Browse Author by Larry Murphy
SEO Keywords หมวดพนัน

5 คุณสมบัติพื้นฐานที่ควรมีในเว็บไซต์ ก่อนเริ่มทำ SEO ให้ติดอันดับ

5 คุณสมบัติพื้นฐานที่ควรมีในเว็บไซต์ ก่อนเริ่มทำ SEO ให้ติดอันดับ

ปัจจุบัน ธุรกิจออนไลน์ในรูปของสินค้าและบริการเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้หลายธุรกิจเกิดคู่แข่งแย่งพื้นที่โฆษณาบน Google กันอย่างเข้มข้น การทำ SEO คือช่องทางหนึ่งที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของเราสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นจำนวนมากและแม่นยำตรงประเภทของสินค้า ส่งผลให้ธุรกิจออนไลน์นับไม่ถ้วนที่ไม่มีแม้แต่หน้าร้าน แต่ก็ประสบความสำเร็จได้จากการทำ SEO ที่มีประสิทธิภาพ แต่ถึงอย่างนั้น คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าการทำ SEO ที่ดีคือการปรับแต่งเฉพาะตัวคอนเทนต์หรือบทความที่อยู่เว็บไซต์ให้มีคุณสมบัติของ SEO เท่านั้น ทั้งที่ความจริงแล้ว การจัดการหน้าเว็บไซต์หรือร้านค้าออนไลน์ของเราให้เหมาะสมก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมให้การทำ SEO ของเรามีประสิทธิภาพและมีโอกาสติดอันดับมากขึ้น

ดังนั้น วันนี้เราจึงจะมาแนะนำ 5 คุณสมบัติพื้นฐานที่ควรมีในเว็บไซต์ ก่อนจะเริ่มทำ SEO

1.เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ
หากหน้าร้านค้าตามตลาดนัดคือสิ่งที่แรกที่ช่วยดึงดูดลูกค้าเข้าร้านแล้ว การมีเว็บไซต์เป็นหลักแหล่ง เชื่อถือได้ ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยทำให้ SEO ของเรามีโอกาสติดอันดับเช่นเดียวกัน ปัจจุบันการสร้างเว็บไซต์เป็นของตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก แถมเรายังสามารถปรับแต่งหรือออกแบบหน้าเว็บไซต์ให้กลายเป็นหน้าร้านค้าออนไลน์ที่สวยงาม น่าสนใจ และมีความน่าเชื่อถือสำหรับลูกค้าที่เข้ามาชมเว็บไซต์นั่นเอง

2.การเข้าถึงเว็บไซต์ต้องรวดเร็ว
ปัจจุบัน คนส่วนใหญ่ต้องการความรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูล ดังนั้น เราควรออกแบบเว็บไซต์ให้มีระบบการจัดการภายในที่ดี ไม่ซับซ้อนหรือมีขนาดเทอะทะเกินไป จนทำให้การโหลดข้อมูลหรือการเปิดหน้าเว็บไซต์ทำได้ช้า ควรออกแบบโครงสร้างของเว็บไซต์ให้ชัดเจน มีหมวดหลักที่ประกอบด้วยหมวดย่อยที่เกี่ยวข้อง เช่น ถ้าหากหมวดหลักคือ “รองเท้า” ควรจะมีหมวดย่อยที่แบ่งรองเท้าประเภทต่าง ๆ เพื่อความสะดวกของลูกค้าที่เข้ามาเลือกซื้อสินค้า และยังจะช่วยสร้างความประทับใจให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราอีกด้วย

3.คอนเทนต์ที่มีคุณภาพ
ปัจจุบัน Google ให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ SEO ที่มีคุณภาพมากกว่าการใช้คำซ้ำกันมาก ๆ เหมือนแต่ก่อน แม้เว็บไซต์ของเราจะเป็นร้านค้าออนไลน์ ก็จำเป็นที่จะต้องมีคอนเทนต์หรือบทความที่มีคุณภาพ เพราะการแนะนำหรือบอกรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าสักชิ้นหนึ่ง ย่อมต้องอาศัยบทความที่มีเนื้อหาดึงดูดให้คนอ่านเกิดความสนใจในตัวสินค้า ยิ่งเราเขียนได้ดี ลื่นไหล เป็นธรรมชาติมากเท่าไหร ก็ยิ่งมีโอกาสที่ SEO ของเราจะติดอันดับมากขึ้นเท่านั้น

