Browse Tag by การทำ SEO
SEO ทั่วไป, แนวทาง SEO อื่นๆ

การทำ SEO ให้เพจใน Facebook สำคัญอย่างไร

Facebook App On The Apple Iphone Display And Desktop Version Of

ผู้ที่เปิดเพจใน Facebook เพื่อขายสินค้าล้วนต้องการมียอดขายสูงขึ้นควบคู่กับเพิ่มแฟนเพจมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะแสดงถึงความมั่นคงทางธุรกิจและมีอำนาจในการแข่งขันกับแบรนด์อื่นๆ

การทำ SEO หรือ search engine optimization ให้ค้นหาชื่อ Facebook ให้ถูกเจอได้ง่ายขึ้นทั้งใน Facebook และบน Google ใน SERP หรือ search engine results page จะเป็นผลดีให้บรรลุความต้องการที่กล่าวมา ซึ่งผู้มีเพจใน Facebook ควรใส่ใจในด้านต่าง ๆ ดังนี้

1. การตั้งชื่อเพจใน Facebook

ควรจะใช้ keyword ที่เป็นคำสำคัญในการสืบค้นหลัก เช่นเดียวกับที่ใช้ใน Google เพื่อการสืบค้นเจอง่ายที่สุด โดยควรใส่ชื่อแบรนด์สินค้าหรือร้านค้าของคุณลงไปด้วย เพื่อสร้างความจดจำในระยะยาว เช่น เสื้อผ้ามือสอง+น้องเมย์ รองเท้ากีฬา+Nike+เชียงใหม่

ซึ่งมีการวิเคราะห์พบว่า ร้านค้าที่ใช้คำสำคัญที่ยาวและจำเพาะมากขึ้นหรือที่เรียกว่า long tail niche keyword จะทำให้มีสัดส่วนของการขายสินค้าได้มากกว่าการใช้คีย์เวิร์ดแบบสั้น

2. การใส่ข้อมูลต่างๆ ในช่องที่ Facebook ให้กรอก

ควรใส่ข้อมูลให้ครบถ้วนในช่อง About ที่ให้ใส่ข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้าและสินค้าที่จำหน่าย เหมาะกับกลุ่มลูกค้าประเภทใด ตำแหน่งที่ตั้ง เช่น ชื่อถนน จังหวัด เวลาเปิดปิดทำการ ฯลฯ

ข้อมูลในช่อง About เทียบได้กับส่วน Meta Description ของการทำบทความในเว็บไซต์ออนไลน์ ที่ต้องมีการใส่ keyword SEO ลงไปด้วย จะทำให้ผู้อ่านได้เข้าใจ ถึงวัตถุประสงค์ในการเปิด Facebook ของคุณที่ชัดเจน และทำให้มีอันดับ SEO ในการสืบค้นที่ดีขึ้นตามมา

3. การอัปเดตข้อมูลใน Facebook อย่างเหมาะสม

ควรศึกษาช่วงเวลาที่มีคนใช้ Facebook มากที่สุดในแต่ละวัน โดยหาจากข้อมูลสถิติที่นักการตลาดมืออาชีพทำการวิเคราะห์ ว่ากลุ่มเป้าหมายของสินค้าคุณสืบค้นข้อมูลช่วงเวลาใดบ่อยที่สุด ก็ควรเน้นการโพสต์ประชาสัมพันธ์สินค้า ทั้งรูปภาพและบทความที่มีความยาวเหมาะสม 100-200 คำในช่วงเวลานั้น

การเลือกช่วงเวลาที่ดีและใส่ใจคุณภาพของสิ่งที่โพสต์เป็นประจำ ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของเพจ และช่วยเพิ่มค่าสถิติ เช่น ค่า reach engagement ต่างๆ ที่จะทำให้อันดับ SEO สูงขึ้นตามไปด้วย

การทำ SEO ให้เพจใน Facebook สำคัญอย่างไร

จะเห็นได้ว่า การทำ SEO ให้แก่เพจใน Facebook เป็นสิ่งที่ต้องศึกษา หากต้องการเพิ่มความเชื่อมั่นในร้านค้า เพิ่มจำนวนลูกค้าประจำและทำให้มียอดขายที่ดีตามมาอย่างต่อเนื่อง

หากคุณยังเป็นมือใหม่ในการเปิดเพจร้านค้าออนไลน์ สามารถหา Keyword SEO ที่จะใช้ได้ ผ่านทางการพิมพ์ในช่อง Google search ซึ่งจะปรากฏผลแบบอัตโนมัติให้คุณเลือกได้ หรือดูที่ด้านล่างของคำว่า Search related to ซึ่งจะมีตัวอย่างคำอัตโนมัติขึ้นมา นั่นคือ ผลลัพธ์จากการสืบค้นจริง ๆ ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณ

เราหวังว่า บทความนี้จะทำให้ท่านที่เปิดเพจขายสินค้าใน Facebook เห็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการทำธุรกิจออนไลน์ต่อไป

