Browse Category by แนวทาง SEO อื่นๆ
แนวทาง SEO อื่นๆ

7 ข้อที่คุณต้องรู้ว่าทำไม SEO ถึงให้ผลดีในระยะยาว

7 ข้อที่คุณต้องรู้ว่าทำไม SEO ถึงให้ผลดีในระยะยาว

อย่างที่เรารู้กันดีว่าการทำ SEO อาจดูเหมือนเป็นเรื่องยากและไกลเกินเอื้อม บางครั้งอาจเป็นสิ่งที่หลายแบรนด์มองข้ามไปเลย แต่รู้ไหมว่าการทำ SEO นั้นเป็นเหมือนการปลูกต้นไม้ที่นับวันยิ่งให้ผลผลิตเป็นมูลค่าของแบรนด์ที่ไม่สามารถวัดราคาได้เลย ดังนั้นคุณจึงต้องรู้ว่า SEO ให้ผลดีในระยะยาวแก่ธุรกิจของคุณได้อย่างไรบ้าง

1. ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

ข้อแรกที่เรารู้กันดีก็คือเมื่อไหร่ที่เว็บไซต์ของคุณติดหน้าแรก ๆ แล้ว คุณก็ไม่มีความจำเป็นต้องลงโฆษณาแบบ SEM ให้เสียเงินเพื่อให้เว็บไซต์ขึ้นไปอยู่หน้าแรกอีกเลย

2. แม้เวลาจะผ่านไปทรัพย์สินของแบรนด์ยังคงอยู่

หากเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณมีคุณค่า การเวลาจะไม่สามารถทำให้มูลค่าแบรนด์ที่คุณสร้างมาจากการทำ SEO เสื่อมไปได้เลย เพราะเนื้อหาเหล่านี้ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาอย่างหนึ่งที่แบรนด์ถือเอาไว้

3. ลูกค้าจะจดจำคุณได้หลังจากการสร้างแบรนด์ด้วยการทำ SEO

นั่นเป็นเพราะการทำ SEO เป็นการผสมผสานความรู้ที่มอบให้กับลูกค้ากับตัวตนของแบรนด์เข้าไป จึงทำให้คนติดตามจากการเป็นแฟนกลายมาเป็นลูกค้าของแบรนด์ได้

4. คุณสามารถใช้ data ที่ได้จากการทำ SEO ไปพัฒนาในอนาคตได้

ถูกต้องแล้วล่ะ! Data ที่คุณได้มามันมีค่ามากกว่าที่คิด เพราะมันสามารถนำไปวิเคราะห์และสร้างกลยุทธ์เพื่อพิชิตใจลูกค้าให้มากขึ้นได้

5. ช่วยเพิ่มมูลค่าของแบรนด์ในระยะยาว

การเขียนบทความและสร้างเนื้อหาไปเรื่อย ๆ ไม่เพียงแค่ช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับเว็บไซต์เท่านั้น แต่การมี traffic และ data เก็บไว้วิเคราะห์เพื่อพัฒนาแบรนด์ต่อไปนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ SEO จะมอบให้คุณได้ในระยะยาว

6. เว็บไซต์ของคุณจะมีความแข็งแรงมากกว่าคู่แข่ง

ลองคิดดูสิว่าหากคุณเริ่มทำ SEO ในวันนี้ ค่อย ๆ ให้เว็บไซต์มี traffic เข้ามาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นที่รู้จักแล้ว เว็บไซต์ของคุณย่อมมีความแข็งแรงและติดอันดับอยู่บนหน้าแรก ๆ ได้ง่ายกว่าเว็บไซต์ที่เพิ่งเริ่มต้น

7. แบรนด์จะขายสินค้าและบริการได้ง่ายกว่า

เหตุผลคือการที่คุณสร้างการเป็นที่รู้จักไปเรื่อย ๆ พร้อมกับการให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้าและบริการแก่ลูกค้านั้น จะทำให้ลูกค้าไว้วางใจคุณมากกว่าแบรนด์ที่ไม่เคยให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่พวกเขาเลยนั่นเอง

เมื่อรู้แบบนี้แล้วก็รอให้เวลาผ่านไปไม่ได้แล้วล่ะ เพราะมีหลายแบรนด์ที่มองเห็นความสำคัญของการทำ SEO อยู่ไม่น้อย และได้เริ่มต้นทำไปก่อนหน้านี้แล้ว นั่นหมายความว่าคนที่ทำมาก่อนก็ย่อมมีโอกาสขึ้นอันดับไปอยู่บนหน้าแรกได้ก่อน หากเว็บไซต์ของคุณไม่มีการทำ SEO มาก่อน ก็ถึงเวลาต้องรีบเร่งเครื่องแล้วล่ะ

แนวทาง SEO อื่นๆ

เคล็ดลับ! ฟื้นธุรกิจเก่าให้กลับมาเฟื่องฟูเหมือนใหม่

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ ส่งผลให้หลายธุรกิจที่ไม่ยอมเปลี่ยนเทคนิคในการโฆษณามียอดขายหรือจำนวนผู้ใช้บริการน้อยลง ในอดีตสื่ออย่างโทรทัศน์, วิทยุ, หนังสือพิมพ์และบอร์ดโฆษณาขนาดใหญ่สามารถสร้างชื่อเสียงให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก แต่ในปัจจุบันผู้คนให้ความสำคัญกับการใช้สื่อโซเชียลมีเดียมากกว่าสื่ออื่น ๆ

การนำความรู้ SEO หรือ Search Engine Optimization มาใช้กับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์เป็นวิธีการใหม่ที่ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์สินค้าหรือบริการให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดย SEO จะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการทำให้แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ขึ้นมาอยู่ในหน้าแรกของ Search Engine อย่าง Google, Bing และ Yahoo เป็นต้น

