ SEO ให้ปังแบบฉุดไม่อยู่

เคล็ดลับในการทำ SEO ให้ปังแบบฉุดไม่อยู่

เชื่อได้เลยว่าถ้าพูดถึงโลกออนไลน์หรือการทำการตลาดออนไลน์แล้วล่ะก็ หลาย ๆ คนคงจะคุ้นชินกับคำว่า SEO หรือ Search Engine Optimization ไม่มากก็น้อย เพราะถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำตลาดออนไลน์ ซึ่งประโยชน์ของ SEO นั้น เรียกว่ามีอิทธิพลต่อธุรกิจค่อนข้างมาก สามารถเปลี่ยนยอดขายของธุรกิจจากน้อยเป็นมากได้หากทำถูกหลักวิธี ช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจหรือแบรนด์นั้น ๆ มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น

สำหรับใครที่ไม่เคยทำ SEO มาก่อนนั้นอาจจะมองว่าเป็นเรื่องยาก แต่ความเป็นจริงแล้วสามารถที่จะเริ่มต้นทำได้ด้วยตนเองง่าย ๆ โดยมีวิธีดังต่อไปนี้

  • เริ่มต้นจากการทำเว็บไซต์ของแบรนด์ตนเองก่อน ให้มีรูปแบบที่สวยงาม มีเอกลักษณ์เหมาะกับภาพลักษณ์ของสินค้าหรือบริการ เพื่อดึงดูดให้ผู้ที่กดเข้ามารับชมเว็บไซต์ใช้เวลารับชมเนื้อหาต่าง ๆ อยู่ในเว็บไซต์ได้นานขึ้น ทั้งนี้ควรที่จะมีการหมั่นอัปเดตข้อมูลต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคและการสื่อสารข้อมูลที่ตรงกัน
  • เนื้อหาภายในเว็บไซต์ถือเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จ คีย์เวิร์ดที่ใช้ต้องนำไปต่อยอดได้จริง หมั่นสังเกตและวิเคราะห์ว่ากลุ่มลูกค้าของเรานั้นส่วนใหญ่จะใช้คำค้นหาใดบ้าง ซึ่งในส่วนนี้เราสามารถไปค้นหาได้ในเครื่องมือหาคีย์เวิร์ดหรือ Keyword Planner ก็จะทราบว่าคีย์เวิร์ดนั้น ๆ มีการค้นหามากน้อยแค่ไหนและจะต้องสืบค้นคำอื่น ๆ ให้ครอบคลุม รวมทั้งคำค้นหาแบบสั้น คำค้นหาแบบยาวด้วย ซึ่งแต่ละคนก็จะมีลักษณะการพิมพ์และการค้นหาที่แตกต่างกัน เราจึงจำเป็นที่จะต้องรวบรวมคีย์เวิร์ดต่าง ๆ ทั้งหมดที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรามาใช้ในหน้าเว็บไซต์
  • ส่วนของคำอธิบายเว็บไซต์หรือ meta description ก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่สำคัญ คำอธิบายควรที่จะมีความน่าสนใจ โดดเด่น สามารถเชิญชวนให้คนกดเข้าไปอ่านต่อในเว็บไซต์ได้ เน้นความกระชับ ประมาณ 150 ตัวอักษร เน้นใจความสำคัญที่สอดคล้องกับชื่อเรื่องเว็บไซต์ และมีคีย์เวิร์ดสอดแทรกอยู่ด้วย
  • ควรเช็คในเรื่องของความเร็วในการโหลดเว็บไซต์ขึ้นมาอย่างสม่ำเสมอ อย่างที่เราทราบกันดีว่าผู้บริโภคยุคนี้มีการค้นหาสินค้าทางออนไลน์ มักจะชอบความสะดวกสบายและความรวดเร็ว ซึ่งถ้าหากว่าเว็บโหลดได้ช้า ก็จะทำให้กลุ่มเป้าหมายคลิกออกจากหน้าเว็บไซต์แล้วไปเข้าที่เว็บไซต์อื่นทันที โดยวิธีการในการดูแลส่วนนี้ก็ไม่ยาก เพียงแค่เข้าไปที่ Page Speed Insights ของ Google เช็คดูในเรื่องของความเร็ว ซึ่งถ้าหากว่าตรวจสอบแล้วพบปัญหาใด ๆ ก็จะได้นำมาแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเคล็ดลับในการเริ่มต้นทำ SEO แบบง่าย ๆ ที่เจ้าของแบรนด์สามารถที่จะเริ่มต้นทำได้ด้วยตนเอง ถือเป็นการเรียนรู้พื้นฐานเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ต่อยอดองค์ความรู้ในด้านการตลาดออนไลน์ให้มากขึ้น เพื่อสร้างยอดขายและผลกำไรตามวัตถุประสงค์ของธุรกิจ