SEO ทั่วไป

จะทำเว็บไซต์ SEO ควรรู้จัก Plugin อะไรบ้าง

การทำเว็บไซต์ SEO ตามระบบคัดกรองมาตรฐานเว็บไซต์ที่ Google กำหนด เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ทำเว็บไซต์ออนไลน์ต้องเรียนรู้ เพราะผลลัพธ์จากการวิเคราะห์ด้วยระบบ algorithm ของ Google มีผลอย่างมากต่ออันดับการสืบค้น และการปรากฏในหน้าจอสืบค้นของ Google search ซึ่งจะช่วยให้เสริมประสิทธิภาพในการแข่งขันด้านธุรกิจกับเว็บไซต์อื่น ๆ

plugin เสริมการทำ SEO ที่ผู้ทำเว็บไซต์รุ่นใหม่ควรรู้จักมีอยู่หลายชนิด ที่นักการตลาดออนไลน์แนะนำ เพื่อนำไปใช้พัฒนาเว็บไซต์และการทำ SEO ได้อย่างดียิ่งขึ้น ดังนี้

1. Thai Address Autocomplete for WooCommerce

เหมาะกับเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ทุกประเภท เพราะหลังจากที่ลูกค้าพิมพ์ข้อมูลที่อยู่ลงทะเบียนตัวตนหรือที่อยู่จัดส่ง ระบบ plugin จะแสดงคำขึ้นอัตโนมัติ เช่น แขวง เขต จังหวัด รหัสไปรษณีย์ จึงช่วยให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในเว็บไซต์กรอกข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว จึงเสริมความประทับใจในการใช้งานมากยิ่งขึ้น

2. SMS for WooCommerce

เรียกว่าเป็น plugin ที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการซื้อขายสินค้าออนไลน์อย่างมาก โดยระบบ plugin จะช่วยในการส่งข้อความเข้าโทรศัพท์มือถือทุกครั้ง ที่มีการสั่งซื้อสินค้าและชำระเงินเรียบร้อย รวมถึงบอกสถานะในการจัดส่งสินค้า พร้อม tracking number หรือตัวเลขในการจัดส่งเพื่อให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบเส้นทางการส่งสินค้าได้ตลอดเวลา

3. Seed Social

นับว่าเป็น plugin ที่ช่วยในการส่งต่อข้อมูลประชาสัมพันธ์เว็บไซต์หรือลิงค์เชื่อมโยงไปยังสื่อโซเชียลที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใช้งาน เช่น Facebook Twitter และ LINE จึงเท่ากับประหยัดเวลาในการโพสต์ข้อมูลของเจ้าของเว็บไซต์ SEO และยังเพิ่ม Traffic หรือจำนวนการเข้าชมในเว็บไซต์ได้ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการเพิ่มอันดับ SEO ด้วย

4. W3 Total Cache

เป็นระบบสำรองข้อมูล Cash ให้กับเว็บไซต์ ช่วยลดภาระในการทำงานของ server ลง โดยรวมจะทำให้เว็บไซต์ทำงานได้ดี ประหยัดทรัพยากรในระบบคอมพิวเตอร์ และทำให้ดาวน์โหลดข้อมูลด้วยความเร็วสูงขึ้น

5. Yoast SEO

เป็น plugin สำคัญที่ไม่ควรพลาด เพราะสามารถช่วยในการวิเคราะห์บทความ SEO การเลือก keyword ที่เหมาะสม ตลอดจนช่วยในการตั้งหัวเรื่อง (Title) และส่วนสรุปย่อ (Meta Description) ที่มีความเหมาะสม โดยระบบจะแสดงผลการวิเคราะห์เป็นแถบสีแดงเขียว และมีตัวอักษรแสดงรายละเอียดให้ทราบว่าควรพัฒนาที่ตำแหน่งใดบ้างที่จะทำให้อันดับ SEO ดีขึ้นได้

6. iThemes Security

การป้องกันการโจรกรรมข้อมูลจาก bot หรือ malware เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่ง plugin ถูกออกแบบมาให้เว็บไซต์ SEO ของคุณปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ทั้งข้อมูลของสินค้า บริการ และข้อมูลของลูกค้าแต่ละราย ซึ่งหากถูกโจรกรรมไปจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการแข่งขันทางการตลาดอย่างมาก

จะเห็นได้ว่า plugin ที่แนะนำข้างต้น เป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์แก่การทำเว็บไซต์ SEO ทั้งด้านความปลอดภัยของข้อมูล ความเชื่อมั่นของลูกค้า ตลอดจนการใช้ทรัพยากรของเครื่องที่เหมาะสมยิ่งขึ้น หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการทำให้นักพัฒนาเว็บไซต์ SEO ดาวน์โหลดเพื่อใช้งานและเรียนรู้ต่อยอดในเชิงลึกกันต่อไป

plugin เสริมการทำ SEO ที่ผู้ทำเว็บไซต์รุ่นใหม่

SEO ทั่วไป

ทำไมการทำ SEO ทำให้คุณเข้าถึงลูกค้าต่างประเทศได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