4.เลือกใช้ Keyword ให้เหมาะสม
การจะเขียนบทความ SEO ส่วนสำคัญคือ Keyword ที่เราเลือกใช้ ซึ่งควรจะเป็นคำที่เฉพาะเจาะจง ไม่กว้างเกินไป เพราะหากเราเลือกใช้คำกว้าง ๆ ก็ยิ่งมีโอกาสที่เราจะเจอคู่แข่งที่ขายสินค้าและบริการประเภทเดียวกับเรามากขึ้น เช่น ไม่ควรใช้ Keyword แค่ “รองเท้า” แต่ควรใช้คำที่เฉพาะเจาะจงกว่านั้น เช่น “รองเท้าวิ่ง 2020 ผู้ชาย” หรือ “รองเท้าแตะ (ยี่ห้อ) พื้นนิ่ม สีดํา ราคา” เป็นต้น

5.ควรมี “โซเชียลมีเดีย” ไว้รองรับการทำ SEO
นอกจากการสร้างหน้าเว็บไซต์หรือหน้าร้านออนไลน์แล้ว จะต้องสร้างช่องทางโซเชียลมีเดียของร้านตัวเองด้วย เช่น เพจ Facebook, Youtube Channel, Twitter ฯลฯ สำหรับแชร์บทความหรือคอนเทนต์ SEO ในเว็บไซต์ของเรา เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์เกี่ยวกับการทำการตลาดออนไลน์ไม่เคยหยุดนิ่งตายตัว แต่ต้องคอยเกาะกระแสหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพื่อปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในช่วงนั้น ๆ มากที่สุด แน่นอนว่าทุกคนสามารถมีเว็บไซต์หรือร้านค้าออนไลน์เป็นของตัวเองได้ไม่ยาก แต่คนที่จะประสบความสำเร็จคือคนที่ลงมือทำให้เว็บไซต์เป็นที่ยอมรับของ Search Engine เช่น Google มากที่สุด

SEO ทั่วไป

SEO WebP ไฟล์ฟอร์แมทใหม่ ช่วยให้โหลดเว็บไซต์ได้เร็วจริงหรือ

SEO WebP ไฟล์ฟอร์แมทใหม่ ช่วยให้โหลดเว็บไซต์ได้เร็วจริงหรือ

การทำการตลาดออนไลน์ด้วย SEO ซึ่งย่อมาจากคำว่า Search Engine Optimization เป็นการปรับแต่งเว็บไซต์ และปรับปรุงเนื้อหา เพื่อทำให้เว็บไซต์มีคุณภาพและติดอันดับต้น ๆ ผ่าน Search Engine ด้วยเครื่องมือค้นหาต่าง ๆ เช่น Google และ Yahoo เป็นต้น ยกเว้น Safari ที่ยังไม่รองรับ ซึ่งนอกจากการปรับปรุงเนื้อหาแล้ว รูปภาพหรือไฟล์ฟอร์แมท ต่าง ๆ อย่างเช่น JPEG, PNG ,GIF ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้การค้นหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบัน Google ได้พัฒนาไฟล์ฟอร์แมท WebP ขึ้น เพื่อช่วยให้การโหลดเว็บไซต์ทำได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น แต่ข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร ตามไปดูข้อมูลน่ารู้ที่นำมาฝากกันดีกว่าค่ะ

