Browse Tag by SEO
แนวทาง SEO อื่นๆ

เปรียบเทียบบทความที่ทำ SEO และไม่ได้ทำ แตกต่างกันอย่างไร ?

เปรียบเทียบบทความที่ทำ SEO และไม่ได้ทำ แตกต่างกันอย่างไร

หากคุณคิดที่จะขายสินค้าหรือบริการสักอย่างหนึ่ง การโฆษณาถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกๆ ที่จะทำให้สินค้าหรือบริการนั้นขายได้ โดยการโฆษณาที่เป็นที่นิยมในโลกออนไลน์ก็คือการทำ SEO เพื่อให้มีคน Search หาเจอได้ง่ายรวมกับเนื้อหาที่น่าสนใจประกอบกับรูปภาพทำให้น่าอ่านมากขึ้น ซึ่งการทำ SEO นี้ จะทำให้บทความนั้นๆ ถูกดันขึ้นให้ไปอยู่ในหน้าแรกๆของ Search Engine ดังๆอย่าง GOOGLE ได้ และคำตอบต่อมาคือ แล้วถ้าเราไม่ทำ SEO ล่ะ เราจะขายสินค้าได้หรือไม่ ? เพียงแค่ลงขายของอย่างเดียวได้หรือไม่ ? เรามาหาคำตอบในบทความนี้กัน

ข้อแตกต่างระหว่างบทความที่ทำ SEO และไม่ได้ทำ

เพิ่มโอกาสที่คนจะเห็นมากขึ้น การทำ SEO จะช่วยเพิ่มโอกาสที่จะทำให้มีคนเห็น Content นั้นๆมากขึ้น โดยจะสามารถค้นหาได้ง่ายจากการใส่ Keyword ที่มีการค้นหามากที่สุดลงไป ถือเป็นการโฆษณาง่ายๆ แต่ได้ผลที่ดีวิธีหนึ่ง แต่สำหรับบทความที่ไม่ได้ทำ SEO การค้นหาให้เจอเป็นเรื่องยาก เพราะไม่มีคำ Keyword ที่มีการค้นหา เนื่องจากการเขียนบทความทั่วไปก็จะเขียนโดยยึดสิ่งที่เราจะเขียนเป็นหลัก ไม่ได้ยึดจากสิ่งที่คนอื่นต้องการจะเห็น

ทำการตลาดได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย หากเราทำ SEO โดยการเพิ่ม Keyword ลงไปในบทความนั้นๆ จะทำให้การ Search หาเป็นเรื่องง่าย กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการก็จะหาเจอ ทำให้เรานำเสนอสินค้าหรือบริการได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมายที่เราวางไว้ และยังทำให้ Website ของเรามีคนเห็นคนรู้จักมากยิ่งขึ้นด้วย แต่ถ้าไม่ทำ SEO เมื่อกลุ่มเป้าหมาย Search หาสินค้าหรือบริการต่างๆ ก็อาจจะไม่เจอบทความของเราเลยก็ได้

ขยายฐานลูกค้าได้ การทำ SEO เป็นตัวช่วยในการเพิ่มฐานลูกค้าหน้าใหม่และรักษาฐานลูกค้าเก่าๆ ให้คงอยู่อย่างเหนียวแน่น ด้วย Content ดีๆ ทำให้ลูกค้าหรือผู้อ่านจะติดตาม Website ของเรา เพราะ Content เหล่านั้นเป็นประโยชน์ต่อลูกค้านั่นเอง

ได้เปรียบคู่แข่งทางธุรกิจ สืบเนื่องจากข้อที่แล้ว หากเรามีการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราได้เปรียบคู่แข่ง ไม่ใช่เพียงแต่ในประเทศไทยท่านั้น หากมีความรู้ทางด้านภาษาด้วยแล้ว การจะทำให้คนทั่วโลกได้เห็นสินค้าหรือบริการของเราก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ข้อแตกต่างระหว่างบทความที่ทำ SEO และไม่ได้ทำ

ลงทุนน้อย ได้ผลมาก การทำบทความ SEO ลงทุนน้อยมากเมื่อเทียบกับการโฆษณาอื่น แต่ได้ผลตอบแทนอย่างมหาศาล เพราะหากเราสามารถสร้าง Content ดีๆ ให้คนติดตามมากๆ และขึ้นไปอยู่ในหน้าแรกของ Search Engine ดังๆ อย่าง GOOGLE ได้แล้ว จะทำให้มีคนเห็นเยอะมาก โดยที่เราไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาเลย

ดังนั้นหากเราต้องการที่จะทำการตลาดออนไลน์ SEO ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเราจะสามารถเจาะตลาดได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้เปรียบกว่าการตลาดแบบไม่ทำ SEO มาก เพราะแบบไม่ทำ SEO นี้กลุ่มเป้าหมายจะไม่เห็นในสิ่งที่เราต้องการจะนำเสนอ หรือเห็นในจำนวนน้อย

แนวทาง SEO อื่นๆ

ก่อนเขียนบทความ SEO มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง

ก่อนเขียนบทความ SEO มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคที่ทำให้เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ถูกจัดในอันดับที่ดีขึ้น จากการสืบค้นด้วย Search Engine ไม่ว่าจะเป็น Google หรือ Yahoo ซึ่งเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน ซึ่งการทำบทความ SEO ที่มีคุณภาพควรทำความรู้จักประเภทและองค์ประกอบที่สำคัญ ดังนี้

บทความ SEO ในเว็บไซต์ แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

1. บทความที่เป็นเรื่องสาระทั่วไป ความรู้

บทความประเภทนี้ ผู้เขียนควรจะเลือก Keyword ที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เน้นคุณภาพ ความถูกต้องของเนื้อหาเป็นหลักเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถมาอ่านหรือค้นคว้าข้อมูลจากเว็บไซต์ได้อยู่เรื่อย ๆ

ถ้ายิ่งสามารถขยายกลุ่มลูกค้าเพิ่มจำนวน Traffic การเข้ามาอ่านบทความ SEO ในเว็บไซต์ได้บ่อย ๆ แล้ว รวมถึงมีการเขียนบทความและนำมาแสดงบนเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ ก็จะยิ่งทำให้ผลการวิเคราะห์จากระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ หรือ AI ได้ลำดับการนำเสนอบนหน้าต่างการสืบค้นที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการเขียนบทความ SEO แบบนี้ สามารถทำการสืบค้นคีย์เวิร์ดเพื่อนำไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับเขียนบทความได้จาก Google keyword Planner และ Google Trend  ซึ่งจะมีการนำเสนอคีย์เวิร์ดใหม่ ๆ ตามการใช้งานของผู้ใช้ Search Engine ทำให้ดึงดูดใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

SEO มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง

2. บทความที่เป็นแนวข่าวการเมือง ดารา หนังละคร แฟชั่น ที่จำเป็นต้องอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงบทความด้านเทคโนโลยีรถยนต์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ เมื่อมีการผลิตสินค้ารุ่นใหม่ ๆ ออกมา ที่จะต้องสามารถเขียนบทความได้อย่างรวดเร็วและรีบนำไปโพสต์บนเว็บไซต์ให้ทันเหตุการณ์ จึงจะสามารถดึงดูดใจให้มีคนมาติดตามอ่านได้ตลอดเวลา

การจะผลิตบทความประเภทนี้ ผู้เขียนจำเป็นต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ทั้งข่าวในต่างประเทศและต่างประเทศ ถ้ามีการหาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างประเทศ ก็จำเป็นต้องมีความรู้ทางการแปลและสรุปเนื้อหาจากภาษาต่างประเทศที่ดีและรวดเร็วด้วย

การทำบทความ SEO นั้น นอกจะต้องพิจารณาเลือก Keyword ที่เหมาะสม แล้วยังต้องรู้ว่าธุรกิจออนไลน์ที่ทำอยู่สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายแบบใด เช่น หากเป็นเว็บไซต์เพื่อการขายโทรศัพท์มือถือก็ควรมีบทความทั้งสองประเภท เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายและให้ความรู้แก่ผู้อ่านไปพร้อม ๆ กัน

นอกจากนี้ลูกค้าที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูล ก็มีการใช้งานผ่านมือถือและเพจต่าง ๆ ที่ต้องการใช้เวลาอ่านบทความแบบสั้น ๆ ด้วย ผู้เขียนบทความจึงต้องเลือกความยาวที่เหมาะสม เพื่อการป้องกันไม่ให้ผู้อ่านบทความรู้สึกเบื่อหรือรู้สึกว่าเนื้อหามากเกินไป จนส่งผลต่อการติดตามเว็บไซต์

บทความ SEO ที่มีคุณภาพ ผู้ทำธุรกิจขายสินค้าในเว็บไซต์สามารถเขียนได้ด้วยตัวเองหรือจะเลือกจ้างบริษัทและนักเขียนบทความ SEO ที่มีความชำนาญก็ได้ เพื่อให้มีผู้ติดตามเว็บไซต์มากขึ้นและทำให้มียอดการขายสินค้าที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