หลักการทำงานของ SEO เริ่มที่การนำ Keyword ที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจและมีจำนวนคนค้นหาบ่อยมาใช้ในการทำ Content เช่น การเขียนบทความสาระความรู้, การเขียนคำโฆษณา, การทำวีดีโอหรือ Podcast เป็นต้น เคล็ดลับในการทำ SEO มีดังนี้

เคล็ดลับการทำ SEO

ตั้งชื่อบทความด้วย Keyword ชื่อบทความเป็นจุดแรกที่สามารถดึงดูดสายตาของผู้ที่สนใจ โดยการตั้งชื่ออาจเริ่มที่การใช้คำที่น่าสนใจ เช่น เคล็ดลับ, วิธี, How to, สูตรลับ หรือรีวิว เป็นต้น เพราะคำเหล่านี้จะช่วยให้ลูกค้าที่อยากทราบข้อมูลคลิกอ่านข้อมูลในบทความได้ นอกจากนี้การตั้งชื่อบทความด้วยคำถาม จะทำให้สามารถติดอันดับบน Search Engine ได้มากกว่าโดยเฉพาะใน Google เนื่องจาก Google ปรับเทคนิคเกี่ยวกับการทำ SEO ใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

เขียนอธิบายบทความอย่างสั้นด้วย Keyword การเขียนคำอธิบายเกี่ยวกับรายละเอียดภายในบทความสั้น ๆ พร้อมแทรกคีย์เวิร์ดเอาไว้ในประโยค จะช่วยให้ผู้ที่สนใจทราบถึงรายละเอียดของเนื้อหาเบื้องต้น

ตั้งชื่อไฟล์ภาพและรูปภาพด้วย Keyword การทำ SEO ให้กับรูปภาพเป็นสิ่งที่ช่วยให้เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันติดอันดับในส่วนของรูปภาพบน Search Engine ทั้งนี้การจะทำให้รูปภาพติดอันดับบนหน้าแรกได้ ควรเลือกใช้ภาพที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาภายในบทความ ด้วยการทำ SEO รูปภาพสามารถทำได้ง่ายกว่า การนำรูปภาพที่ฟรีที่อนุญาตให้ใช้ทางการค้าได้จากเว็บฟรีลิขสิทธิ์ต่าง ๆ จะช่วยให้เว็บไซต์ไม่ถูกร้องเรียนจากเจ้าของภาพ

เขียนบทความที่มีจำนวนคำมากกว่า 300 คำขึ้นไป โดยภายในบทความควรแทรก Keyword หลักและ Keyword ที่เกี่ยวข้องปริมาณ 1% ของคำทั้งหมด เช่น หากเขียนบทความ 300 คำ ควรมี Keyword หลักและ Keyword ที่เกี่ยวข้องประมาณ 3 คำ เป็นต้น

การนำหลัก SEO พื้นฐานมาใช้ ไม่เพียงแต่จะทำให้ธุรกิจเก่ากลับมาเฟื่องฟูเหมือนใหม่เท่านั้น แต่ยังสามารถดึงดูดกลุ่มเป้าหมายหลักให้เข้ามาได้มากกว่า และใช้เงินน้อยกว่าการโฆษณาแบบอื่น ๆ มาก ดังนั้นการทำ SEO จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำสื่อโฆษณาในยุคปัจจุบัน

เคล็ดลับการทำ SEO

แนวทาง SEO อื่นๆ

เว็บไซต์มีเนื้อหาอยู่แล้วจะปรับอย่างไรให้ได้คะแนน SEO?

ปรับเว็บไซต์ให้ได้คะแนน SEO อย่างไร

การทำ SEO นั้นไม่จำเป็นต้องเริ่มจากหลายเว็บไซต์ที่ไม่มีเนื้อหามาก่อน แต่ในทางตรงข้ามหากเป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาอยู่แล้ว จะทำให้การทำ SEO นั้นง่ายมากขึ้น แต่ถ้าเว็บไซต์ของคุณมีเนื้อหายังไม่มีการจัดการระบบภายในเว็บไซต์ให้ได้ตามหลัก SEO เรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้างที่คุณควรใส่ใจ

ปรับเว็บไซต์ให้ได้คะแนน SEO อย่างไร

ปรับแต่งคีย์เวิร์ดในเนื้อหาที่มีอยู่แล้ว

หากเนื้อหาที่คุณสร้างขึ้นยังไม่มีการกำหนดรูปแบบการวาง คีย์เวิร์ด คุณสามารถเพิ่มคีย์เวิร์ดหรือปรับเปลี่ยนคีย์เวิร์ดภายในเนื้อหาได้ตามความเหมาะสม เพราะมันช่วยให้ bot ค้นหาเว็บไซต์คุณเพื่อใช้แสดงผลบนหน้าจอของ user ได้ แต่ก่อนการปรับเปลี่ยนใด ๆ นั้นควรมีการวางแผนคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมเอาไว้ล่วงหน้า โดยไม่ใช่การปรับเปลี่ยนตามใจชอบของตัวเอง

จัดเว็บไซต์ให้เป็นระบบและมีระเบียบมากขึ้น

เว็บไซต์ที่ดีควรมี category และ menu ที่เป็นระเบียบ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถค้นหาเนื้อหาภายในเว็บไซต์ได้ง่าย ซึ่งไม่เพียงมีประโยชน์ต่อผู้ใช้เท่านั้น แต่มันยังมีผลกับ bot ของ search engine ด้วย

อย่ายุ่งกับ URL ต่าง ๆ ของเนื้อหาดีกว่า

URL แต่ละหน้าของเว็บไซต์เป็นสิ่งที่ bot ของ search engine ใช้ในการวิเคราะห์ตามหาเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณ หากมีการเปลี่ยนแปลง อาจทำให้ bot จดจำ URL นั้นไม่ได้ ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดความยุ่งยากในการเปลี่ยนแปลง URL แล้ว ก็ยังทำให้ปัญหาต่าง ๆ ตามมาทีหลังได้เหมือนกัน เช่น การ error ของ URL หรือ 404 page not found