เพื่อให้เว็บไซต์ติดอยู่ในอันดับต้น ๆ บนหน้าแสดงผลการค้นหา เราสามารถทำได้โดยการปรับแต่งเว็บไซต์โดยการปรับปรุงและพัฒนาเนื้อหา เพิ่มลิงก์ที่มีคุณภาพ (Backlink) ไปที่เว็บไซต์ ซึ่งจะช่วยให้เว็บไซต์มีผู้เข้าชมได้เพิ่มมากขึ้น และการใช้ไฟล์ฟอร์แมทสำหรับรูปภาพบนหน้าเว็บ ซึ่งที่ผ่านมาเราอาจคุ้นเคยกับไฟล์ JPG, PNG และ GIF แต่ทว่าโลกของการค้นหาและเข้าถึงเว็บไซต์ได้เปลี่ยนไปด้วย WebP ซึ่ง Google พัฒนาไฟล์ฟอร์แมทนี้เพื่อรองรับการค้นหาด้วยภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่ปรากฏบนหน้าเว็บ ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจคือ ทั้งนี้เพราะการลดขนาดไฟล์ภาพลงส่งผลดีต่อการเข้าถึงเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็วมาก และมีผลต่อคะแนน SEO ของเว็บไซต์นั้น ๆ อีกด้วย

ด้วยคุณสมบัติพิเศษของWebP ที่เป็นไฟล์มีขนาดเล็กกว่าฟอร์แมทเดิม ๆ อย่าง JPG, PNG และ GIF จึงช่วยให้การดาวโหลดเว็บไซต์ทำได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น ซึ่งตอบโจทย์คนทำ SEO ในด้านการลื่นไหลในการดาวน์โหลดและเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วหรือที่เรียกว่า (Website Speed) นั่นเอง

ข้อดีของ ไฟล์แบบ WebP มีดังนี้

  1. WebP ฟอร์แมท เป็นไฟล์ขนาดเล็กกว่าครึ่งหนึ่ง (หรือกว่า 50 เปอร์เซ็นต์) เมื่อเทียบกับ ฟอร์แมทชนิดอื่น ๆ
  2. WebP ให้สีสันที่คงทนและเสมือนจริงมากกว่า เช่น เมื่อเทียบกับ GIF แล้วจะเห็นได้ว่า WebP มีขนาดไฟล์ที่เล็กกว่ามาก แต่สามารถทำภาพ Animation ที่มีจำนวนสีสันได้มากถึง 24 bit ในขณะที่ GIF มีจำนวนสีเพียง 8 bit
  3. หากต้องการทำพื้นหลังให้โปร่งใสหรือ Transparent เหมือน PNG ก็ทำได้ และสามารถบีบอัดแบบ Lossy Compression (การบีบอัดแบบสูญเสียรายละเอียดภาพบางส่วนแต่ความสว่างในแต่ละจุดของภาพยังคงเดิม) ได้เหมือนกับไฟล์ JPG

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีซอฟท์แวร์หลักที่พัฒนาเพื่อรองรับไฟล์ฟอร์แมท WebP แต่ผู้ใช้ก็สามารถทดลองใช้ได้ฟรีด้วยการดาวน์โหลดและ Convert ไฟล์จาก WebP Convertor ซึ่งในอนาคตเชื่อว่าบริษัทซอฟท์แวร์หลายแห่งกำลังพัฒนาเวอร์ชั่นใหม่ ๆ เพื่อรองรับการให้บริการดังกล่าวมากขึ้น ดังนั้น ขั้นตอนการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อทดสอบความเร็วในการดาวโหลดเว็บไซต์ จึงสามารถทำได้โดยการเพิ่มไฟล์ภาพที่เป็น JPG แนบไว้ด้วยทุกครั้ง เพื่อแทนค่าสำหรับอุปกรณ์ที่ไม่สามารถแสดงภาพจาก WebP ได้

แนวทาง SEO อื่นๆ

อยากให้เว็บไซต์ได้อันดับ SEO ที่ดี ต้องทำอย่างไร

อยากให้เว็บไซต์ได้อันดับ SEO ที่ดี ต้องทำอย่างไร

ผู้ทำธุรกิจออนไลน์ทุกคนต่างต้องการเว็บไซต์ของตัวเองถูกสืบค้นแล้วแสดงในอันดับต้น ๆ ใน Google เพื่อเพิ่มยอดขายสินค้าและบริการให้มากที่สุด แต่ทำอย่างไรถึงจะได้คะแนนอันดับ SEO ที่ดี อยู่ในอันดับ 1 ใน 3 หรือ 1 ใน 5 ตลอดเวลา เรามาดูเทคนิคต่อไปนี้กัน