แนวทาง SEO อื่นๆ

7 ข้อที่คุณต้องรู้ว่าทำไม SEO ถึงให้ผลดีในระยะยาว

7 ข้อที่คุณต้องรู้ว่าทำไม SEO ถึงให้ผลดีในระยะยาว

อย่างที่เรารู้กันดีว่าการทำ SEO อาจดูเหมือนเป็นเรื่องยากและไกลเกินเอื้อม บางครั้งอาจเป็นสิ่งที่หลายแบรนด์มองข้ามไปเลย แต่รู้ไหมว่าการทำ SEO นั้นเป็นเหมือนการปลูกต้นไม้ที่นับวันยิ่งให้ผลผลิตเป็นมูลค่าของแบรนด์ที่ไม่สามารถวัดราคาได้เลย ดังนั้นคุณจึงต้องรู้ว่า SEO ให้ผลดีในระยะยาวแก่ธุรกิจของคุณได้อย่างไรบ้าง

1. ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

ข้อแรกที่เรารู้กันดีก็คือเมื่อไหร่ที่เว็บไซต์ของคุณติดหน้าแรก ๆ แล้ว คุณก็ไม่มีความจำเป็นต้องลงโฆษณาแบบ SEM ให้เสียเงินเพื่อให้เว็บไซต์ขึ้นไปอยู่หน้าแรกอีกเลย

2. แม้เวลาจะผ่านไปทรัพย์สินของแบรนด์ยังคงอยู่

หากเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณมีคุณค่า การเวลาจะไม่สามารถทำให้มูลค่าแบรนด์ที่คุณสร้างมาจากการทำ SEO เสื่อมไปได้เลย เพราะเนื้อหาเหล่านี้ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาอย่างหนึ่งที่แบรนด์ถือเอาไว้

3. ลูกค้าจะจดจำคุณได้หลังจากการสร้างแบรนด์ด้วยการทำ SEO

นั่นเป็นเพราะการทำ SEO เป็นการผสมผสานความรู้ที่มอบให้กับลูกค้ากับตัวตนของแบรนด์เข้าไป จึงทำให้คนติดตามจากการเป็นแฟนกลายมาเป็นลูกค้าของแบรนด์ได้

4. คุณสามารถใช้ data ที่ได้จากการทำ SEO ไปพัฒนาในอนาคตได้

ถูกต้องแล้วล่ะ! Data ที่คุณได้มามันมีค่ามากกว่าที่คิด เพราะมันสามารถนำไปวิเคราะห์และสร้างกลยุทธ์เพื่อพิชิตใจลูกค้าให้มากขึ้นได้

5. ช่วยเพิ่มมูลค่าของแบรนด์ในระยะยาว

การเขียนบทความและสร้างเนื้อหาไปเรื่อย ๆ ไม่เพียงแค่ช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับเว็บไซต์เท่านั้น แต่การมี traffic และ data เก็บไว้วิเคราะห์เพื่อพัฒนาแบรนด์ต่อไปนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ SEO จะมอบให้คุณได้ในระยะยาว

6. เว็บไซต์ของคุณจะมีความแข็งแรงมากกว่าคู่แข่ง

ลองคิดดูสิว่าหากคุณเริ่มทำ SEO ในวันนี้ ค่อย ๆ ให้เว็บไซต์มี traffic เข้ามาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นที่รู้จักแล้ว เว็บไซต์ของคุณย่อมมีความแข็งแรงและติดอันดับอยู่บนหน้าแรก ๆ ได้ง่ายกว่าเว็บไซต์ที่เพิ่งเริ่มต้น