เช็คประสบการณ์การใช้งานของคนอ่าน

ประสบการณ์ผู้ใช้งานหรือที่เราเรียกว่า user experience นั้นอาจไม่ได้มีผลกับ SEO ทางตรง แต่มันมีผลในลักษณะที่เป็นทางอ้อม เพราะหากเว็บไซต์ของคุณมี user experience ที่แย่ ก็จะทำให้คนเข้ามาในเว็บไซต์ของคุณน้อยลงและไม่อยากกลับเข้ามาในเว็บไซต์ของคุณอีก

เว็บไซต์มีเนื้อหาอยู่แล้วจะปรับอย่างไรให้ได้คะแนน SEO

สร้างเนื้อหาต่อไป

บางคนคิดว่าเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาอยู่แล้วก็เพียงพอต่อการขึ้นอันดับ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าเนื้อหาของเว็บไซต์นั้นเป็นส่วนสำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่งในการทำ SEO การมีเนื้อหาอยู่บนเว็บไซต์อยู่แล้วเป็นสิ่งที่ดี แต่การสร้างเนื้อหาต่อไปเรื่อย ๆ ด้วยกลยุทธ์ SEO จะทำให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับได้ดีขึ้น

เพิ่มความต่อเนื่องการสร้าง link

หากเว็บไซต์ของคุณยังไม่มีการสร้าง internal link และ external link ควรเริ่มต้นทำได้แล้ว เพราะ link ก็มีความสำคัญต่อการทำ SEO เช่นเดียวกัน แต่ถ้าเว็บไซต์ของคุณได้มีการทำ link อยู่แล้ว ก็ควรเพิ่มการสร้างต่อไปให้มีความต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการสร้างสรรค์เนื้อหาที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง

เราจะเห็นว่าการปรับแต่ง SEO บนเว็บไซต์ที่มีเนื้อหามาก่อนนั้น มีทั้งสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ ฉะนั้นเจ้าของเว็บไซต์ที่ดีควรใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ และระมัดระวังการปรับแต่งเนื้อหาด้วย

SEO ทั่วไป, แนวทาง SEO อื่นๆ

ธุรกิจได้อะไรจากการเลือกทำ SEO ให้ถูกหลัก

ธุรกิจได้อะไรจากการเลือกทำ SEO ให้ถูกหลัก

ยุคนี้การทำธุรกิจหรือการขายสินค้าไม่ใช่แค่มีหน้าร้านแล้วจะช่วยให้ได้รับความนิยมอีกต่อไป ด้วยโลกออนไลน์ที่พัฒนาแบบก้าวกระโดด ทุกธุรกิจจึงจำเป็นต้องหันมาหาวิธีในการนำเสนอผ่านช่องทางนี้กันมากขึ้นเรื่อย ๆ บทความ SEO จึงถือเป็นอีกเทคนิคดี ๆ ที่จะช่วยทำให้คุณได้ประโยชน์กลับไปอย่างเต็มที่และคุ้มค่ามากที่สุด บางหน่วยงานยังคิดว่าการทำ SEO ไม่เห็นสำคัญเลยเพราะยังไงถ้าลูกค้าค้นหาก็ต้องเจอเว็บของเราบ้างแน่ ๆ แต่อย่าลืมว่าหากลูกค้าค้นเจอเว็บอื่นก่อน นั่นก็เท่ากับคุณขาดโอกาสทันที และนี่คือสิ่งที่ธุรกิจจะได้รับเมื่อตัดสินใจเลือกทำ SEO อย่างถูกหลัก

สิ่งที่จะได้จากการทำ SEO อย่างถูกหลัก

เพิ่มการเข้าชมของหน้าเว็บไซต์ให้มากขึ้น

เมื่อธุรกิจมีการโฆษณาด้วยช่องทางออนไลน์ การมีจำนวนคนที่เข้าถึงเว็บไซต์คุณได้มากเท่าไหร่ยิ่งเป็นผลดีในอนาคตมากขึ้น อย่างน้อย ๆ ถึงแม้ยังไม่ได้ซื้อตอนนี้แต่ก็มีสิทธิ์เก็บเอาไว้เป็นตัวเลือก หรือแนะนำคนที่กำลังอยากได้สินค้าประเภทนี้ให้เข้ามาเยี่ยมชมนั่นเอง

ได้รับความน่าเชื่อถือและกลายเป็นที่รู้จัก

แม้ว่ากลุ่มเป้าหมายที่เข้ามายังไม่ได้การันตีว่าทุกคนจะเป็นลูกค้าทุกราย แต่ถ้ามีคนเข้าเยอะเท่าไหร่นั่นหมายถึงกลายเป็นการสร้างความรู้จัก ความคุ้นชินให้กับคนที่เข้ามาได้เป็นอย่างดี เกิดความน่าเชื่อถือและน่าจดจำ ทำนองว่าถ้าคิดอยากซื้อสินค้าหรือบริการ ธุรกิจของคุณจะได้รับการนึกถึงเป็นลำดับต้น ๆ

ยอดขายพุ่งขึ้นอย่างน่าชื่นชม

เป็นเรื่องปกติเมื่อลงทุนการโฆษณาประชาสัมพันธ์นำเสนอสิ่งดี ๆ ของธุรกิจไปแล้ว ผลตอบแทนที่ต้องการคือ ผลกำไรจากการซื้อของลูกค้า เท่ากับว่าการใช้ช่องทาง SEO แบบนี้โอกาสที่ยอดขายจะพุ่งสูงขึ้นจากจำนวนคนที่เข้ามาดูมากกว่าปกติ อย่างน้อย ๆ คนที่เข้ามา 100 คน จะมี 1-10 คน คงต้องเป็นลูกค้าในอนาคตแน่ ๆ