1.ต้องเลือกใช้ keyword ที่ดี
การใช้คีย์เวิร์ด SEO ที่ดี มีอิทธิพลอย่างมากต่อการเติบโตของเว็บไซต์ ควรเลือกคำที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายใช้พิมพ์สืบค้นในช่อง Google search ซึ่งลองหาตัวอย่างได้จาก Google trends หรือ พิมพ์คีย์เวิร์ดกว้าง ๆ ในช่อง search ของกูเกิ้ล จะปรากฏวลีต่าง ๆ ที่มีคนเคยสืบค้นที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย ควรนำคำเหล่านั้นมาผลิตบทความให้มากที่สุด

2.ทำบทความที่มีคุณภาพ
บทความในชีวิตประจำวัน เศรษฐกิจ สังคม การเมือง สุขภาพ แฟชั่น ดารานักร้อง ฯลฯ หากได้นักเขียนที่มีประสบการณ์ในการเลือกใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และมีความรู้ดีในเรื่องที่เขียน เข้าใจความต้องการของผู้อ่าน ร่วมกับการใช้คีย์เวิร์ด SEO ในข้อแรก จะทำให้ผู้อ่านได้รับความเพลิดเพลินและสนใจติดตามอ่านอยู่เสมอ

3.ความสดใหม่ของเนื้อหา
Google ให้ความสำคัญกับเนื้อหาสดใหม่ เจ้าของเว็บไซต์จึงต้องระวังการใช้ข่าวสารที่มีเนื้อหาเก่าหรือซ้ำซ้อนกับแหล่งข้อมูลอื่น หากเป็นบทความวิชาการ เช่น ความรู้ทางการแพทย์ การดูแลสุขภาพ สาระงานช่างและวิศวกรรม ฯลฯ ก็ควรหมั่นอัปเดตเรื่องราวในหน้าเพจหรือโพสต์ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับประโยชน์จากข้อมูลที่ครบถ้วนมากที่สุด จะทำให้คะแนน SEO สูงขึ้นได้อย่างมาก

4.โครงสร้างเว็บไซต์ที่ดี
คนทั่วโลกนิยมหาข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือมากกว่าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ดังนั้นการทำ SEO จึงต้องตรวจสอบผลลัพธ์การแสดงผลหน้าตาโครงสร้างของเว็บไซต์ให้สวยงามในทุกอุปกรณ์ ทั้งมือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ฯลฯ หากใช้ตัวอักษรและสีสันอ่านง่าย เมนูต่าง ๆ อยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานสะดวก จะทำให้ผู้ใช้งานเว็บไซต์ประทับใจเข้ามาชมบ่อย ๆ และมีโอกาสบอกต่อไปยังคนอื่น ๆ มากยิ่งขึ้น

5.ความเร็วในการใช้งาน
ความเร็วของการส่งผ่านข้อมูลขึ้นกับคุณภาพของเว็บโฮสต์ติ้ง และการเลือก Package บริการโฮสติ้ง เจ้าของเว็บไซต์ขนาดกลางและใหญ่จึงควรเลือกระบบ Cloud hosting ที่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลไว้ผ่านเซิร์ฟเวอร์หลายตัว เพื่อป้องกันการแย่งชิงทรัพยากรคอมพิวเตอร์ หากมีการใช้งานพร้อมกันจำนวนมาก ทั้งนี้ มีการศึกษาพบว่าหากใช้เวลาดาวน์โหลดข้อมูลและรูปภาพนาน หรือ มีปัญหา Error บ่อย จะทำให้ผู้ใช้งานเว็บไซต์หงุดหงิดและเปลี่ยนใจไปเข้าชมเว็บไซต์อื่นแทนได้

การทำ SEO ให้ได้อันดับบน ๆ จำเป็นต้องอาศัยองค์ประกอบหลายด้าน ทั้งเรื่องโครงสร้างเว็บไซต์ เนื้อหาสาระ การทำลิงก์เชื่อมโยง และที่สำคัญคือการหา keyword เพื่อให้ตรงกับการค้นหาของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านเห็นแนวทางในการทำ SEO ที่ดี เพื่อให้มีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้นต่อไป