7. แบรนด์จะขายสินค้าและบริการได้ง่ายกว่า

เหตุผลคือการที่คุณสร้างการเป็นที่รู้จักไปเรื่อย ๆ พร้อมกับการให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้าและบริการแก่ลูกค้านั้น จะทำให้ลูกค้าไว้วางใจคุณมากกว่าแบรนด์ที่ไม่เคยให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่พวกเขาเลยนั่นเอง

เมื่อรู้แบบนี้แล้วก็รอให้เวลาผ่านไปไม่ได้แล้วล่ะ เพราะมีหลายแบรนด์ที่มองเห็นความสำคัญของการทำ SEO อยู่ไม่น้อย และได้เริ่มต้นทำไปก่อนหน้านี้แล้ว นั่นหมายความว่าคนที่ทำมาก่อนก็ย่อมมีโอกาสขึ้นอันดับไปอยู่บนหน้าแรกได้ก่อน หากเว็บไซต์ของคุณไม่มีการทำ SEO มาก่อน ก็ถึงเวลาต้องรีบเร่งเครื่องแล้วล่ะ

แนวทาง SEO อื่นๆ

เคล็ดลับ! ฟื้นธุรกิจเก่าให้กลับมาเฟื่องฟูเหมือนใหม่

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ ส่งผลให้หลายธุรกิจที่ไม่ยอมเปลี่ยนเทคนิคในการโฆษณามียอดขายหรือจำนวนผู้ใช้บริการน้อยลง ในอดีตสื่ออย่างโทรทัศน์, วิทยุ, หนังสือพิมพ์และบอร์ดโฆษณาขนาดใหญ่สามารถสร้างชื่อเสียงให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก แต่ในปัจจุบันผู้คนให้ความสำคัญกับการใช้สื่อโซเชียลมีเดียมากกว่าสื่ออื่น ๆ

การนำความรู้ SEO หรือ Search Engine Optimization มาใช้กับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์เป็นวิธีการใหม่ที่ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์สินค้าหรือบริการให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดย SEO จะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการทำให้แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ขึ้นมาอยู่ในหน้าแรกของ Search Engine อย่าง Google, Bing และ Yahoo เป็นต้น

หลักการทำงานของ SEO เริ่มที่การนำ Keyword ที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจและมีจำนวนคนค้นหาบ่อยมาใช้ในการทำ Content เช่น การเขียนบทความสาระความรู้, การเขียนคำโฆษณา, การทำวีดีโอหรือ Podcast เป็นต้น เคล็ดลับในการทำ SEO มีดังนี้

เคล็ดลับการทำ SEO

ตั้งชื่อบทความด้วย Keyword ชื่อบทความเป็นจุดแรกที่สามารถดึงดูดสายตาของผู้ที่สนใจ โดยการตั้งชื่ออาจเริ่มที่การใช้คำที่น่าสนใจ เช่น เคล็ดลับ, วิธี, How to, สูตรลับ หรือรีวิว เป็นต้น เพราะคำเหล่านี้จะช่วยให้ลูกค้าที่อยากทราบข้อมูลคลิกอ่านข้อมูลในบทความได้ นอกจากนี้การตั้งชื่อบทความด้วยคำถาม จะทำให้สามารถติดอันดับบน Search Engine ได้มากกว่าโดยเฉพาะใน Google เนื่องจาก Google ปรับเทคนิคเกี่ยวกับการทำ SEO ใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

เขียนอธิบายบทความอย่างสั้นด้วย Keyword การเขียนคำอธิบายเกี่ยวกับรายละเอียดภายในบทความสั้น ๆ พร้อมแทรกคีย์เวิร์ดเอาไว้ในประโยค จะช่วยให้ผู้ที่สนใจทราบถึงรายละเอียดของเนื้อหาเบื้องต้น