ลดต้นทุน ช่วยเซฟเงินได้มากขึ้น

การลงทุนทำ SEO ถือว่าช่วยลดต้นทุนในด้านการโฆษณาออกไปเยอะพอสมควร ใครที่คิดว่าอยากนำเงินทุนของธุรกิจไปทำกับอย่างอื่นเพื่อผลกำไรที่งอกเงยมากกว่านี้ SEO คือ ตัวช่วยที่ใคร ๆ ก็ต้องชอบ เพราะลงทุนนิดหน่อยก็มีโอกาสทำให้ลูกค้ารู้จัก แถมถ้าศึกษาวิธีทำให้ติดอันดับหน้าแรกเอาไว้บ่อย ๆ คราวนี้ก็ไม่ต้องลงโฆษณาอะไรมาก นำเงินทุนไปรวมกับการผลิต พัฒนาสินค้า การจัดการและพัฒนาด้านบุคลากรได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

จะเห็นได้ชัดเจนว่าสมัยนี้ธุรกิจออนไลน์ทุกประเภทต้องใช้สื่อออนไลน์เป็นตัวช่วยในการสร้างช่องทางใหม่ ๆ สำหรับจัดจำหน่ายหรือเพื่อนำเสนอให้คนรู้จักมากขึ้น การนำเอาบทความ SEO เข้ามาช่วย จะทำให้เกิดยอดขายสูงขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งช่วยประหยัดงบประมาณโฆษณาไปได้มากทีเดียว

สิ่งที่จะได้จากการทำ SEO อย่างถูกหลัก

แนวทาง SEO อื่นๆ

SERPs คืออะไร ทำไมอยากขายดีต้องอ่าน

SERPs เป็นหน้าจอการแสดงผลรวมของ Google ที่มีประโยชน์สำหรับทุกคน ทั้งฝ่ายที่กำลังค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการต่าง ๆ ในโลกออนไลน์ผ่าน Google และฝ่ายที่ทำอาชีพค้าขายออนไลน์ ที่เปิดเว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์และรับคำสั่งซื้อสินค้าต่าง ๆ ด้วย SERPs จึงนับเป็นช่องทางหลักของการค้าขายยุคปัจจุบัน ที่ทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายได้รู้จักกันอย่างรวดเร็วและทำให้เกิดการซื้อขายได้ง่ายกว่าสมัยก่อน

มาทำความรู้จัก SERPs

SERPs ย่อมาจาก search engine result pages เป็นหน้าจอที่เกิดจากการค้นหาข้อมูลในช่อง search ของ Google จากผู้ใช้งานทั่วโลก ทั้งภาษาไทยและต่างประเทศ ซึ่งผลที่จะปรากฏออกมาจะเป็นเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่มีการทำบทความนำเสนอเกี่ยวกับสินค้านั้นไว้

ตัวอย่างเช่น ผู้ที่ใช้งาน Google ต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับเสื้อผ้าที่เหมาะกับฤดูใบไม้ผลิในเกาหลี และหากเป็นไปได้ก็ต้องการซื้อเสื้อผ้าจากเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้และมีแบบให้เลือกได้ด้วย ถ้าคุณเปิดร้านเสื้อผ้าแฟชั่นและมีหน้าร้านออนไลน์อยู่ ก็ต้องทำบทความแนว SEO ตามหลัก search engine optimization ของ Google ที่ใช้ keyword ว่า เสื้อผ้า เกาหลี ฤดูใบไม้ผลิ พร้อมกับมีสินค้าที่น่าสนใจให้ลูกค้าได้คลิกชม

การทำตามหลักการของระบบ SEO ที่กล่าวมา จะทำให้ระบบ algorithm ของ Google มาเก็บข้อมูลและนำไปประมวลผล เปรียบเทียบคุณภาพกับเว็บไซต์อื่น ๆ ที่ใช้คำสำคัญเดียวกันนี้

เว็บไซต์ที่ได้อันดับ SEO ดีที่สุด ก็จะถูกนำเสนอขึ้นอยู่บนหน้าจอของ SERPs ในลำดับที่ 1-10 อยู่ระยะหนึ่ง ขึ้นกับคุณภาพ ความนิยม และความตรงประเด็นของแต่ละเว็บไซต์ ซึ่งก็เท่ากับว่า การทำ SEO อย่างมีคุณภาพ โดยใช้คีย์เวิร์ดที่เหมาะสม จะเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและบริการให้แก่เจ้าของธุรกิจได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ สิ่งที่ปรากฏบนอยู่หน้าจอ SERPs ก็คือ ชื่อของเว็บไซต์ URL address ชื่อของบทความ ที่มีการใส่ keyword ตามที่ผู้ใช้งาน Google สืบค้น และรายละเอียดโดยย่อของเนื้อหา หรือส่วน meta description ที่คนทำ บทความ SEO จะต้องเรียนรู้อย่างละเอียด หากใช้ CMS เป็น WordPress ก็มีเครื่องมือช่วยเหลือที่สำคัญ อย่าง Yoast SEO ช่วยให้สามารถตั้งค่าได้ง่ายและรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังมีอีกเทคนิคที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณปรากฏอยู่บนหน้าจอ SERPs หน้าแรกได้ จนเพิ่มยอดขายได้อย่างมากคือการซื้อพื้นที่โฆษณา หรือที่เรียกว่าเทคนิค SEM ย่อมาจาก search engine marketing เป็นเทคนิคที่จะทำให้คุณประหยัดเวลาได้ แต่ต้องเสียเงินให้ Google ในการประมูลพื้นที่โฆษณา โดยต้องชนะการประมูลด้วย keyword นั้น ๆ ให้ได้ โดยจ่ายเป็นรายครั้งของการคลิกให้แก่ Google ด้วย ซึ่งมีข้อดีที่สามารถกำหนดเพดานของวงเงินได้ตามที่สะดวก รวมถึงช่วงเวลาที่ต้องการโฆษณา

การเข้าใจองค์ประกอบของ SERPs และเรียนรู้วิธีการทำ SEO และ SEM คู่กัน จะทำให้คุณสามารถเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและบริการได้มากขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน

SERPs คืออะไร ทำไมอยากขายดีต้องอ่าน

SEO ทั่วไป, แนวทาง SEO อื่นๆ

การทำ SEO ให้เพจใน Facebook สำคัญอย่างไร

Facebook App On The Apple Iphone Display And Desktop Version Of

ผู้ที่เปิดเพจใน Facebook เพื่อขายสินค้าล้วนต้องการมียอดขายสูงขึ้นควบคู่กับเพิ่มแฟนเพจมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะแสดงถึงความมั่นคงทางธุรกิจและมีอำนาจในการแข่งขันกับแบรนด์อื่นๆ

การทำ SEO หรือ search engine optimization ให้ค้นหาชื่อ Facebook ให้ถูกเจอได้ง่ายขึ้นทั้งใน Facebook และบน Google ใน SERP หรือ search engine results page จะเป็นผลดีให้บรรลุความต้องการที่กล่าวมา ซึ่งผู้มีเพจใน Facebook ควรใส่ใจในด้านต่าง ๆ ดังนี้

1. การตั้งชื่อเพจใน Facebook

ควรจะใช้ keyword ที่เป็นคำสำคัญในการสืบค้นหลัก เช่นเดียวกับที่ใช้ใน Google เพื่อการสืบค้นเจอง่ายที่สุด โดยควรใส่ชื่อแบรนด์สินค้าหรือร้านค้าของคุณลงไปด้วย เพื่อสร้างความจดจำในระยะยาว เช่น เสื้อผ้ามือสอง+น้องเมย์ รองเท้ากีฬา+Nike+เชียงใหม่

ซึ่งมีการวิเคราะห์พบว่า ร้านค้าที่ใช้คำสำคัญที่ยาวและจำเพาะมากขึ้นหรือที่เรียกว่า long tail niche keyword จะทำให้มีสัดส่วนของการขายสินค้าได้มากกว่าการใช้คีย์เวิร์ดแบบสั้น

2. การใส่ข้อมูลต่างๆ ในช่องที่ Facebook ให้กรอก

ควรใส่ข้อมูลให้ครบถ้วนในช่อง About ที่ให้ใส่ข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้าและสินค้าที่จำหน่าย เหมาะกับกลุ่มลูกค้าประเภทใด ตำแหน่งที่ตั้ง เช่น ชื่อถนน จังหวัด เวลาเปิดปิดทำการ ฯลฯ

ข้อมูลในช่อง About เทียบได้กับส่วน Meta Description ของการทำบทความในเว็บไซต์ออนไลน์ ที่ต้องมีการใส่ keyword SEO ลงไปด้วย จะทำให้ผู้อ่านได้เข้าใจ ถึงวัตถุประสงค์ในการเปิด Facebook ของคุณที่ชัดเจน และทำให้มีอันดับ SEO ในการสืบค้นที่ดีขึ้นตามมา

3. การอัปเดตข้อมูลใน Facebook อย่างเหมาะสม

ควรศึกษาช่วงเวลาที่มีคนใช้ Facebook มากที่สุดในแต่ละวัน โดยหาจากข้อมูลสถิติที่นักการตลาดมืออาชีพทำการวิเคราะห์ ว่ากลุ่มเป้าหมายของสินค้าคุณสืบค้นข้อมูลช่วงเวลาใดบ่อยที่สุด ก็ควรเน้นการโพสต์ประชาสัมพันธ์สินค้า ทั้งรูปภาพและบทความที่มีความยาวเหมาะสม 100-200 คำในช่วงเวลานั้น

การเลือกช่วงเวลาที่ดีและใส่ใจคุณภาพของสิ่งที่โพสต์เป็นประจำ ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของเพจ และช่วยเพิ่มค่าสถิติ เช่น ค่า reach engagement ต่างๆ ที่จะทำให้อันดับ SEO สูงขึ้นตามไปด้วย

การทำ SEO ให้เพจใน Facebook สำคัญอย่างไร

จะเห็นได้ว่า การทำ SEO ให้แก่เพจใน Facebook เป็นสิ่งที่ต้องศึกษา หากต้องการเพิ่มความเชื่อมั่นในร้านค้า เพิ่มจำนวนลูกค้าประจำและทำให้มียอดขายที่ดีตามมาอย่างต่อเนื่อง

หากคุณยังเป็นมือใหม่ในการเปิดเพจร้านค้าออนไลน์ สามารถหา Keyword SEO ที่จะใช้ได้ ผ่านทางการพิมพ์ในช่อง Google search ซึ่งจะปรากฏผลแบบอัตโนมัติให้คุณเลือกได้ หรือดูที่ด้านล่างของคำว่า Search related to ซึ่งจะมีตัวอย่างคำอัตโนมัติขึ้นมา นั่นคือ ผลลัพธ์จากการสืบค้นจริง ๆ ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณ

เราหวังว่า บทความนี้จะทำให้ท่านที่เปิดเพจขายสินค้าใน Facebook เห็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการทำธุรกิจออนไลน์ต่อไป

แนวทาง SEO อื่นๆ

เปรียบเทียบบทความที่ทำ SEO และไม่ได้ทำ แตกต่างกันอย่างไร ?