ทำไมการทำ SEO ทำให้คุณเข้าถึงลูกค้าต่างประเทศได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคการตลาดที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากช่วยให้คุณเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ทั่วโลกตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ผู้ที่เพิ่งเข้ามาทำธุรกิจออนไลน์ใหม่จำนวนไม่น้อย อาจสงสัยว่าการทำ SEO เข้าถึงลูกค้าต่างประเทศได้อย่างไร โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ แม้แต่บาทเดียว

เรามีข้อเท็จจริงที่ได้รวบรวมมาฝากกันไว้ที่นี่ ดังนี้

การทำ SEO ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ On-Page SEO และ Off-Page SEO

1. On-Page SEO

หมายถึง การปรับปรุงในส่วนโครงสร้างพื้นฐานเว็บไซต์ให้ใช้งานได้ง่าย เป็นมิตรกับการใช้งานบนมือถือ หรือที่เรียกว่า Mobile Friendly มีการใช้ Keyword SEO ที่ผ่านการวิจัยจาก Search Engine อย่าง Yahoo, Bing และ Google ตรงกับการสืบค้นของกลุ่มเป้าหมาย จะทำให้การเขียนบทความมีคุณภาพและสื่อสารตรงกับลูกค้าที่คุณต้องการมากยิ่งขึ้น ซึ่งการทำบทความ SEO เป็นภาษาต่างประเทศ เช่นภาษาจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ภาษาอังกฤษ ฯลฯ ล้วนแต่จะทำให้คุณเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายที่ใช้ภาษาต่างประเทศได้ โดยการเชื่อมโยงด้วยระบบอินเทอร์เน็ต ที่มีการสืบค้นจาก Keyword SEO ที่คุณใช้ในเพจ จึงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์แต่อย่างใด

2. Off-Page SEO

หมายถึง การเชื่อมโยงเว็บไซต์ของคุณเข้าสู่เว็บไซต์ภายนอก ซึ่งอาจจะเป็นห้องแชทสนทนา เช่น Pantip หรือเว็บบอร์ดต่าง ๆ ที่มีชาวต่างชาติพูดคุยกัน

ตัวอย่างเช่น คุณขายผ้าปูที่นอนกันไรฝุ่น ก็ควรสมัครเข้าเป็นสมาชิกในกลุ่มสนทนาเกี่ยวกับสุขภาพ โดยเฉพาะผู้มีปัญหาเป็นโรคภูมิแพ้ หรือกลุ่มแม่และเด็ก กลุ่มผู้สูงอายุ ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงของโรคภูมิแพ้ไรฝุ่น (ซึ่งควรเป็นกลุ่มชาวต่างชาติที่สนทนาภาษาต่างประเทศเป็นหลักด้วย) เมื่อคุณสามารถให้ข้อมูลที่น่าสนใจและเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการใช้ผ้าปูที่นอนกันไรฝุ่น อธิบายถึงสรรพคุณในการช่วยลดปัญหาโรคภูมิแพ้ได้ ก็จะมีผู้สนใจสอบถามข้อมูลจากคุณเพิ่มขึ้น คุณก็สามารถให้ลิงก์เพื่อให้สมาชิกในห้องแชทเหล่านั้นเข้ามาที่เว็บไซต์ของคุณ แล้วก็จะเกิดการขายสินค้าในเว็บไซต์ธุรกิจคุณตามมานั่นเอง (แนะนำให้คุณทำบทความ SEO เป็นภาษาต่างประเทศไว้รองรับการทำ Off-Page SEO เสมอ)

วิธีที่กล่าวมา เรียกว่าการทำ Backlink ซึ่งเป็นเทคนิคที่จะไม่ถูกโดนแบนจากกลุ่มสนทนาหรือห้องแชทใด ๆ และก็เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี แสดงความจริงใจ และทำให้แบรนด์ของคุณเข้าสู่ความเป็นสากล หรือโกอินเตอร์ได้อย่างแน่นอน

การทำ SEO ตามหลักเกณฑ์ที่ Search Engine กำหนดใน 2 ส่วนที่กล่าวมา ไม่ได้ใช้เงินในการลงโฆษณาหรือต้องมีการเดินทางไปต่างประเทศแต่อย่างใด เพียงแต่มีการทำข้อมูลในเว็บไซต์ให้รองรับกลุ่มผู้ใช้งานในภาษาต่างประเทศได้ อัปเดตข้อมูลสม่ำเสมอ ควบคู่กับบริการที่ดี ก็จะทำให้ขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มชาวต่างชาติได้อย่างแน่นอน

การทำ SEO ประกอบด้วย 2 ส่วน

SEO ทั่วไป

ทำไมจึงควรจ้างบริษัทที่มีประสบการณ์ทำ SEO ให้เว็บไซต์คุณ

การแข่งขันทางธุรกิจในปัจจุบันมีคู่แข่งจำนวนมาก โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจผันผวน การช่วงชิงจังหวะในการเพิ่มรายได้และขยายฐานลูกค้าให้มากที่สุดเป็นสิ่งสำคัญ หากอยากขายสินค้าบนโลกออนไลน์ให้ได้มาก จึงจำเป็นต้องจ้างบริษัทที่มีประสบการณ์ทำเว็บไซต์ SEO ที่มีคุณภาพ เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้ได้อย่างรวดเร็ว