ตั้งชื่อไฟล์ภาพและรูปภาพด้วย Keyword การทำ SEO ให้กับรูปภาพเป็นสิ่งที่ช่วยให้เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันติดอันดับในส่วนของรูปภาพบน Search Engine ทั้งนี้การจะทำให้รูปภาพติดอันดับบนหน้าแรกได้ ควรเลือกใช้ภาพที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาภายในบทความ ด้วยการทำ SEO รูปภาพสามารถทำได้ง่ายกว่า การนำรูปภาพที่ฟรีที่อนุญาตให้ใช้ทางการค้าได้จากเว็บฟรีลิขสิทธิ์ต่าง ๆ จะช่วยให้เว็บไซต์ไม่ถูกร้องเรียนจากเจ้าของภาพ

เขียนบทความที่มีจำนวนคำมากกว่า 300 คำขึ้นไป โดยภายในบทความควรแทรก Keyword หลักและ Keyword ที่เกี่ยวข้องปริมาณ 1% ของคำทั้งหมด เช่น หากเขียนบทความ 300 คำ ควรมี Keyword หลักและ Keyword ที่เกี่ยวข้องประมาณ 3 คำ เป็นต้น

การนำหลัก SEO พื้นฐานมาใช้ ไม่เพียงแต่จะทำให้ธุรกิจเก่ากลับมาเฟื่องฟูเหมือนใหม่เท่านั้น แต่ยังสามารถดึงดูดกลุ่มเป้าหมายหลักให้เข้ามาได้มากกว่า และใช้เงินน้อยกว่าการโฆษณาแบบอื่น ๆ มาก ดังนั้นการทำ SEO จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำสื่อโฆษณาในยุคปัจจุบัน

เคล็ดลับการทำ SEO

แนวทาง SEO อื่นๆ

เว็บไซต์มีเนื้อหาอยู่แล้วจะปรับอย่างไรให้ได้คะแนน SEO?

ปรับเว็บไซต์ให้ได้คะแนน SEO อย่างไร

การทำ SEO นั้นไม่จำเป็นต้องเริ่มจากหลายเว็บไซต์ที่ไม่มีเนื้อหามาก่อน แต่ในทางตรงข้ามหากเป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาอยู่แล้ว จะทำให้การทำ SEO นั้นง่ายมากขึ้น แต่ถ้าเว็บไซต์ของคุณมีเนื้อหายังไม่มีการจัดการระบบภายในเว็บไซต์ให้ได้ตามหลัก SEO เรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้างที่คุณควรใส่ใจ

ปรับเว็บไซต์ให้ได้คะแนน SEO อย่างไร

ปรับแต่งคีย์เวิร์ดในเนื้อหาที่มีอยู่แล้ว

หากเนื้อหาที่คุณสร้างขึ้นยังไม่มีการกำหนดรูปแบบการวาง คีย์เวิร์ด คุณสามารถเพิ่มคีย์เวิร์ดหรือปรับเปลี่ยนคีย์เวิร์ดภายในเนื้อหาได้ตามความเหมาะสม เพราะมันช่วยให้ bot ค้นหาเว็บไซต์คุณเพื่อใช้แสดงผลบนหน้าจอของ user ได้ แต่ก่อนการปรับเปลี่ยนใด ๆ นั้นควรมีการวางแผนคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมเอาไว้ล่วงหน้า โดยไม่ใช่การปรับเปลี่ยนตามใจชอบของตัวเอง

จัดเว็บไซต์ให้เป็นระบบและมีระเบียบมากขึ้น

เว็บไซต์ที่ดีควรมี category และ menu ที่เป็นระเบียบ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถค้นหาเนื้อหาภายในเว็บไซต์ได้ง่าย ซึ่งไม่เพียงมีประโยชน์ต่อผู้ใช้เท่านั้น แต่มันยังมีผลกับ bot ของ search engine ด้วย