SEO ทั่วไป

SEO กับ SEM เกี่ยวข้องกันอย่างไร

SEO กับ SEM เกี่ยวข้องกันอย่างไร

SEO และ SEM เป็นเทคนิคทางการตลาดในโลกออนไลน์ที่นักธุรกิจยุคใหม่ต้องรู้จัก เพราะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการขายสินค้าและสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำได้ดีขึ้น ทั้งสองวิธีการต่างมีความเกี่ยวข้องกัน โดยสามารถช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกันได้ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

SEO หรือ search engine optimization เป็นเทคนิคที่ไม่มีค่าใช้จ่ายหากทำด้วยตัวเอง หรือหากจ้างบริษัททำ SEO ก็มีค่าใช้จ่ายตามสัญญารายปี การทำ SEO เป็นไปตามกติกาของ Google ที่ใช้ในการบ่งบอกว่าเว็บไซต์ใดมีคุณภาพมากน้อยกว่ากันเพื่อให้ผู้อ่านหรือลูกค้าเฉพาะกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงได้แตกต่างกัน โดยเว็บไซต์ที่มีคะแนน SEO ที่ดีกว่า จะมีโอกาสอยู่ลำดับต้น ๆ ของผลการค้นหา

การทำ SEO ใช้องค์ประกอบหลายอย่าง เช่น การเลือก keyword ที่เหมาะสมสำหรับทำเนื้อหาและรูปภาพ การปรับส่วนโครงสร้างต่าง ๆ ในเว็บไซต์ให้สวยงามและใช้งานง่าย การทำ Backlink เชื่อมโยงระหว่างหน้าเพจหลายแห่งมาที่เว็บไซต์เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะหากเป็นเว็บไซต์ที่เป็นทางการหรือน่าเชื่อถือสูง ถ้าทำได้สอดคล้องกับเกณฑ์ของ Google มากเท่าใด ก็จะได้อันดับ SEO ที่สูงขึ้นมากเท่านั้น อันเป็นผลจากระบบทำดัชนีโดย Googlebot มาเก็บข้อมูลและประเมินศักยภาพของแต่ละเว็บไซต์เป็นระยะ

SEM หรือ Search Engine Marketing เป็นการตลาดแบบที่ต้องเสียเงินโฆษณาเป็นรายครั้ง เนื่องจากเป็นการเช่าประมูลพื้นที่ในจุดที่การันตีได้ว่าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่พิมพ์หาด้วยคีย์เวิร์ดหนึ่ง ๆ จะเห็นการโฆษณาอย่างแน่นอน ซึ่งทาง Google จะเรียกค่าใช้จ่ายแบบ PPC หรือ pay per click เป็นการเรียกเก็บตามจำนวนครั้งที่มีผู้คลิกป้ายโฆษณา

ทั้งนี้ ผู้ที่เป็นเจ้าของโฆษณาสามารถระบุเพดานในการจ่ายที่เรียกว่า Maximum cost per click เพื่อไม่ให้เกินงบประมาณที่ตั้งไว้ได้ด้วย อย่างไรก็ตาม หากเป็นคำที่มีคู่แข่งต้องการใช้เช่นกันก็จะยิ่งมีค่าประมูลที่สูงขึ้นตามไปด้วย จึงต้องวางแผนในการเลือกคีย์เวิร์ดที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพในการแข่งขันมากที่สุดด้วย

การทำ SEO และ SEM สามารถทำควบคู่กันได้ ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญบางรายกล่าวว่า SEO ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ SEM เพราะทำให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเห็นแบรนด์ของคุณมากยิ่งขึ้น โดยเจ้าของเว็บไซต์สามารถวางแผนเพื่อส่งเสริมการขายได้ในงบประมาณที่จำกัดอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ทำ SEM ในช่วงที่ต้องการส่งเสริมการขายตามเทศกาล อย่างวันวาเลนไทน์ วันปีใหม่ วันสงกรานต์ ฯลฯ ซึ่งผู้คนนิยมซื้อของขวัญให้แก่กัน หรือช่วงปลายเดือนที่เงินเดือนออก ผู้คนจะนิยมซื้อของใช้ต่าง ๆ มากกว่าปกติ ส่วนการทำ SEO แนะนำว่าให้ทำเป็นประจำทุกวันตลอดทั้งปี จะทำให้แบรนด์ติดตลาดได้ยาวนานขึ้น แต่ไม่แนะนำให้ทำคู่กันตลอดทั้งปี เพราะว่าสิ้นเปลืองงบประมาณเกินไป