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะสามารถทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากขึ้น โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดให้แก่ Search Engine

ในการจ้างทำเว็บไซต์การทำ SEO นั้น นักธุรกิจที่เป็นเจ้าของแบรนด์ควรทราบว่าประกอบด้วย 2 ส่วน คือ

1. On-Page SEO เป็นการจัดการโครงสร้างของเว็บไซต์ ให้มีความสวยงามและดูเป็นมืออาชีพ มีการจัดหมวดหมู่ของสินค้าและบริการ เช่น การตอบคำถามข้อสงสัย เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายคลิกใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ทั้งบนหน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ ทั้งต้องมีการออกแบบโลโก้ ตัวอักษร ธีมสีประจำเว็บไซต์ เพื่อให้เกิดการจดจำได้ง่ายและติดตลาดอย่างรวดเร็วด้วย

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว การผลิตบทความ SEO ที่มีคุณภาพโดยการใส่ Keyword หลักและรองที่ผ่านการวิจัยแล้วว่าสอดคล้องกับการค้นหาจริงใน Search Engine ก็มีความสำคัญ จะทำให้เพิ่มโอกาสในการสืบค้นได้มากขึ้น เนื่องจากระบบ AI อัจฉริยะจะวิเคราะห์และประมวลคุณภาพของบทความในแต่ละเพจ เพื่อนำมาสู่การจัดอันดับ SEO นั่นเอง

2. Off-Page SEO เป็นการสร้างลิงก์ เพื่อเชื่อมโยงเว็บไซต์ทางธุรกิจของคุณกับช่องทางการสื่อสารภายนอก ไม่ว่าจะในห้องแชทบนโลกโซเชียล ใน Facebook หรือ Pantip ที่คุณสามารถไปแสดงความคิดเห็นและโพสต์ลิงก์เพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้ามาหาข้อมูลจากเว็บไซต์ทางธุรกิจของคุณได้ เช่น คุณทำเว็บไซต์ขายรถยนต์มือสอง ควรสอนวิธีการดูรถมือสองไม่ให้ถูกหลอก จะทำให้ผู้ที่กำลังหาซื้อรถสนใจและเข้ามาสอบถามหรือใช้บริการจากเว็บไซต์คุณมากขึ้น ซึ่งวิธีการนี้เรียกว่า การทำ Backlink เป็นเทคนิคที่นิยมทั้งในไทยและต่างประเทศ จะช่วยให้ขยายฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

การทำ SEO ทั้งสองส่วนที่กล่าวมา จะทำให้มีการเพิ่มจำนวนผู้ที่คลิกเข้ามาชมในเว็บไซต์คุณ หรือเรียกว่าเพิ่มค่า CTR ร่วมกับการเพิ่ม Traffic ของผู้คนที่เข้ามาใช้บริการเว็บไซต์คุณ ก็จะทำให้มีอันดับ SEO ที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามมา

จะเห็นได้ว่า การทำ SEO ให้ได้ผลเร็ว ต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์อย่างสูง หากต้องการบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจทั้งยอดขายและจำนวนลูกค้า ควรเลือกบริษัทที่มีคุณภาพในการทำ SEO ให้ได้ผลตามเป้าหมาย เพื่อให้มั่นใจว่าแม้จะเป็นเว็บไซต์น้องใหม่ที่เพิ่งสร้างมาไม่นาน ก็สามารถติดตลาดแข่งกับเว็บไซต์ที่ก่อตั้งมานานได้

การจ้างทำเว็บไซต์การทำ SEO

SEO ทั่วไป

การทำ SEO แบบใดที่ล้าสมัยไปแล้ว

การทำ SEO แบบใดที่ล้าสมัยไปแล้ว

แฟชั่นยังมีการตกยุค SEO ย่อมต้องมีรูปแบบที่ล้าสมัย ยิ่งปัจจุบันการแข่งขันด้านนี้มีแนวโน้มสูงขึ้น หลากหลายสินค้า และบริการจึงมีการคิดค้นการโปรโมทที่แตกต่าง ให้มีความน่าสนใจมากขึ้น มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น รวมไปถึงเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด มาตรวจสอบดูว่า SEO ที่คุณกำลังทำอยู่ ล้าสมัยไปแล้วหรือยัง

1.การแลกลิงก์โดยเนื้อหาไม่เชื่อมโยงกัน

วิธีนี้กลายเป็นสิ่งที่ล้าสมัยไปแล้ว การสร้างพันธมิตรด้วยการมี Backlink เป็นสิ่งดี แต่เนื้อหาของคุณกับอีกเว็บไม่ต้องสอดคล้องกัน ป่วยการที่จะทำให้ผู้บริโภคคลิกลิงก์เข้ามาชมเว็บของคุณ เพราะสิ่งที่สนใจกับสิ่งที่คุณแนะนำมันเป็นคนละอย่างกันโดยสิ้นเชิง