อย่ายุ่งกับ URL ต่าง ๆ ของเนื้อหาดีกว่า

URL แต่ละหน้าของเว็บไซต์เป็นสิ่งที่ bot ของ search engine ใช้ในการวิเคราะห์ตามหาเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณ หากมีการเปลี่ยนแปลง อาจทำให้ bot จดจำ URL นั้นไม่ได้ ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดความยุ่งยากในการเปลี่ยนแปลง URL แล้ว ก็ยังทำให้ปัญหาต่าง ๆ ตามมาทีหลังได้เหมือนกัน เช่น การ error ของ URL หรือ 404 page not found

เช็คประสบการณ์การใช้งานของคนอ่าน

ประสบการณ์ผู้ใช้งานหรือที่เราเรียกว่า user experience นั้นอาจไม่ได้มีผลกับ SEO ทางตรง แต่มันมีผลในลักษณะที่เป็นทางอ้อม เพราะหากเว็บไซต์ของคุณมี user experience ที่แย่ ก็จะทำให้คนเข้ามาในเว็บไซต์ของคุณน้อยลงและไม่อยากกลับเข้ามาในเว็บไซต์ของคุณอีก

เว็บไซต์มีเนื้อหาอยู่แล้วจะปรับอย่างไรให้ได้คะแนน SEO

สร้างเนื้อหาต่อไป

บางคนคิดว่าเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาอยู่แล้วก็เพียงพอต่อการขึ้นอันดับ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าเนื้อหาของเว็บไซต์นั้นเป็นส่วนสำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่งในการทำ SEO การมีเนื้อหาอยู่บนเว็บไซต์อยู่แล้วเป็นสิ่งที่ดี แต่การสร้างเนื้อหาต่อไปเรื่อย ๆ ด้วยกลยุทธ์ SEO จะทำให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับได้ดีขึ้น

เพิ่มความต่อเนื่องการสร้าง link

หากเว็บไซต์ของคุณยังไม่มีการสร้าง internal link และ external link ควรเริ่มต้นทำได้แล้ว เพราะ link ก็มีความสำคัญต่อการทำ SEO เช่นเดียวกัน แต่ถ้าเว็บไซต์ของคุณได้มีการทำ link อยู่แล้ว ก็ควรเพิ่มการสร้างต่อไปให้มีความต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการสร้างสรรค์เนื้อหาที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง

เราจะเห็นว่าการปรับแต่ง SEO บนเว็บไซต์ที่มีเนื้อหามาก่อนนั้น มีทั้งสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ ฉะนั้นเจ้าของเว็บไซต์ที่ดีควรใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ และระมัดระวังการปรับแต่งเนื้อหาด้วย

SEO ทั่วไป

แนะนำ Keyword Search เครื่องมือสำคัญสำหรับทำ SEO

แนะนำ Keyword Search เครื่องมือสำคัญสำหรับทำ SEO

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเครื่องมือที่นักขาย นักการตลาด นักเขียนบล็อกหรือ Website ต้องรู้จัก เนื่องจากเครื่องมือชนิดนี้จะช่วยให้เป้าหมายของการทำ Website ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก หรือการสร้างยอดขายประสบความสำเร็จได้เร็วมากขึ้น เพราะการทำ SEO จะทำให้คุณติดอันดับการค้นหาต้น ๆ ในเว็บค้นหาข้อมูลต่าง ๆ เช่น Google, Bing, Yahoo! Search ฯลฯ ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีเว็บ Search Engine ที่ได้รับความนิยมแตกต่างกันไป

หลักการง่ายที่สุดที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับหน้าแรกของ Search Engine คือ การเลือกใช้คำ หรือ Keyword ที่มีคนค้นหาเยอะ ซึ่ง Keyword Search เป็นเครื่องมือช่วยเช็คความนิยมของ Keyword แต่ละคำที่คิดไว้ว่ามีคนค้นหาเยอะหรือไม่? เพื่อให้ได้ Keyword ที่ดีที่สุดในการนำมาทำ SEO