การทำธุรกิจออนไลน์ที่ดีนั้น นอกจากต้องหมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพแล้ว ยังต้องใส่ใจเรื่องเทคนิคการตลาดที่เหมาะสมด้วย ไม่ว่าจะเป็นเทคนิค SEO หรือ SEM ก็สามารถส่งเสริมการขายและสร้างแบรนด์ของคุณให้เติบโตได้

SEO ทั่วไป

อยากทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ ต้องรู้ประโยชน์ก่อน

อยากทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ ต้องรู้ประโยชน์ก่อน

การทำเว็บไซต์ออนไลน์ได้รับความสนใจมากในยุคนี้ และมีการแนะนำบอกต่อแก่นักธุรกิจออนไลน์มือใหม่ว่า ควรทำเว็บไซต์ตามระบบ SEO เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด แต่หลายคนก็ยังสงสัยอยู่ว่าเหตุใดต้องเป็นเช่นนั้น ถ้าคุณไม่อยากเสียเงินไปกับการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ด้วยการประมูลพื้นที่ การจ่ายค่าแบนเนอร์หรือการจ้างยูทูปเบอร์ทำการโฆษณาผ่านช่องยูทูป คุณสามารถประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ตัวเองได้ฟรีผ่านการทำเนื้อหาและปรับโครงสร้างให้มีคุณภาพตามระบบ SEO หรือ search engine optimization เพื่อให้ระบบของ Google มาเก็บข้อมูล แล้วนำไปสู่การจัดเรียงอันดับบนหน้าต่างการสืบค้น เมื่อทำ SEO ได้ต่อเนื่อง 3-6 เดือนขึ้นไป อันดับในการนำเสนอบนหน้าจอสืบค้นจะดีขึ้น จนคุณไม่จำเป็นต้องประชาสัมพันธ์ตัวเองผ่านระบบที่ต้องใช้เงิน หรือที่เรียกว่า SEM search engine Marketing เลยแม้แต่บาทเดียว

ความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์สินค้า

ถ้าคุณต้องการให้ลูกค้าประจำและลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า ด้วยการทำ SEO ให้เว็บไซต์ได้ติดอันดับ 1-3 ของหน้าต่างการสืบค้น ด้วยคีย์เวิร์ดที่ตรงกับสินค้าคุณ เช่น เมื่อลูกค้าต้องการซื้อสินค้า เช่น วิตามินอาหารเสริม มองหาโรงแรมที่เชียงใหม่ ฯลฯ จะมีการพิมพ์หาใน Google search เพื่อสำรวจว่ามีเว็บไซต์ใดอยู่อันดับบน ๆ บ้าง รายชื่อเว็บไซต์ใดก็ตามที่อยู่ด้านบน จะก่อให้เกิดความรู้สึกเชื่อมั่นและอยากใช้บริการมากกว่า คุณจึงจำเป็นต้องทำ SEO ให้อยู่อันดับสูงสุด top1-5 ให้ได้นั่นเอง

การทำ SEO ที่ดี ไม่ได้หมายถึงเฉพาะการใส่เนื้อหาที่ทันสมัยเป็นประจำ แต่ยังรวมถึงการดูแลส่วนโครงสร้างในเว็บไซต์ การจัดเรียงหมวดหมู่สินค้าให้ค้นหาง่าย สมมุติทำเว็บ บ้านผลบอล การออกแบบเมนูทีดี่ไปยังหน้าทีมฟุตบอลต่างๆ รายการแข่ง จะช่วยให้ถูกใจผู้ใช้มากขึ้น การแก้ไขลิงก์ที่เชื่อมโยงผิดพลาด การใช้รูปภาพที่ปลอดปัญหาด้านลิขสิทธิ์ ฯลฯ เมื่อศึกษากฎการทำ SEO แล้วเป็นอย่างดี จะทำให้เว็บไซต์คุณผ่านทุกเกณฑ์ที่ algorithm ของ Google มาตรวจสอบ การทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ จึงเปรียบเทียบได้กับการจัดบ้านใหม่ให้มีระเบียบถูกต้อง