2.การอัด Keyword แน่นเกินไป

การอัด Keyword แน่นจนไม่คำนึงถึงเนื้อหา อาจทำให้ SEO ของคุณติดอันดับในช่วงแรก แต่เชื่อหรือไม่ว่า นอกจากจะทำให้ผู้บริโภครู้สึกเบื่อหน่ายที่ต้องมาพบเจอคำซ้ำซากในบทความของคุณแล้ว คุณยังเสี่ยงที่จะถูกแบนจาก Google ได้ทุกเวลา

3.เปิดดูในมือถือไม่ได้

นี่คือยุคแห่งสมาร์ทโฟน การติดตามข่าวสารสามารถทำได้เพียงกดสมาร์ทโฟน ฉะนั้นหากเว็บของคุณดูได้เฉพาะในคอมพิวเตอร์ก็คงทำให้เสียประโยชน์จากกลุ่มผู้บริโภคที่ดูผ่านโทรศัพท์

4.คอมเมนต์แล้วแทรกลิงก์

ในยุคที่โซเชียลมีเดียเริ่มเข้ามามีอิทธิพลใหม่ ๆ วิธีการดังกล่าวเป็นที่นิยมอย่างมาก และทำได้ง่ายเพียงเข้าไปคอมเมนต์ใต้บทความอื่น ๆ แล้วแทรกลิงก์ของตนเองลงไปให้คนกดเข้ามาอ่านมาติดตาม ซึ่งบางทีสิ่งที่คอมเมนต์กับเนื้อหาในลิงก์เป็นคนละเรื่อง ปัจจุบันจึงมองว่าวิธีการแบบนี้เป็นแนวคิดที่ล้าสมัย และกลายเป็น สแปมที่น่ารำคาญ

5.ใช้ Keyword ซ้ำ

การใช้ Keyword ที่ซ้ำกับคนอื่น ยากที่จะทำให้เว็บของคุณถูกดันขึ้นมาอยู่ในอันดับต้น ๆ แน่นอนว่าผู้ที่ใช้ Keyword เดียวกับคุณ และทำการโปรโมทก่อน ย่อมได้เปรียบ

6.การจ่ายเงินให้ติดอันดับ

เป็นทางลัดที่หลายคนนิยม แต่หากเนื้อหาในเว็บของคุณไม่เป็นที่นิยมของผู้บริโภค อันดับของคุณก็จะค่อยๆลดลงไป หากคุณสร้างเว็บที่มีคุณภาพก็จะถูกจัดไว้ในอันดับต้น ๆ และไม่ต้องกลัวที่จะร่วงลงมา

7.ทำตามตำรา

ความเชื่อนี้ล้าสมัยไปแล้ว แน่นอนว่าคนที่ทำ SEO ย่อมต้องศึกษาตำรามาเช่นเดียวกับคุณ มีความเข้าใจแบบเดียวกัน รูปแบบที่ทำออกมาคงไม่ต่างกันนัก การลองผิดลองถูก ลองคิดแหวกแนวจากตำราต่างหากจะเป็นการสร้างเอกลักษณ์ให้แก่ตัวคุณเอง

หากคุณยังคงมีพฤติกรรมดังตัวอย่างข้างต้น คงยากที่จะทำให้การจัดอันดับของคุณถูกดันขึ้นมา ถ้าตอนนี้อันดับของคุณอยู่ในจุดที่พอใจแล้ว ก็อย่าหยุดนิ่งในการพัฒนา อย่าหยุดที่จะศึกษาหาความรู้ และควรเปิดใจยอมรับการเปลี่ยนแปลง

มาตรวจสอบดูว่า SEO ที่คุณกำลังทำอยู่ ล้าสมัยไปแล้วหรือยัง

SEO ทั่วไป

ข้อดีของการจ้างบริษัทที่เชี่ยวชาญการทำ SEO

ข้อดีของการจ้างบริษัทที่เชี่ยวชาญการทำ SEO

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการมือใหม่ไม่ควรมองข้าม เพราะการโฆษณาทำให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลสินค้าและบริการง่ายและรวดเร็ว ขณะที่การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เพื่อปรับปรุงการจัดอันดับผลการค้นหาก็มีความสำคัญเช่นกัน สร้างแรงผลักดันให้ธุรกิจเติบโตแซงหน้าคู่แข่งได้สำเร็จ เจ้าของธุรกิจล้วนต้องการทำ SEO เพื่อการโฆษณาเพิ่มจำนวนผู้ชมบนหน้าเว็บ ทำให้ติดอันดับหน้าแรก ๆ ของเครื่องมือค้นหา เพราะถ้าเว็บของเราขึ้นอันดับมาก่อนย่อมมีโอกาสขายได้มากกว่าคู่แข่ง