เว็บไซต์ Keyword Search ที่ได้รับความนิยมมีหลายเว็บไซต์ ดังนี้

keywordtool.io เว็บไซต์ Keyword Search ที่ช่วยแนะนำ Long-tail Keyword ที่น่าสนใจ พร้อมจำนวนการค้นหาและประเมินความยากง่ายของแต่ละคีย์เวิร์ด โดยสามารถระบุเว็บไซต์ Search Engine หรือแพลตฟอร์มที่ต้องการทราบ Keyword ได้ด้วย เช่น Google, Youtube, Amazon, Bing ฯลฯ เพื่อให้มีได้ Keyword ที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ตรงเป้าหมายมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ค้นหาคำว่า “เลี้ยงหมา” เว็บไซต์ keywordtool.io จะมีคำขึ้นมาให้เลือกมากมาย เช่น เลี้ยงหมาป่า, เลี้ยงหมาจิ้งจอก, เลี้ยงหมากับแมว เป็นต้น มีทั้งเวอร์ชั่นฟรี (จำกัดการค้นหาเพียงวันละ 1 ครั้ง) เวอร์ชั่นเสียเงินจะสามารถหาข้อมูลได้ไม่จำกัด

neilpatel.com เป็น Keyword Search ที่ได้รับความนิยมมาก เพราะไม่จำกัดจำนวนในการค้นหา แม้จะไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายและสามารถค้นหา Keyword ที่เหมาะสมได้หลายภาษาด้วยกัน ภายในเว็บไซต์บอกจำนวนครั้งของการค้นหา, ระดับความยากง่ายในการนำคีย์เวิร์ดไปใช้ทำ SEO, ตัวอย่างบทความที่นำคำที่เกี่ยวข้องไปใช้, เว็บไซต์ที่นำ Keyword ไปใช้แล้วติดหน้าแรกของการค้นหาและแนะนำคีย์เวิร์ดใกล้เคียงที่น่าสนใจให้ด้วย

Google Keyword Planner เป็นบริการคาดคะเนจำนวนการค้นหาของ Google โดยตรง แม้จะมีบริการให้เลือกทั้งฟรีและเสียเงิน ซึ่งหากคุณจริงจังกับการทำเว็บไซต์เพื่อสร้างรายได้การสมัคร Google Keyword Planner ถือว่าคุ้มค่าเพราะมีความแม่นยำมาก โดยส่วนใหญ่แล้วนักการตลาดมือโปรมักจะเลือกใช้ Google Keyword Planner เพราะสามารถค้นหาได้หลายภาษา และเพื่อใช้ในการซื้อพื้นที่โฆษณาเพื่อให้ติดอันดับหน้าแรกของ Google ด้วย

สำหรับผู้ที่ต้องการหา Keyword ที่มีคนค้นหาเยอะ แต่ยังไม่มีประสบการณ์ในการใช้เครื่องมือเหล่านี้ ก็สามารถนำคำที่โชว์ขึ้นมาในช่องการค้นหาของ Google ก่อนที่จะกด Enter มาใช้ได้เช่นกัน หรือหาก Enter เพื่อค้นหาเรียบร้อยแล้ว ให้เลื่อนมาที่ด้านล่างสุดของ Google ก็จะเห็นส่วนแนะนำคำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับคำที่คุณค้นหาไป ซึ่งส่วนนี้ก็สามารถนำมาใช้ได้เช่นกัน

เว็บไซต์ Keyword Search ที่ได้รับความนิยม

SEO ทั่วไป

SEO คืออะไร จะวัดผลการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร

SEO คืออะไร จะวัดผลการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร

SEO เป็นหนึ่งในเทคนิคการตลาดที่ผู้เชี่ยวชาญในการทำธุรกิจออนไลน์แนะนำไว้ เนื่องจากจะช่วยเพิ่มยอดขายและจำนวนลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ แตกต่างจากการทำ SEM หรือ Search Engine Marketing ที่ต้องเสียค่าประมูลพื้นที่โฆษณาและจ่ายเงินแบบ PPC หรือ Pay Per Click ให้แก่ Search Engine อย่าง Bing, Yahoo หรือ Google