แนวทาง SEO อื่นๆ

ชวนทำความรู้จักกับ SEO สำหรับการตลาดออนไลน์

ชวนทำความรู้จักกับ SEO สำหรับการตลาด

SEO คืออะไร

SEO หรือ search engine optimization เป็นการใช้หน้าต่างสืบค้นบน search engine เช่น Yahoo และ Google ในการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์แบบไม่ต้องใช้เงินโดยการสร้างบทความที่มีคุณภาพ ทำสื่อมัลติมิเดียที่ดึงดูดใจที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และการเชื่อมโยงลิ้งค์จากเว็บไซต์ภายนอก หรือ Backlink

ข้อดีของ SEO ต่อการตลาดออนไลน์

การใช้เสิร์ชเอนจิน (Search engine) ของกลุ่มคนทั่วโลกนั้นมีอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง หากสามารถทำเว็บไซต์ SEO ได้จนมีอันดับในการสืบค้นที่ดี ก็จะทำให้มีโอกาสขายได้มากกว่าสินค้าแบรนด์คู่แข่ง และทำให้มีลูกค้าติดตามในระยะยาวมากขึ้นด้วย

องค์ประกอบของ SEO

องค์ประกอบที่สำคัญของเว็บไซต์ SEO คือ

1. keyword

keyword ที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะใช้ในการสืบค้นนั้น ผู้จะทำเว็บไซต์ SEO ควรศึกษาจาก Google search หรือระบบโปรแกรมวิเคราะห์อื่น ๆ เพื่อจะได้นำคีย์เวิร์ดเหล่านั้นมาสร้างบทความและสื่อมัลติมีเดียที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงยิ่งขึ้น

ตัวอย่างเช่น กลุ่มลูกค้าคือผู้ซื้อโทรศัพท์มือถือ ก็มักจะใช้ keyword ว่า โทรศัพท์มือถือ รุ่นใหม่ ปี 2019 เป็นต้น ในบทความของเว็บไซต์ SEO ก็ควรจะมี keyword เหล่านี้อยู่

2. มีการอัพเดทข้อมูล

บทความและคลิปประกอบ ต้องมีความทันสมัยของเนื้อหา ให้สาระประโยชน์ที่ดีเพียงพอแก่ผู้อ่าน จึงจะทำให้ search engine ประเมินอันดับในการสืบค้นสูงขึ้น

ซึ่งระบบ algorithm ของ Yahoo และ Google เป็นระบบเฉพาะตัวที่มีความซับซ้อน และวัดคุณภาพบทความและองค์ประกอบของเว็บไซต์ด้วยการสะสมข้อมูลที่มากเพียงพอ

3. การทำ Backlink

นอกจากการพัฒนาบทความและเนื้อหาที่ทันสมัยแล้ว และยังมีในส่วนของการทำเทคนิค เช่น การเชื่อมโยงลิงค์จากภายนอกที่ต้องมีคุณภาพสูงด้วยเช่นกัน หากนิยมซื้อลิงค์ที่เน้นการโฆษณาเพียงอย่างเดียว จะส่งผลเสียมากกว่าผลดีต่ออันดับ

4. ต้องใช้ได้ทั้งมือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

เว็บไซต์ SEO ควรใช้งานง่ายทั้งทางโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เพราะคนส่วนใหญ่พกมือถือสืบค้นข้อมูลตลอดเวลา จะทำให้มียอดการขายที่สูงขึ้นอย่างสม่ำเสมอได้ การปรับที่โครงสร้างและระบบเทคนิคเชื่อมโยงข้อมูลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

การจ้างบริษัททำเว็บไซต์ SEO

การจ้างบริษัททำ SEO จึงเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน รวมถึงการจ้างนักเขียนในการเขียน Content ที่มีคุณภาพ เพื่อให้เจ้าของธุรกิจออนไลน์มีเวลาไปทำงานด้านบริหารหรือส่วนอื่น ๆ ที่จำเป็นและถนัดกว่า ซึ่งสามารถขอดูข้อมูลและแพคเก็จจากบริษัทเหล่านี้เพื่อเปรียบเทียบความสามารถและราคาได้โดยตรง

การทำ SEO จะช่วยให้การทำการตลาดออนไลน์ของธุรกิจนั้นง่ายยิ่งขึ้น และสามารถประสบความสำเร็จ บรรลุเป้าหมายทั้งการขายและยอดลูกค้าที่ดีที่มากขึ้นในระยะยาวได้ นักธุรกิจออนไลน์ทุกคนจึงไม่ควรมองข้ามการทำ SEO ให้เว็บไซต์โดยเด็ดขาด