ทั้งนี้ กลยุทธ์ปรับแต่งเว็บอย่างเป็นธรรมชาตินั้นอาจยุ่งยากกว่าที่คิด และสื่อการตลาดออนไลน์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ต้องการทักษะระดับมืออาชีพมาทำ SEO ซึ่งจะได้รับประโยชน์มากมาย เริ่มจากโครงสร้างเว็บเป็นระเบียบ ค้นหาง่าย อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ คัดเลือกคำหลักที่เฉพาะเจาะจงและปรับเปลี่ยนคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมเป็นประจำ

สิ่งที่คาดหวังได้จากการจ้างบริษัทรับทำ SEO มีดังนี้

ช่วยให้เจ้าของแบรนด์วางกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบ ผู้เชี่ยวชาญจะตรวจสอบหน้าเว็บอย่างทั่วถึง ดูว่าต้องปรับแก้ไขอย่างไรบ้าง โดยมากบริษัทรับทำ SEO จะเสนอบริการตรวจสอบฟรี มีข้อแนะนำว่าควรจัดการปัญหาแบบไหน และเสนอบริการแก้ไขให้เว็บติดอันดับการแสดงผลการค้นที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

วิจัยคำหลักทั้งหมดเพื่อเลือก Keywords ดีที่สุดนำมาใช้ในบทความ มีเครื่องมือฟรีในการวิจัยคำหลักให้ใช้ได้ แต่ถ้าลงทุนจ้างผู้เชี่ยวชาญจะมั่นใจได้ว่ามีการเปลี่ยนคีย์เวิร์ดเพื่อให้ตรงกับการค้นหาของลูกค้าเป้าหมายและกระแสนิยมในขณะนั้น ตำแหน่งของคีย์เวิร์ดต้องเหมาะสม โดยเฉพาะย่อหน้าแรก และกระจายไปในเนื้อหาไม่มากกว่า 2-5 คำต่อบทความ

การสร้างเส้นทางเชื่อมโยงเว็บไซต์อื่น ๆ เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำ SEO ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนก่อนแล้ว การทำ Backlink ย้อนกลับมายังเว็บไซต์ของเรามากเกินไปจะถูกลงโทษในฐานะสแปม ต้องมั่นใจว่าลิงก์กับเว็บที่มีคุณภาพแท้จริงและมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกัน ผู้เชี่ยวชาญจะรู้วิธีใช้ประโยชน์จากลิงค์ขาเข้าและส่งต่อคอนเทนต์ไปยังโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การจัดอันดับที่สูงขึ้นใน Googleสิ่งที่คาดหวังได้จากการจ้างบริษัทรับทำ SEO

การลงทุนจ้างนักเขียนคุณภาพดีเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ SEO เพื่อที่จะใส่คีย์เวิร์ดลงในเนื้อหาที่อ่านเข้าใจได้ง่าย เป็นคอนเทนต์ที่สร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ได้ในระยะยาว แต่เว็บไซต์ควรปรับปรุงเนื้อหาบทความให้สดใหม่เสมอ ทำให้คนติดตามอ่านได้ไม่ซ้ำซาก นักเขียนมืออาชีพจะทำการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาที่จำเป็น รวมไปถึงปรับคีย์เวิร์ดให้ทันสมัย อ่านแล้วไม่รู้สึกสะดุด โดยคำนึงถึงแนวโน้มปัจจุบันและสนองตอบความต้องการของผู้บริโภคได้มากที่สุด

การลงทุนจ้างบริษัทรับทำ SEO ช่วยประหยัดเงินและลดความยุ่งยากในระยะยาว เพราะโลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เจ้าของธุรกิจควรเต็มใจที่จะพัฒนาตัวเองไม่ให้หยุดอยู่กับที่ การทำตลาดออนไลน์ส่งผลบวกช่วยให้ผู้ค้นหาคลิกหน้าเว็บไซต์เข้ามาอ่านข้อมูลมากขึ้น ติดอันดับการแสดงผลการค้นที่ดีขึ้น และก้าวนำหน้าคู่แข่งอย่างแน่นอน

SEO ทั่วไป

เนื้อหาคอนเทนต์แบบไหนมีผลต่อการเลื่อนอันดับ SEO

เนื้อหาคอนเทนต์แบบไหนมีผลต่อการเลื่อนอันดับ SEO

ปัจจุบันการวางแผนการตลาดออนไลน์เป็นที่นิยมด้วยความคาดหวังว่าจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายดีที่สุด หลายธุรกิจลงทุนจ้างผู้เชี่ยวชาญการทำ SEO ช่วยโปรโมทธุรกิจให้โดนใจและตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณการโฆษณามากเหมือนกับสื่อโฆษณายุคเก่า โดยใช้ทุกช่องทางที่มี ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียรูปแบบต่าง ๆ ให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ผลตอบแทนกลับไม่ตรงกับความต้องการ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องกลับมาปรับปรุงเนื้อหาของคอนเทนต์และพิจารณาเลือกช่องทางการโปรโมทที่ตอบโจทย์ความพอใจของลูกค้ามากที่สุดและได้รับผลลัพธ์การจัดอันดับใน Google ดีขึ้น