เปรียบเทียบบทความที่ทำ SEO และไม่ได้ทำ แตกต่างกันอย่างไร

หากคุณคิดที่จะขายสินค้าหรือบริการสักอย่างหนึ่ง การโฆษณาถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกๆ ที่จะทำให้สินค้าหรือบริการนั้นขายได้ โดยการโฆษณาที่เป็นที่นิยมในโลกออนไลน์ก็คือการทำ SEO เพื่อให้มีคน Search หาเจอได้ง่ายรวมกับเนื้อหาที่น่าสนใจประกอบกับรูปภาพทำให้น่าอ่านมากขึ้น ซึ่งการทำ SEO นี้ จะทำให้บทความนั้นๆ ถูกดันขึ้นให้ไปอยู่ในหน้าแรกๆของ Search Engine ดังๆอย่าง GOOGLE ได้ และคำตอบต่อมาคือ แล้วถ้าเราไม่ทำ SEO ล่ะ เราจะขายสินค้าได้หรือไม่ ? เพียงแค่ลงขายของอย่างเดียวได้หรือไม่ ? เรามาหาคำตอบในบทความนี้กัน

ข้อแตกต่างระหว่างบทความที่ทำ SEO และไม่ได้ทำ

เพิ่มโอกาสที่คนจะเห็นมากขึ้น การทำ SEO จะช่วยเพิ่มโอกาสที่จะทำให้มีคนเห็น Content นั้นๆมากขึ้น โดยจะสามารถค้นหาได้ง่ายจากการใส่ Keyword ที่มีการค้นหามากที่สุดลงไป ถือเป็นการโฆษณาง่ายๆ แต่ได้ผลที่ดีวิธีหนึ่ง แต่สำหรับบทความที่ไม่ได้ทำ SEO การค้นหาให้เจอเป็นเรื่องยาก เพราะไม่มีคำ Keyword ที่มีการค้นหา เนื่องจากการเขียนบทความทั่วไปก็จะเขียนโดยยึดสิ่งที่เราจะเขียนเป็นหลัก ไม่ได้ยึดจากสิ่งที่คนอื่นต้องการจะเห็น

ทำการตลาดได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย หากเราทำ SEO โดยการเพิ่ม Keyword ลงไปในบทความนั้นๆ จะทำให้การ Search หาเป็นเรื่องง่าย กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการก็จะหาเจอ ทำให้เรานำเสนอสินค้าหรือบริการได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมายที่เราวางไว้ และยังทำให้ Website ของเรามีคนเห็นคนรู้จักมากยิ่งขึ้นด้วย แต่ถ้าไม่ทำ SEO เมื่อกลุ่มเป้าหมาย Search หาสินค้าหรือบริการต่างๆ ก็อาจจะไม่เจอบทความของเราเลยก็ได้

ขยายฐานลูกค้าได้ การทำ SEO เป็นตัวช่วยในการเพิ่มฐานลูกค้าหน้าใหม่และรักษาฐานลูกค้าเก่าๆ ให้คงอยู่อย่างเหนียวแน่น ด้วย Content ดีๆ ทำให้ลูกค้าหรือผู้อ่านจะติดตาม Website ของเรา เพราะ Content เหล่านั้นเป็นประโยชน์ต่อลูกค้านั่นเอง

ได้เปรียบคู่แข่งทางธุรกิจ สืบเนื่องจากข้อที่แล้ว หากเรามีการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราได้เปรียบคู่แข่ง ไม่ใช่เพียงแต่ในประเทศไทยท่านั้น หากมีความรู้ทางด้านภาษาด้วยแล้ว การจะทำให้คนทั่วโลกได้เห็นสินค้าหรือบริการของเราก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ข้อแตกต่างระหว่างบทความที่ทำ SEO และไม่ได้ทำ

ลงทุนน้อย ได้ผลมาก การทำบทความ SEO ลงทุนน้อยมากเมื่อเทียบกับการโฆษณาอื่น แต่ได้ผลตอบแทนอย่างมหาศาล เพราะหากเราสามารถสร้าง Content ดีๆ ให้คนติดตามมากๆ และขึ้นไปอยู่ในหน้าแรกของ Search Engine ดังๆ อย่าง GOOGLE ได้แล้ว จะทำให้มีคนเห็นเยอะมาก โดยที่เราไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาเลย

ดังนั้นหากเราต้องการที่จะทำการตลาดออนไลน์ SEO ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเราจะสามารถเจาะตลาดได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้เปรียบกว่าการตลาดแบบไม่ทำ SEO มาก เพราะแบบไม่ทำ SEO นี้กลุ่มเป้าหมายจะไม่เห็นในสิ่งที่เราต้องการจะนำเสนอ หรือเห็นในจำนวนน้อย

แนวทาง SEO อื่นๆ

ก่อนเขียนบทความ SEO มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง

ก่อนเขียนบทความ SEO มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคที่ทำให้เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ถูกจัดในอันดับที่ดีขึ้น จากการสืบค้นด้วย Search Engine ไม่ว่าจะเป็น Google หรือ Yahoo ซึ่งเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน ซึ่งการทำบทความ SEO ที่มีคุณภาพควรทำความรู้จักประเภทและองค์ประกอบที่สำคัญ ดังนี้

บทความ SEO ในเว็บไซต์ แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

1. บทความที่เป็นเรื่องสาระทั่วไป ความรู้

บทความประเภทนี้ ผู้เขียนควรจะเลือก Keyword ที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เน้นคุณภาพ ความถูกต้องของเนื้อหาเป็นหลักเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถมาอ่านหรือค้นคว้าข้อมูลจากเว็บไซต์ได้อยู่เรื่อย ๆ

ถ้ายิ่งสามารถขยายกลุ่มลูกค้าเพิ่มจำนวน Traffic การเข้ามาอ่านบทความ SEO ในเว็บไซต์ได้บ่อย ๆ แล้ว รวมถึงมีการเขียนบทความและนำมาแสดงบนเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ ก็จะยิ่งทำให้ผลการวิเคราะห์จากระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ หรือ AI ได้ลำดับการนำเสนอบนหน้าต่างการสืบค้นที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการเขียนบทความ SEO แบบนี้ สามารถทำการสืบค้นคีย์เวิร์ดเพื่อนำไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับเขียนบทความได้จาก Google keyword Planner และ Google Trend  ซึ่งจะมีการนำเสนอคีย์เวิร์ดใหม่ ๆ ตามการใช้งานของผู้ใช้ Search Engine ทำให้ดึงดูดใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