ชวนทำความรู้จักกับ SEO สำหรับการตลาดออนไลน์

แนวทาง SEO อื่นๆ

อยากให้เว็บไซต์ติดอันดับควรจ้างทำ SEO หรือไม่

อยากให้เว็บไซต์ติดอันดับจ้างทำ SEO หรือไม่

การทำเว็บไซต์เพื่อขายสินค้าออนไลน์ในยุคดิจิตอล 2019 จำเป็นต้องมีการแข่งขันสูงกับคู่แข่งทางการตลาดทั่วโลกในสินค้าประเภทเดียวกัน ดังนั้นการทำ SEO (search engine optimization) เพื่อให้เว็บไซต์ขึ้นสู่ตำแหน่งต้น ๆ ในการสืบค้น จึงเป็นที่คาดหวังผลสูง ดังที่มีการวิเคราะห์สถิติพบว่าชื่อแบรนด์ที่ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งจะมียอดขายเป็นเท่าตัวเมื่อเปรียบเทียบกับตำแหน่งรองลงไป

ปัจจุบัน จึงมีบริษัทรับทำ SEO ให้แก่เว็บไซต์ทั้งไทยและต่างประเทศจำนวนมาก มารองรับความต้องการในประเด็นนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่ามีความจำเป็นต้องจ้างบริษัทภายนอกทำหรือไม่ เจ้าของแบรนด์สามารถทำได้ดีกว่าไหมเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจ ในวันนี้เราจึงรวบรวมความแตกต่างมาให้ทุกท่านเปรียบเทียบกัน ดังนี้

อยากให้เว็บไซต์ติดอันดับควรจ้างทำ SEO หรือไม่

การทำ SEO ด้วยตัวเอง

ข้อดีของการทำเว็บไซต์ให้เป็น SEO ด้วยตัวเอง จะทำให้สามารถประหยัดต้นทุนทางธุรกิจ และทำให้เจ้าของเว็บไซต์มีความรู้เชิงลึกควบคู่กับการฝึกฝนทักษะและเทคนิคที่ต่อยอดได้อย่างไม่จำกัด ซึ่งจำเป็นในการหวังผลระยะยาวที่การติดอันดับเว็บไซต์ในระบบการสืบค้นของ yahoo google ต้องไม่มีช่วงพักในการทำ SEO โดยเด็ดขาด

แต่หากเจ้าของบริษัทไม่มีเวลาในการเรียนรู้เรื่อง SEO และจำเป็นต้องดูแลเรื่องอื่น ๆ ในบริษัทมากกว่า (อาจใช้เวลายาวนานถึงครึ่งปีในการหัดทำ SEO ตั้งแต่ขั้นเริ่มต้น) ก็ต้องประเมินว่าการเสียเงินจ้างบริษัทที่มีทีมงานที่ชำนาญตั้งแต่ต้นและต่อเนื่องเป็นสัญญารายปีจะมีความคุ้มค่ามากกว่าหรือไม่

การจ้างบริษัทภายนอกทำ SEO ให้เว็บไซต์

ข้อดีที่ชัดเจนของการจ้างทำ SEO กับบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญ คือ การย่นระยะเวลาในการเริ่มต้น โดยหากเป็นประเภทธุรกิจที่มีอัตราการแข่งขันเชิงธุรกิจไม่สูงมากนัก ก็จะใช้เวลา ราวสองเดือน จะเห็นอันดับการสืบค้นที่ดีขึ้นได้ ซึ่งในช่วงเวลานั้นเจ้าของเว็บไซต์สามารถบริหารเวลาไปทำประโยชน์ด้านอื่น ๆ ได้อีกมาก

แต่ในด้านของข้อเสีย คือการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนหลักพันบาทขึ้นไป เพื่อให้ทีมงานบริษัทที่จ้างมีการพัฒนาเว็บไซต์ให้สอดคล้องตามแนวทางใหม่ ๆ ในการวิเคราะห์ของ algorithm ของ search engine อยู่ตลอดทุกวัน

อยากให้เว็บไซต์ติดอันดับควรจ้างทำ SEO

การทำ SEO ให้แก่เว็บไซต์จึงต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าตามเงื่อนไขของบริษัท หากเป็นกิจการที่มีเงินทุนน้อย หรืออยากเรียนรู้ในทุกกระบวนการด้วยตัวเอง ก็สามารถทำ SEO เองได้ แต่หากตัดสินใจจะจ้างบริษัทภายนอกทำ ขอแนะนำให้เลือกบริษัทที่มีคุณภาพสูง มีการผลิต content ที่มีคีย์เวิร์ด SEO ที่ทันสมัย มีการนำคลิปและภาพภ่ายที่สอดคล้องกับ theme ของแบรนด์ ที่ต้องมีการพูดคุยกันเชิงลึกอย่างละเอียดตั้งแต่ต้น จะทำให้การลงทุนจ้างบริษัทเหล่านี้มีความคุ้มค่ายิ่งขึ้น