1.สิ่งแรกที่สำคัญคือเนื้อหาคอนเทนต์ แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจะลงทุนในกระบวนการสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพโดดเด่น เขียนข้อมูลของธุรกิจครบถ้วน น่าอ่าน และตอบโจทย์สิ่งที่ลูกค้าสนใจอยากรู้ นอกจากจะนำเสนอข้อมูลตรงกับความต้องการของลูกค้าแล้ว ควรอัปเดตเนื้อหาใหม่ที่น่าสนใจเป็นประจำเพื่อเพิ่มโอกาสขายต่อเนื่องให้กับลูกค้ากลุ่มเดิม และเรียกความสนใจจากลูกค้า เพิ่มโอกาสขายให้กับกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่เคยซื้อหรือใช้บริการมาก่อน

2.การเขียนคอนเทนต์เป็นประจำ ทำให้เกิดความอิ่มตัวของเนื้อหา ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายคนมองข้าม จำเป็นต้องขยันหาความรู้ใหม่ ๆ ติดตามเทรนด์ใหม่ หรือข่าวสารน่าสนใจที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ ทำให้บทความในเว็บไซต์อยู่ในความสนใจของกลุ่มลูกค้าตลอดเวลาและอยากติดตามต่อ นอกจากนี้สามารถใช้วิธีการลิงก์กับบทความของบล็อกเกอร์ในเว็บไซต์อื่น ๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของเนื้อหา ขณะเดียวกันยังเกิดประโยชน์ในการสร้าง Backlink กับเว็บไซต์ภายนอกย้อนกลับมาที่เว็บไซต์ของคุณด้วย ควรใช้อย่างพอดีและเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกันเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาถูกมองว่าเป็นสแปมทำให้เว็บไซต์ตกอันดับในการทำ SEO

3.กระบวนการสร้างเนื้อหาต้องคำนึงถึงคุณภาพมากขึ้น จะใช้วิธีปรับแต่งเนื้อหาและเว็บให้เหมาะกับการค้นหาของเสิร์จเอ็นจิ้นด้วยการเขียนคอนเทนต์ธรรมดา แทรกคีย์เวิร์ด และเพิ่มรูป 1-2 รูปจะไม่มีประสิทธิภาพอีกต่อไป เห็นได้จากอันดับการค้นหาที่ค่อย ๆ ตกต่ำลงไปทุกวัน อาจเกิดจากการโดน Google ลงโทษที่โพสต์ข้อมูลซ้ำ ๆ หรือคัดเลือกเนื้อหาและรูปจากเว็บอื่น ๆ เป็นผลจากการไม่อัปเดตเว็บไซต์เป็นเวลานาน หรือใส่รูปภาพมากเกินไปส่งผลให้เว็บโหลดช้า เป็นต้นสิ่งที่ควรทำเพื่อผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพและเพิ่มอันดับ SEO

สิ่งที่ควรทำเพื่อผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพและเพิ่มอันดับ SEO มีดังนี้

– การวิจัยคำหลักที่เกี่ยวข้อง
– เลือกพาดหัวน่าสนใจและตรงกับเนื้อหา
– กำหนดรูปแบบเนื้อหาบทความ รูปภาพและวิดีโออย่างเหมาะสม
– ปรับปรุงเนื้อหามีคุณภาพและทันสมัย
– แก้ไขและพิสูจน์อักษร
– เผยแพร่เนื้อหาเชื่อมโยงกับโซเชียลมีเดีย
– สร้าง Backlink กับเว็บไซต์ที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ

4.อัปเดตคอนเทนต์ถูกจังหวะเวลา การโพสต์เนื้อหาคอนเทนต์ควรใส่ใจกับจังหวะเวลาที่เหมาะสม โดยประเมินพฤติกรรมของลูกค้าเป้าหมายว่าสนใจอ่านบทความเวลาไหนมากที่สุด เช่น ระหว่างเดินทางจากบ้านและที่ทำงานในตอนเช้าและตอนเย็น เวลาช่วงพักกลางวันหรือช่วงกลางคืนก่อนนอน สามารถตั้งเวลาโพสต์บทความผ่านโซเชียลมีเดียได้ทุกเวลา เพื่อให้มั่นใจได้ว่าโปรโมทธุรกิจเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายดึงดูดให้เข้าชมเว็บไซต์มากขึ้น พร้อมกับได้เลื่อนอันดับในหน้าผลการค้นหาสูงขึ้นด้วย

SEO Keywords หมวดพนัน

เทคนิคการเขียนเนื้อหาเพื่อทำ SEO ภายในเว็บไซต์

การมีเว็บไซต์เป็นของตนเองถือเป็นช่องทางสะดวกในการขายสินค้าทางออนไลน์ หรือแม้แต่เป็นช่องทางโปรโมทโดยเขียนบทความนำเสนอข้อมูลรายละเอียด เขียนคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ เรื่องราวต่างๆ ที่ช่วยให้เกิดผลดีต่อการทำธุรกิจมากขึ้น เปรียบเทียบได้กับพื้นที่หน้าร้านที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต จำเป็นต้องมีการทำ SEO เพื่อให้เครื่องมือค้นหาอย่าง Google แสดงผลการค้นหาให้ผู้ชมที่มีความสนใจสินค้าเข้าถึงเว็บไซต์และสร้างโอกาสขายเพิ่มขึ้น