SEO หรือ Search Engine Organization คือ การออกแบบเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย เข้ากับไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เช่น มีการวางผังโครงสร้างที่เหมาะสมกับการใช้งานในโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ มีการแยกหมวดหมู่สินค้าออกจากโฆษณา ที่สำคัญ คือ ผลิตบทความที่มีคุณภาพเพื่อให้สาระและประโยชน์แก่ผู้อ่าน โดยมีการใช้ Keyword ที่เหมาะสมและอัปเดตข้อมูลให้ทันสมัยที่สุด

ผู้ประกอบการทำธุรกิจออนไลน์ควรศึกษาขั้นตอนการทำ SEO อย่างละเอียดและควรทราบว่า โดยหลักการแล้ว การทำ SEO เป็นการสะสมข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ระบบ Algorithm AI อัจฉริยะของ Search Engine ประมวลผล และคัดกรองคุณภาพของเว็บไซต์เป็นระยะ จึงมักจะใช้เวลาในการเห็นผลการเปลี่ยนแปลง SEO ที่ 3 ถึง 6 เดือนขึ้นไป (ซึ่งขึ้นกับชนิดของธุรกิจด้วย เช่น การโรงแรม จะเห็นผลของ SEO ที่ 1 ปี ขึ้นไปหลังการทำ)

นอกจากการเห็นผลการเปลี่ยนแปลงด้านของยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากการทำ SEO และฐานลูกค้าที่กว้างขึ้นแล้ว ผู้ทำเว็บไซต์ออนไลน์ยังสามารถเช็คการเปลี่ยนแปลงของลำดับการนำเสนอเว็บไซต์ที่ดีขึ้นได้ ด้วยวิธีที่กูรูการตลาดแนะนำไว้ 3 ช่องทาง ดังนี้

1. การใช้ Google Search Console

หลังจากการติดตั้ง Google Search Console และเชื่อมเข้ากับเว็บไซต์แล้ว ก็สามารถที่จะใส่ Keyword เพื่อตรวจสอบได้ว่าเว็บไซต์ของคุณอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่ ซึ่งจะปรากฏผลเป็นค่า CTR หรือ Click Through Rate ที่หมายถึง จำนวนผู้ที่เห็นเว็บไซต์แล้วคลิกเข้ามาชม จากข้อมูลเหล่านี้ สามารถนำไปใช้เพื่อการปรับปรุงเว็บไซต์ในระยะยาวได้ด้วย

2. การเช็คผ่าน Application มือถือ

เพียง Download Application SEO SERP ลงในโทรศัพท์มือถือ กดติดตั้งแล้วใส่ Keyword ต่าง ๆ พร้อมกับ URL Address ที่ต้องการทดสอบลงไป จะปรากฏผลอันดับของเว็บไซต์ออกมาอย่างรวดเร็ว มีข้อดีคือสามารถเช็คได้ถึง 10 คีย์เวิร์ดในครั้งเดียว

3. การตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ Serplab.Co.Uk

เป็นแหล่งเช็ค SEO ที่สะดวก เพียงใส่ Keyword พร้อมกับ URLลิงก์ลงไปก็จะสามารถเช็คอันดับของเว็บไซต์ SEO ได้ง่าย ๆ โดยเช็คพร้อมกันได้ 5 คีย์เวิร์ด

จะเห็นได้ว่าการทำ SEO มีประโยชน์หลากหลายด้าน และสามารถเช็คผลการเปลี่ยนแปลงได้จริง เพียงแต่ต้องใช้ระยะเวลาในการสะสมข้อมูล ผู้ประกอบการที่ต้องการประสบความสำเร็จในการทำเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ ควรศึกษาการทำและการวัดผล SEO ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว

SEO เป็นหนึ่งในเทคนิคการตลาด

SEO ทั่วไป

วิธีเลือกบริษัททำเว็บไซต์ SEO ที่ไว้ใจได้

วิธีเลือกบริษัททำเว็บไซต์ SEO ที่ไว้ใจได้

การทำเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ เป็นช่องทางที่ทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วในปี 2019 หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีเว็บไซต์ แต่มีผู้เข้าชมน้อยหรือยังไม่ประสบความสำเร็จในด้านยอดขาย การเลือกบริษัทที่ช่วยในการทำเว็บไซต์ SEO ที่มีคุณภาพ จะช่วยทำให้มียอดผู้ชมมากขึ้น สามารถขยายฐานลูกค้าและมียอดจำหน่ายที่ดียิ่งขึ้นตามมาได้

วิธีการเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ SEO ที่ไว้วางใจได้ มีดังนี้

1. ความน่าเชื่อถือ

หากคุณมีเพื่อนที่ทำกิจการเว็บไซต์ออนไลน์ แล้วประสบความสำเร็จจากการจ้างบริษัท SEO บริษัทใดอย่างต่อเนื่อง ขอให้คุณพิจารณาเลือกบริษัทเหล่านี้เป็นอันดับต้น ๆ เพราะมีโอกาสสูงที่จะได้รับความสำเร็จ และมีเปอร์เซ็นต์ถูกทิ้งงานต่ำ นอกจากนี้ ยังอาจได้ราคาในการจ้างงานแบบโปรโมชั่นพิเศษ เพราะเป็นการบอกต่อของลูกค้านั่นเอง

2. เปรียบเทียบข้อมูลหลายบริษัท

ปัจจุบันมีบริษัททำ SEO มากมาย ที่มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ทั้งในกลุ่มของ Facebook และที่หาได้จากการสืบค้นด้วย Google search ซึ่งคุณควรพิจารณาค่าใช้จ่ายและประโยชน์ที่จะได้รับ เพื่อเปรียบเทียบว่าค่าใช้จ่ายในการจ้างงานบริษัทใดคุ้มค่ากว่ากัน

3. การการันตีผลลัพธ์

ควรระวังการการันตีผลลัพธ์ที่เกินความจริงในการทำ SEO โดยเฉพาะ 2 ประเด็นต่อไปนี้

สามารถทำให้อันดับในการสืบค้นเว็บไซต์คุณสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลา 2-3 อาทิตย์

การันตีว่าเมื่อพิมพ์หาด้วย keyword เช่น ร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ จะแสดงผลเว็บไซต์ของคุณจะขึ้นเป็นอันดับ 1 แน่นอน

เพราะระบบ algorithm ของ Google มีความซับซ้อน ประเมินผลจากข้อมูลที่ประมวลลงในระบบคอมพิวเตอร์เป็นระยะ จึงใช้เวลาสะสมข้อมูลนาน 2-3 เดือนขึ้นไป และยังไม่สามารถการันตีผลลัพธ์ได้ว่าจะเป็นอันดับที่ 1 การการันตีผลลัพธ์ที่ดีเกินจริงในเวลารวดเร็ว เป็นสิ่งที่ต้องระวังไว้ให้มาก

4. สัญญาทางกฎหมาย

การจ้างงานทำ SEO โดยมากจะใช้ระยะเวลาเป็น 6 เดือนถึง 1 ปี ในการที่จะเห็นผล จึงมักมีการทำสัญญาระหว่างกัน ทั้งนี้ควรพิจารณาข้อมูลตามหลักกฎหมายให้ดี สิ่งที่ห้ามมองข้าม คือ กรณีที่บริษัททำ SEO ไม่สามารถที่จะทำผลงานให้ดีตามที่วางแผนไว้ได้ จะมีการจะรับผิดชอบอย่างไร หรือสามารถที่จะเปลี่ยนเป็นบริษัทอื่น โดยได้รับค่าทดแทนอย่างไรบ้างวิธีการเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ SEO ที่ไว้วางใจได้

เรียกได้ว่า การเลือกบริษัทรับทำ SEO ในปัจจุบัน นอกจากดูที่ราคาค่าใช้จ่ายที่ประหยัดต้นทุนทางธุรกิจของคุณแล้ว ยังต้องดูตัวอย่างผลงานที่ผ่านมา ที่สำคัญ คือ การรับรองผลลัพธ์ ต้องสัมพันธ์กับหลักการความเป็นจริงในการทำ SEO ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกหลอกลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพที่แฝงตัวมา และยังทำให้เว็บไซต์ของคุณไม่เสียโอกาสในการสร้างความเติบโตทางธุรกิจแข่งกับคู่แข่งรายอื่นด้วย