แนวทาง SEO อื่นๆ

ทำอย่างไร เว็บไซต์ SEO ถึงจะดังติดตลาด

ทำอย่างไร เว็บไซต์ SEO ถึงจะดังติดตลาด

เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์เป็นช่องทางจำหน่ายกระจายและประชาสัมพันธ์ทางหลักของธุรกิจยุคใหม่ การทำเว็บไซต์ SEO ให้ติดตลาดประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีเทคนิคที่อยู่บนหลักการที่ถูกต้องตามเกณฑ์ของระบบสืบค้น หรือ search engine ด้วย ซึ่งจะมีอะไรบ้างมาดูพร้อมกันเลย

เว็บไซต์ SEO ถึงจะดังติดตลาด

1. ทำโครงสร้างของเว็บไซต์ให้มีทั้งส่วน ON-PAGE และOff-page SEO ครบถ้วน ทั้งส่วนหัวข้อ (title) คีย์เวิร์ด เนื้อหา การเชื่อมโยง backlink ที่มีคุณภาพ ผ่านการวิเคราะห์และตรวจสอบจากระบบอัลกอริทึมและ software เฉพาะของ search engine อย่าง PANDA และRank Brain เพื่อให้ก้าวสู่อันดับ top 5 top 10 ในการสืบค้น

2. การเพิ่มทักษะด้านภาษาในการนำเสนอเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยเน้นที่การสร้างความเป็นกันเอง อ่านง่าย มีข้อมูลที่เป็นกลางและเชิงเปรียบเทียบอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งปัจจุบัน มีการวิจัยพบว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มค้นหาข้อมูลในเชิงเปรียบเทียบเพื่อเลือกซื้อสินค้าและบริการมากขึ้น

ดังเห็นได้จากแอพพลิเคชั่นและเว็บไซต์เพื่อการเปรียบเทียบราคาของที่พักตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ หากในเว็บไซต์มีเนื้อหา SEO ที่ตอบโจทย์เหล่านี้ ก็เชื่อได้ว่าจะดังติดตลาดในไม่ช้าอย่างแน่นอน

3. การให้ความสำคัญกับทักษะด้านการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล ในเว็บไซต์ที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงหรือองค์กรขนาดใหญ่ จำเป็นต้องมีการทำงานเป็นทีม ทักษะในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี หรือการมีมนุษยสัมพันธ์เพื่อประสานงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

การจัดสรรเวลาและประสานงานระหว่างฝ่าย เช่น งานด้าน content งานประชาสัมพันธ์ งานด้านเทคนิคและพัฒนา software ฯลฯ ต้องทำงานสอดประสานด้วยความสามัคคีและมุ่งเป้าไปในทิศทางเดียวกัน จึงจะช่วยลดความขัดแย้งและทำให้การผลิตผลงานสู่หน้าเว็บไซต์บรรลุเป้าหมายได้ตามแผนอย่างรวดเร็ว

4. การทำเว็บไซต์ SEO ต้องไม่หยุดที่การนำเสนอบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคส่วนใหญ่เน้นการซื้อขายที่สะดวกผ่านหน้าจอมือถือที่พกกันติดตัวในแทบทุกที่จนเหมือนเป็นอวัยวะชิ้นหนึ่งของร่างกาย แม้จะทำ content SEO ที่ดีเพียงใด แต่หากไม่สอดคล้องกับการใช้งานผ่านมือถือ ก็เป็นไปได้ยากที่จะประสบความสำเร็จติดตลาดทั้งส่วนชื่อเสียงและยอดขาย

5. การระมัดระวังเรื่องโฆษณาที่มากเกินไปหรือเป็นการรบกวนสายตาผู้อ่าน เป็นสิ่งที่ห้ามมองข้ามเลยทีเดียว เนื่องจากระบบการสืบค้นมีการตรวจจับและถึงแม้จะหลุดรอดสายตาของโปรแกรม software ของ search engine ไปได้ แต่ย่อมส่งผลต่อความประทับใจและการกลับมาใช้งานซ้ำของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างแน่นอน

ทำอย่างไร SEO ถึงจะดังติดตลาด

จะเห็นได้ว่า การทำเว็บไซต์ SEO ให้ดังติดตลาด นอกจากต้องมีเนื้อหาที่มีคุณภาพแล้ว ยังต้องใส่ใจในองค์ประกอบอื่น ๆ ไม่ต่างจากการทำบริษัทแบบห้างร้าน offline ทั่วไป ยิ่งไปกว่านั้น ยังต้องเพิ่มความฉับไวและมีความพร้อมในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ความนิยมของลูกค้าอยู่เสมอ เว็บไซต์จึงจะเป็นที่นิยมยาวนานในกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย

แนวทาง SEO อื่นๆ

7 สิ่งเกี่ยวกับ SEO ที่ธุรกิจออนไลน์ห้ามพลาด

7 สิ่งเกี่ยวกับ SEO ที่ธุรกิจออนไลน์ห้ามพลาด

SEO เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการทำธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบัน เนื่องจากระบบการสืบค้นหรือ algorithm ของ search engine ที่อยู่ในความนิยมของคนทั่วโลกนั้น อิงตามดาต้าที่โหลดผ่านอินเตอร์เน็ต ดังนั้นการนำเสนอข้อมูลใหม่ ๆ และการปรับปรุงเว็บไซต์ที่มีมานานให้เข้าสู่ฐานข้อมูลที่ทรงประสิทธิภาพในการเพิ่มยอดขายและขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจึงต้องอาศัยหลักของ SEO นั่นเอง และนี่คือกลยุทธ์ SEO ที่คุณต้องรู้หากจะปรับปรุงเว็บไซต์ของคุณให้เข้าสู่ตลาดการแข่งขันออนไลน์ในปี 2018

SEO ที่ธุรกิจออนไลน์ห้ามพลาด

1. เลือกคีย์เวิร์ดที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งต้องมาจากการวิจัยคีย์เวิร์ดอย่างเป็นระบบด้วยโปรแกรมที่สามารถดาวน์โหลดได้ (อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการอัพเกรด) เพื่อให้คีย์เวิร์ดมีความเป็นปัจจุบันสอดคล้องกับความต้องการของตลาดออนไลน์อยู่เสมอ

2. การทำ SEO ไม่ใช่สิ่งที่จะหยุดนิ่งได้ เพราะโลกออนไลน์หมุนตามความต้องการของผู้คนตลอดเวลา การทำ SEO ก็เช่นเดียวกัน มีองค์ประกอบหลายส่วนทั้ง off-page และ on-page ที่ต้องปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เว็บไซต์เลื่อนอันดับในการค้นหาเป็น top5 อยู่เสมอ

3. เป้าหมายของ SEO ไม่ใช่การขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของการคีย์จาก search engine ตลอดเวลา เพราะระบบวิเคราะห์ดาต้าที่มีความซับซ้อนเชิงเทคนิค ดังนั้นการดูผลลัพธ์จากยอดการเข้าชมเว็บไซต์ การแชร์ข้อมูลและยอดจำหน่ายสินค้าและบริการจึงเป็นรูปธรรมที่ต้องสนใจมากกว่าอันดับต้นสุดของเพจค้นหา

7 สิ่งเกี่ยวกับ SEO

4. การใส่คีย์เวิร์ดที่ดีในลิงค์เชื่อมโยงระหว่างหน้าเพจและรูปภาพ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ทำ SEO ต้องให้ความสนใจ ในแต่ละหน้าเพจควรใส่คีย์เวิร์ดไม่มากเกินไป และไม่ควรใช้ภาษาไทยในการตั้งชื่อลิ้งค์เพื่อลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดในการเชื่อมโยงดาต้า

5. การทำ SEO อย่างเดียว ยังไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด การเลือก hosting ที่มีการดูแล server อย่างดีและมีการแก้ไขปัญหาเชิงเทคนิคอย่างมืออาชีพ จะช่วยลด error ในการสืบค้นได้ เช่น การเปิดหน้าเว็บเพจไม่ขึ้น การโหลดข้อมูลช้า ซึ่งสัมพันธ์กับความประทับใจของลูกค้าธุรกิจและจะส่งผลต่อยอดขายอย่างแน่นอน

6. เนื้อหาส่วน meta description ที่เป็นการสรุปภาพรวมเนื้อหาของเว็บไซต์แบบสั้น ๆ ไม่เกินร้อยคำ เป็นส่วนที่ต้องมีคีย์เวิร์ด SEO แทรกอยู่อย่างเหมาะสมและต้องสอดคล้องกับเนื้อหาเสมอ

7 สิ่งเกี่ยวกับ SEO ที่ธุรกิจออนไลน์

7. ต้องเช็ค status ลิ้งค์ต่าง ๆ ให้มีความเป็นปัจจุบัน ไม่ปล่อยให้ลิ้งค์ SEO หมดอายุ เพราะจะส่งผลต่อคุณภาพการประเมินเว็บไซต์และทำให้อันดับในการสืบค้นจาก search engine ตกลงด้วย

เชื่อมั่นว่า หากนักธุรกิจออนไลน์ยุคใหม่ได้ศึกษา SEO และลงมือเรียนรู้ผ่านประสบการณ์อย่างเพียงพอ จะช่วยให้มองเห็นจุดบกพร่องและจัดการกับองค์ประกอบแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ทั้งด้าน hosting และส่วนโครงสร้างของเว็บไซต์ และทำให้ธุรกิจรุดหน้าต่อไปได้อย่างสวยงาม