นอกจากนี้ SEO ยังช่วยให้ขยายตลาดไปยังลูกค้าต่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว ถ้าคุณทำเว็บไซต์เป็นระบบ 2 หรือ 3 ภาษา โดยอิงหลักการเดียวกันของ SEO ในเว็บไซต์ภาษาไทย เท่ากับคุณสามารถขยายกลุ่มลูกค้าให้กว้างขวางได้พร้อม ๆ กัน ในแต่ละวัน คุณจะมีโอกาสได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศมากขึ้นอย่างไม่จำกัด แม้แต่ในเวลาที่คุณนอนหลับ คนจากทั่วโลกก็ยังสามารถเข้ามาศึกษาข้อมูลและสั่งซื้อสินค้าจากเว็บไซต์คุณได้ คงเห็นแล้วว่า การทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ นั้นมีข้อดีรอบด้าน และมีประโยชน์ในระยะยาวมากกว่าที่คุณคิด

SEO ทั่วไป

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ SEO 2020

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ SEO 2020

การทำ SEO มีความสำคัญมากในยุค 2020 เนื่องจากใคร ๆ ต่างก็หันมาทำการตลาดออนไลน์ โดยเฉพาะช่วงหลังจากประสบปัญหาวิกฤตโควิด-19 ระบาด ผู้คนเก็บตัวมากขึ้นตามหลัก Social distance และหันมาหาข้อมูลสินค้าและบริการต่าง ๆ ทางอินเทอร์เน็ต คนที่ต้องการเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ยุคใหม่ปี 2020 จึงต้องรู้จักความหมายและวิธีทำ SEO เพื่อให้คุณมีโอกาสขายสินค้าได้มากกว่าคนอื่น

การทำ SEO หรือ Search Engine optimization เป็นไปตามระบบการคัดกรองคุณภาพเว็บไซต์โดยอัลกอริทึมของ Google ไม่ว่าจะขายสินค้ากลุ่มอาหาร เสื้อผ้าแฟชั่น ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ สินค้าแม่และเด็ก ฯลฯ ล้วนต้องมีคู่แข่งธุรกิจที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเดียวกัน จึงมีการใช้คำสำคัญหรือ keyword SEO ในการค้นหาสินค้าเหมือน ๆ กัน ดังนั้น หากต้องการมียอดขายสูง มีลูกค้าประจำและลูกค้าใหม่ต่อเนื่อง ก็ต้องทำ SEO เพื่อให้อันดับการนำเสนอเว็บไซต์อยู่ระดับ Top3 Top5 ซึ่งเท่ากับการเพิ่มโอกาสค้นหาเจอได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

มีการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่า คนจะให้ความเชื่อมั่นสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทที่อยู่ในอันดับ 1-3 หลังจากค้นหาด้วย Google มากกว่าอันดับล่าง ๆ ซึ่งสัมพันธ์กับยอดขายของเว็บไซต์ที่อยู่ในลำดับท็อปเหล่านี้ ที่จะมากกว่าเว็บไซต์ที่ขายสินค้าเดียวกันในลำดับรองลงไปหลายเท่าตัว

การทำ SEO ให้เว็บไซต์นั้น มีแนวทางที่ผู้เชี่ยวชาญได้อธิบายไว้มากมาย เช่น เจ้าของเว็บไซต์เรียนรู้ด้วยตัวเอง ซึ่งก็มีข้อดีที่จะเป็นผู้เข้าใจสินค้าตัวเองดีที่สุด มีเป้าหมายและเห็นภาพรวมได้ชัดเจน โดยสามารถหาข้อมูลเบื้องต้นฟรีทางเว็บไซต์ต่าง ๆ หรือลงเรียนคอร์สที่เปิดสอนแบบเสียค่าใช้จ่าย หรือจะเลือกจ้างบริษัทมืออาชีพทำ SEO ให้ก็ได้เช่นกัน