SEO มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง

2. บทความที่เป็นแนวข่าวการเมือง ดารา หนังละคร แฟชั่น ที่จำเป็นต้องอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงบทความด้านเทคโนโลยีรถยนต์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ เมื่อมีการผลิตสินค้ารุ่นใหม่ ๆ ออกมา ที่จะต้องสามารถเขียนบทความได้อย่างรวดเร็วและรีบนำไปโพสต์บนเว็บไซต์ให้ทันเหตุการณ์ จึงจะสามารถดึงดูดใจให้มีคนมาติดตามอ่านได้ตลอดเวลา

การจะผลิตบทความประเภทนี้ ผู้เขียนจำเป็นต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ทั้งข่าวในต่างประเทศและต่างประเทศ ถ้ามีการหาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างประเทศ ก็จำเป็นต้องมีความรู้ทางการแปลและสรุปเนื้อหาจากภาษาต่างประเทศที่ดีและรวดเร็วด้วย

การทำบทความ SEO นั้น นอกจะต้องพิจารณาเลือก Keyword ที่เหมาะสม แล้วยังต้องรู้ว่าธุรกิจออนไลน์ที่ทำอยู่สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายแบบใด เช่น หากเป็นเว็บไซต์เพื่อการขายโทรศัพท์มือถือก็ควรมีบทความทั้งสองประเภท เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายและให้ความรู้แก่ผู้อ่านไปพร้อม ๆ กัน

นอกจากนี้ลูกค้าที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูล ก็มีการใช้งานผ่านมือถือและเพจต่าง ๆ ที่ต้องการใช้เวลาอ่านบทความแบบสั้น ๆ ด้วย ผู้เขียนบทความจึงต้องเลือกความยาวที่เหมาะสม เพื่อการป้องกันไม่ให้ผู้อ่านบทความรู้สึกเบื่อหรือรู้สึกว่าเนื้อหามากเกินไป จนส่งผลต่อการติดตามเว็บไซต์

บทความ SEO ที่มีคุณภาพ ผู้ทำธุรกิจขายสินค้าในเว็บไซต์สามารถเขียนได้ด้วยตัวเองหรือจะเลือกจ้างบริษัทและนักเขียนบทความ SEO ที่มีความชำนาญก็ได้ เพื่อให้มีผู้ติดตามเว็บไซต์มากขึ้นและทำให้มียอดการขายสินค้าที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

แนวทาง SEO อื่นๆ

ชวนทำความรู้จักกับ SEO สำหรับการตลาดออนไลน์

ชวนทำความรู้จักกับ SEO สำหรับการตลาด

SEO คืออะไร

SEO หรือ search engine optimization เป็นการใช้หน้าต่างสืบค้นบน search engine เช่น Yahoo และ Google ในการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์แบบไม่ต้องใช้เงินโดยการสร้างบทความที่มีคุณภาพ ทำสื่อมัลติมิเดียที่ดึงดูดใจที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และการเชื่อมโยงลิ้งค์จากเว็บไซต์ภายนอก หรือ Backlink

ข้อดีของ SEO ต่อการตลาดออนไลน์

การใช้เสิร์ชเอนจิน (Search engine) ของกลุ่มคนทั่วโลกนั้นมีอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง หากสามารถทำเว็บไซต์ SEO ได้จนมีอันดับในการสืบค้นที่ดี ก็จะทำให้มีโอกาสขายได้มากกว่าสินค้าแบรนด์คู่แข่ง และทำให้มีลูกค้าติดตามในระยะยาวมากขึ้นด้วย

องค์ประกอบของ SEO

องค์ประกอบที่สำคัญของเว็บไซต์ SEO คือ

1. keyword

keyword ที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะใช้ในการสืบค้นนั้น ผู้จะทำเว็บไซต์ SEO ควรศึกษาจาก Google search หรือระบบโปรแกรมวิเคราะห์อื่น ๆ เพื่อจะได้นำคีย์เวิร์ดเหล่านั้นมาสร้างบทความและสื่อมัลติมีเดียที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงยิ่งขึ้น

ตัวอย่างเช่น กลุ่มลูกค้าคือผู้ซื้อโทรศัพท์มือถือ ก็มักจะใช้ keyword ว่า โทรศัพท์มือถือ รุ่นใหม่ ปี 2019 เป็นต้น ในบทความของเว็บไซต์ SEO ก็ควรจะมี keyword เหล่านี้อยู่

2. มีการอัพเดทข้อมูล

บทความและคลิปประกอบ ต้องมีความทันสมัยของเนื้อหา ให้สาระประโยชน์ที่ดีเพียงพอแก่ผู้อ่าน จึงจะทำให้ search engine ประเมินอันดับในการสืบค้นสูงขึ้น

ซึ่งระบบ algorithm ของ Yahoo และ Google เป็นระบบเฉพาะตัวที่มีความซับซ้อน และวัดคุณภาพบทความและองค์ประกอบของเว็บไซต์ด้วยการสะสมข้อมูลที่มากเพียงพอ

3. การทำ Backlink

นอกจากการพัฒนาบทความและเนื้อหาที่ทันสมัยแล้ว และยังมีในส่วนของการทำเทคนิค เช่น การเชื่อมโยงลิงค์จากภายนอกที่ต้องมีคุณภาพสูงด้วยเช่นกัน หากนิยมซื้อลิงค์ที่เน้นการโฆษณาเพียงอย่างเดียว จะส่งผลเสียมากกว่าผลดีต่ออันดับ

4. ต้องใช้ได้ทั้งมือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

เว็บไซต์ SEO ควรใช้งานง่ายทั้งทางโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เพราะคนส่วนใหญ่พกมือถือสืบค้นข้อมูลตลอดเวลา จะทำให้มียอดการขายที่สูงขึ้นอย่างสม่ำเสมอได้ การปรับที่โครงสร้างและระบบเทคนิคเชื่อมโยงข้อมูลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