แนวทาง SEO อื่นๆ

รู้จักลูกค้า สร้างเนื้อหาและทำ SEO ได้ตรงใจ

เนื้อหาเว็บ ในสายตาของลูกค้า

คนที่ทำธุรกิจส่วนตัวหรือค้าขายเข้าใจดีกว่าการแข่งขันรุนแรงทำให้เราต้องทำความเข้าใจลูกค้ามากขึ้น ลูกค้าเป้าหมายของเราคือใคร เมื่อรู้ว่าเราต้องการขายสินค้าให้ลูกค้ากลุ่มไหนแล้ว การทำ SEO โดยใช้คีย์เวิร์ดใส่ในบทความให้ลูกค้าอ่านหรือค้นหาเชื่อมโยงจากกูเกิลจะกลายเป็นเรื่องง่ายและสามารถเอาชนะใจลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น พยายามคิดในมุมมองของลูกค้าว่ามีความต้องการอย่างไร สินค้าและบริการของเราตอบโจทย์ความต้องการได้ดีพอหรือยัง ถ้าคำตอบคือไม่ คุณต้องพร้อมเสนอทางเลือกใหม่ๆ อีกหลายแง่มุมจนกว่าลูกค้าจะได้ตัวเลือกที่พอใจที่สุด

1. สร้างความประทับใจให้ลูกค้า

เพราะลูกค้าแต่ละกลุ่มมีความพึงพอใจแตกต่างกัน เราต้องดูว่าจะใช้วิธีการทำ SEO ในบทความอย่างไรถึงจะดึงดูดความสนใจได้ดี เช่น เลือกคีย์เวิร์ดแบบเฉพาะเจาะจงเพื่อดึงลูกค้าเข้ามาหาข้อมูลได้ตรงจุด เนื้อหาบทความไม่ยาวเกินไป มีทั้งสาระความรู้ ถ้อยคำสละสลวยอ่านแล้วเพลิดเพลิน ให้ข้อมูลที่มีประโยชน์กับผู้อ่าน รู้สึกว่าอ่านแล้วคุ้มค่า โดยไม่จำเป็นต้องเสนอขายสินค้าในทุกบทความ แต่สร้างความประทับใจเพิ่มโอกาสการทำยอดขายให้สูงขึ้นได้

2. เนื้อหาสร้างสรรค์น่าสนใจ

ดูความเหมาะสมของบทความทั้งเรื่องลีลาการเขียน เนื้อหาที่หลากหลาย สะกดคำถูกต้องทำให้บทความขาดความน่าเชื่อถือ เว้นระยะสวยงาม ใส่รูปภาพประกอบด้วย หรือการทำกราฟิกเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจและเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้ผู้อ่านพอใจและแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การโปรโมทสินค้าออนไลน์เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายและเป็นที่รู้จักกระจายออกไปในวงกว้าง

Content

3. ดูการตอบสนองจากลูกค้า

การใช้งานอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียต่างๆ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการติดตามการสนองตอบของลูกค้าง่ายและสะดวกรวดเร็ว สามารถวางแผนรองรับได้ดีขึ้น ปรับปรุงเนื้อหาสร้างความแปลกใหม่และค้นหาสิ่งที่ลูกค้าสนใจต้องการจะอ่านมาส่งเสริมโอกาสการขาย ช่วยวางกลยุทธ์การตลาดแม่นยำมากขึ้น

4. อัพเดทคีย์เวิร์ดให้ลูกค้าเข้าถึงง่าย

ธุรกิจการค้าแทบทุกประเภทก้าวเข้าสู่โลกออนไลน์ การทำเว็บไซต์จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการโปรโมทสินค้าและตามเทรนด์ใหม่ๆ ให้ทัน พยายามติดตามศัพท์คีย์เวิร์ดใหม่ๆ ที่ใช้กันในยุคปัจจุบัน หรือถ้อยคำที่ลูกค้าเชื่อมโยงเข้าเว็บของเราได้ง่าย ขณะเดียวกันก็เป็นคีย์เวิร์ดที่เข้าถึงลูกค้าจำนวนมากขึ้น โดยประเมินจากกระแสสังคมและความต้องการของตลาด จากที่เคยใช้คีย์เวิร์ด “รองเท้ากีฬา” เปลี่ยนมาเป็น “รองเท้ากีฬา มือหนึ่ง ราคาถูก” ครอบคลุมความต้องการลูกค้าซึ่งเป็นเป้าหมายของเราโดยตรง