สิ่งสำคัญคือคอนเทนต์ในเว็บไซต์ต้องสื่อสารข้อมูลได้ดี งานเขียนมีคุณภาพ ผู้เขียนต้องเข้าใจวิธีการเขียนเนื้อหาเพื่อทำ SEO ภายในเว็บไซต์ว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง อันดับแรกเป็นเรื่อง “คีย์เวิร์ด” เพื่อทำให้บทความนั้นปรากฏในสายตาของผู้ชม เพราะเราใช้คีย์เวิร์ดในการค้นหาสิ่งที่ต้องการในอินเทอร์เน็ต คำหลักต้องเลือกอย่างถูกต้องจึงจะตรงกับใจผู้บริโภค หลายคนคงเข้าใจเรื่องการใส่คำหลักกระจายในบทความแล้ว ถ้าจะให้อธิบายคร่าว ๆ คือต้องใส่ในย่อหน้าแรก ย่อหน้ากลางและย่อหน้าสุดท้าย อย่างน้อย 2-3 คำ ไม่ควรใส่คีย์เวิร์ดมากเกินไปจนอ่านไม่รู้เรื่อง หรือมากผิดปกติจนกลายเป็นสแปม นอกจากนั้นการเลือกคีย์เวิร์ดที่เป็นคำเฉพาะจะเชื่อมโยงเข้าถึงเว็บไซต์และบทความได้ดีกว่า

มากกว่าที่คุณคิดสำหรับการทำ SEO

การทำ SEO ภายในบทความไม่จำกัดเฉพาะใส่คีย์เวิร์ดในเนื้อหาเท่านั้น ยังรวมถึงการใส่คีย์เวิร์ดในการตั้งชื่อเรื่อง ต้องเรียนรู้เทคนิคการเขียนชื่อบทความ (Title) และการเขียนคำอธิบายของเว็บไซต์ (Description) ซึ่งเป็นสิ่งที่ Google นำไปใส่ไว้ในหน้าแสดงผลการค้นหา จึงเป็นส่วนสำคัญต่อการจัดอันดับที่ดี ทำให้มีโอกาสอยู่ในหน้าแรก ๆ ผลลัพธ์ก็คือทำให้ผู้ชมเห็นเว็บไซต์ของเราก่อน และมีโอกาสเข้าเลือกซื้อสินค้าก่อนคู่แข่ง การเขียนชื่อบทความและคำอธิบายเว็บมีหลักง่าย ๆ คือจำกัดตัวอักษรให้เหมาะสมและอย่าลืมใส่คีย์เวิร์ดสำคัญลงไปด้วย สำหรับการเขียนชื่อเรื่องแนะนำให้ใช้ตัวอักษรประมาณ 65 ตัวหรือประมาณ 7-10 คำ ส่วนการเขียนคำอธิบายเกี่ยวกับเว็บไซต์ควรใช้ตัวอักษร 155 ตัว เขียนขาดได้เล็กน้อย แต่ไม่ควรเกินเพราะแสดงผลได้ไม่ครบทั้งหมด

ความรู้เรื่องเกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์พื้นฐานและการทำ SEO อ่านได้ในเว็บไซต์ทั่วไป ไม่ได้เป็นความลับสุดยอด โดยเฉพาะเรื่องการใช้คีย์เวิร์ด ควรสอดแทรกด้วยคีย์เวิร์ดในทุกช่องทางทั้งการตั้งชื่อของบทความ การตั้งชื่อไฟล์ คำอธิบายรูปภาพและการใส่คีย์เวิร์ดในชื่อวิดีโอ ซึ่งจะมีผลดีต่อการทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาเว็บได้รวดเร็วขึ้น ทุกวิธีต้องทำอย่างถูกต้องด้วย การใช้คีย์เวิร์ดปรากฏบนหน้าเว็บไซต์มากเกินไปทำให้ผู้ใช้มีปัญหาในการอ่านข้อมูล เรื่องที่ดูเหมือนง่ายอาจจะไม่ง่ายนักหากขาดความพอดี ลองใช้คีย์เวิร์ดที่คิดว่าเหมาะสมก่อน ถ้าผลลัพธ์ไม่มีประสิทธิภาพ ต้องปรับเปลี่ยนใช้คำอื่น ๆ หรือเพิ่มคำขยายที่อาจให้ผลการค้นหารวดเร็วและตรงกับความต้องการมากกว่า พยายามอ่านคำแนะนำที่เป็นประโยชน์อยู่เสมอเพื่อให้การสร้างเนื้อหาคอนเทนต์และการทำ SEO เกิดประโยชน์กับเว็บไซต์มากยิ่งขึ้น

มากกว่าที่คุณคิดสำหรับการทำ SEO