การจ้างบริษัททำเว็บไซต์ SEO

การจ้างบริษัททำ SEO จึงเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน รวมถึงการจ้างนักเขียนในการเขียน Content ที่มีคุณภาพ เพื่อให้เจ้าของธุรกิจออนไลน์มีเวลาไปทำงานด้านบริหารหรือส่วนอื่น ๆ ที่จำเป็นและถนัดกว่า ซึ่งสามารถขอดูข้อมูลและแพคเก็จจากบริษัทเหล่านี้เพื่อเปรียบเทียบความสามารถและราคาได้โดยตรง

การทำ SEO จะช่วยให้การทำการตลาดออนไลน์ของธุรกิจนั้นง่ายยิ่งขึ้น และสามารถประสบความสำเร็จ บรรลุเป้าหมายทั้งการขายและยอดลูกค้าที่ดีที่มากขึ้นในระยะยาวได้ นักธุรกิจออนไลน์ทุกคนจึงไม่ควรมองข้ามการทำ SEO ให้เว็บไซต์โดยเด็ดขาด

ชวนทำความรู้จักกับ SEO สำหรับการตลาดออนไลน์

แนวทาง SEO อื่นๆ

อยากให้เว็บไซต์ติดอันดับควรจ้างทำ SEO หรือไม่

อยากให้เว็บไซต์ติดอันดับจ้างทำ SEO หรือไม่

การทำเว็บไซต์เพื่อขายสินค้าออนไลน์ในยุคดิจิตอล 2019 จำเป็นต้องมีการแข่งขันสูงกับคู่แข่งทางการตลาดทั่วโลกในสินค้าประเภทเดียวกัน ดังนั้นการทำ SEO (search engine optimization) เพื่อให้เว็บไซต์ขึ้นสู่ตำแหน่งต้น ๆ ในการสืบค้น จึงเป็นที่คาดหวังผลสูง ดังที่มีการวิเคราะห์สถิติพบว่าชื่อแบรนด์ที่ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งจะมียอดขายเป็นเท่าตัวเมื่อเปรียบเทียบกับตำแหน่งรองลงไป

ปัจจุบัน จึงมีบริษัทรับทำ SEO ให้แก่เว็บไซต์ทั้งไทยและต่างประเทศจำนวนมาก มารองรับความต้องการในประเด็นนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่ามีความจำเป็นต้องจ้างบริษัทภายนอกทำหรือไม่ เจ้าของแบรนด์สามารถทำได้ดีกว่าไหมเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจ ในวันนี้เราจึงรวบรวมความแตกต่างมาให้ทุกท่านเปรียบเทียบกัน ดังนี้

อยากให้เว็บไซต์ติดอันดับควรจ้างทำ SEO หรือไม่

การทำ SEO ด้วยตัวเอง

ข้อดีของการทำเว็บไซต์ให้เป็น SEO ด้วยตัวเอง จะทำให้สามารถประหยัดต้นทุนทางธุรกิจ และทำให้เจ้าของเว็บไซต์มีความรู้เชิงลึกควบคู่กับการฝึกฝนทักษะและเทคนิคที่ต่อยอดได้อย่างไม่จำกัด ซึ่งจำเป็นในการหวังผลระยะยาวที่การติดอันดับเว็บไซต์ในระบบการสืบค้นของ yahoo google ต้องไม่มีช่วงพักในการทำ SEO โดยเด็ดขาด

แต่หากเจ้าของบริษัทไม่มีเวลาในการเรียนรู้เรื่อง SEO และจำเป็นต้องดูแลเรื่องอื่น ๆ ในบริษัทมากกว่า (อาจใช้เวลายาวนานถึงครึ่งปีในการหัดทำ SEO ตั้งแต่ขั้นเริ่มต้น) ก็ต้องประเมินว่าการเสียเงินจ้างบริษัทที่มีทีมงานที่ชำนาญตั้งแต่ต้นและต่อเนื่องเป็นสัญญารายปีจะมีความคุ้มค่ามากกว่าหรือไม่

การจ้างบริษัทภายนอกทำ SEO ให้เว็บไซต์

ข้อดีที่ชัดเจนของการจ้างทำ SEO กับบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญ คือ การย่นระยะเวลาในการเริ่มต้น โดยหากเป็นประเภทธุรกิจที่มีอัตราการแข่งขันเชิงธุรกิจไม่สูงมากนัก ก็จะใช้เวลา ราวสองเดือน จะเห็นอันดับการสืบค้นที่ดีขึ้นได้ ซึ่งในช่วงเวลานั้นเจ้าของเว็บไซต์สามารถบริหารเวลาไปทำประโยชน์ด้านอื่น ๆ ได้อีกมาก

แต่ในด้านของข้อเสีย คือการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนหลักพันบาทขึ้นไป เพื่อให้ทีมงานบริษัทที่จ้างมีการพัฒนาเว็บไซต์ให้สอดคล้องตามแนวทางใหม่ ๆ ในการวิเคราะห์ของ algorithm ของ search engine อยู่ตลอดทุกวัน

อยากให้เว็บไซต์ติดอันดับควรจ้างทำ SEO

การทำ SEO ให้แก่เว็บไซต์จึงต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าตามเงื่อนไขของบริษัท หากเป็นกิจการที่มีเงินทุนน้อย หรืออยากเรียนรู้ในทุกกระบวนการด้วยตัวเอง ก็สามารถทำ SEO เองได้ แต่หากตัดสินใจจะจ้างบริษัทภายนอกทำ ขอแนะนำให้เลือกบริษัทที่มีคุณภาพสูง มีการผลิต content ที่มีคีย์เวิร์ด SEO ที่ทันสมัย มีการนำคลิปและภาพภ่ายที่สอดคล้องกับ theme ของแบรนด์ ที่ต้องมีการพูดคุยกันเชิงลึกอย่างละเอียดตั้งแต่ต้น จะทำให้การลงทุนจ้างบริษัทเหล่านี้มีความคุ้มค่ายิ่งขึ้น