การทำ SEO เพื่อเข้าถึงลูกค้าจำนวนมาก ดึงดูดเข้ามาเยี่ยมชมและติดตามอย่างสม่ำเสมอ นับเป็นอีกวิธีที่ช่วยปรับอันดับการค้นหาในกูเกิลให้อยู่ในหน้าแรกๆ ซึ่งหมายความว่าสินค้าและบริการของเราต้องตอบโจทย์ลูกค้าได้ดี ส่วนบทความจะให้ข้อมูลความรู้ที่มีประโยชน์และตรงความต้องการ หากมีองค์ประกอบเหล่านี้ครบถ้วน รับประกันความมีประสิทธิภาพซึ่งจะส่งเสริมการตัดสินใจซื้อของลูกค้าให้เร็วขึ้นได้

แนวทาง SEO อื่นๆ

เหตุผลทำไมคุณควร Outsource เพื่อ SEO

DIY SEO

การศึกษาล่าสุดที่ออกมาต้นปี 2018 โดย ได้เปิดเผยว่ามีเพียง 3% ของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการจ้างงานหรือหน่วยงานภายนอกเพื่อทำตลาดสำหรับธุรกิจของตน ผู้เขียนรายงานสรุปได้ว่าธุรกิจขนาดเล็กและท้องถิ่นกำลังได้รับผลที่น่าผิดหวังและผลตอบแทนจากการลงทุนของพวกเขาต่ำลง เพราะการมองข้ามและพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับ SEO เจ้าของธุรกิจจำนวนมากไม่เห็นความสำคัญของ SEO โดยเฉพาะธุรกิจท้องถิ่นหรือที่เรียกว่า Local Business ทั้งที่ความสำคัญนั้นมีอยู่มากมาย และการจ้างผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งจำเป็น

SEO เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและสิ่งที่ได้ผลในวันนี้อาจไม่ได้ผลในวันพรุ่งนี้ กลยุทธ์การจัดอันดับเว็บไซต์ล่าสุด หรือวิธีชนะการอัปเดตล่าสุดของ Google หรืออัลกอริทึมการค้นหาของ Bing เว็บไซต์ไหนที่จัดการ SEO ที่ทำมาไม่ดีอาจเป็นอันตรายมากกว่าจะเป็นการช่วยให้อันดันดีขึ้น ความพยายามที่ผิดพลาดของคนที่ไม่มี ความรู้จริงเป็นอันรายต่อเครื่องมือค้นหาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Google ซึ่งเป็นที่รู้จักในการลงโทษเว็บไซต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องผลการค้นหาหรือใช้กลยุทธ์สแปมที่ออกแบบมาเพื่อจัดการเว็บไซต์ที่ผิดกฎ

ลงมือทำอันดับเว็บ ด้วยตัวเอง

การเลือกเส้นทางแบบ DIY หรือการทำ SEO ด้วยตัวเอง

มันช่วยให้คุณมีทักษะที่ดีก็จริง แต่ต้องไม่ลืมว่า สิ่งที่ทำในวันนี้มันอาจใช้ไม่ได้ในวันพรุ่งนี้ นั่นหมายถึงคุณต้องใช้เวลาเรียนรู้เกมการเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์มากกว่าการทำธุรกิจของตัวเองอยู่เรื่อยๆ เพื่อรับกลยุทธ์ใหม่ๆที่มาพร้อมกับการจัดอันดับเว็บไซต์หรือวิธีการเพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ ทั้งที่ความจริงควรต้องมุ่งเน้นธุรกิจคือการพัฒนาสินค้าหรือบริการของตัวเองเป็นอันดับแรก ไม่ใช่เรื่องอื่น การมองข้ามการทำ SEO เพื่อธุรกิจเพราะคิดว่าเป็นเพียงธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลางเท่านั้น และมีลูกค้าประจำอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องนี้ แต่ความจริงแล้วนี่คือยุคที่ทุกธุรกิจจะต้องแข่งขันกันอย่างดุเดือด มันไม่ใช่แค่การมีลูกค้าเก่าเท่านั้น แต่ยังต้องเพิ่มลูกค้าใหม่ด้วยเพื่อรักษาธุรกิจให้อยู่รอดได้

การจ้างงานหรือ Outsource เพื่อทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณนั้นเป็นการเพิ่มมุมมองจากคนภายนอก ที่ไม่ได้ถูกล้อมกรอบเอาไว้ด้วยแนวคิดหรือวิธีการทำงานใดๆ บางทีเขาจะมีมุมมองที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณได้มากกว่าที่เจ้าของธุรกิจจะนึกถึง และนี่คือประโยชน์ที่จะได้รับจากการที่จ้างงานจากคนภายนอก (Outsource) สำหรับการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ที่เป็นธุรกิจในท้องถิ่นซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้ามแล้วปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ หากว่าคุณต้องการเอาชนะคู่แข่งที่อยู่รอบๆตัวให้ได้