ตัวอย่างการทำ SEO ได้แก่

  1. การใส่เนื้อหาที่มีคุณภาพสูงในเว็บไซต์

โดยเน้นที่ keyword SEO จากการสืบค้นของผู้ใช้งาน Google ทั่วโลก ควรศึกษาหาค่าสถิติ keyword จาก Google keyword planner เพื่อให้รู้ว่าควรจะเลือกคำใด ที่ตรงกับการค้นหาของกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดด้วย

  1. การเลือกธีมที่เหมาะให้เว็บไซต์

การเลือกธีมของเว็บไซต์ที่เข้ากับธุรกิจ เช่น ใช้ธีมสีน้ำเงินหรือสีสุภาพ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจแนวโรงแรม การลงทุน มากกว่าการใช้สีแดง หรือตัวอักษรแบบแฟชั่น ที่มีความเหมาะกับสินค้ากลุ่มแฟชั่น เป็นต้น

  1. สร้างความจดจำผ่านโลโก้ ภาพถ่าย

ควรออกแบบโลโก้และผลิตภาพถ่ายประกอบเว็บไซต์ของตัวเอง หรือจ้างนักกราฟิกที่มีความสามารถสูงทำงานประจำให้เว็บไซต์ เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณแตกต่างจากเว็บไซต์อื่น ๆ

การทำ SEO ต้องเน้นความสม่ำเสมอ ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาจะทำให้คุณนั้นมีอันดับที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ และมีเนื้อหาที่สะสมอยู่ในเว็บไซต์มากขึ้น ในระยะยาวก็จะได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จะเห็นได้ว่า การทำ SEO ให้ประโยชน์ที่หลากหลายด้าน ถ้าคุณต้องการทำเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จในปี 2020 ต้องศึกษารายละเอียดและลงมืออย่างจริงจัง เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ตามต้องการ

SEO ทั่วไป

การเลือกบริษัททำเว็บไซต์ SEO ควรดูจากอะไร

การเลือกบริษัททำเว็บไซต์ SEO ควรดูจากอะไร

การจ้างทำเว็บไซต์ SEO ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะสามารถกระตุ้นยอดขายเพิ่มการมองเห็นเว็บไซต์ได้ง่าย ๆ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนอันดับไปอยู่ Top 3-5 ของหน้าจอสืบค้นทาง Google แต่การเลือกบริษัททำเว็บไซต์ SEO ก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา เพราะตอนนี้บริษัทเอกชนที่รับจ้างทําเว็บไซต์ SEO มีจำนวนมากมาย ทั้งมืออาชีพและบริษัทเปิดใหม่

เรามาดูกันว่าจะมีหลักเกณฑ์อย่างไรในการเลือกบ้าง

  1. เลือกบริษัทที่อยู่ในอันดับต้น ๆ ของ Google

แนะนำให้คุณลองหาบริษัทรับจ้างทำ SEO โดยพิมพ์ใน Google search ควรเลือกบริษัทอันดับบน ๆ เพราะแสดงว่าบริษัทนั้นมีความสามารถในการทำ SEO ของเว็บไซต์ตัวเองให้ประสบความสำเร็จได้ดีด้วย คุณจึงเชื่อมั่นได้สูงว่าบริษัทเหล่านี้จะมีคุณภาพงานที่ดีสมกับที่โฆษณามากกว่าบริษัทที่อยู่ในอันดับล่าง ๆ หรือบริษัทอื่น ๆ ที่มีคนแนะนำมา

  1. ดูจากลูกค้าเก่าของบริษัท

ลองสังเกตดูว่าบริษัทต่าง ๆ ที่รับทำ SEO มักจะมีการแสดงรายการให้ดูว่า เคยรับจ้างทำ SEO ให้กับลูกค้ารายใดบ้าง เพื่อแสดงถึงประสบการณ์การทำงาน หากเป็นลูกค้าที่มีชื่อเสียง เช่น เป็นองค์กรขนาดใหญ่ โรงพยาบาล โรงแรม บริษัท การท่องเที่ยว หรือร้านค้าออนไลน์ที่มีชื่อเสียง คุณจะสามารถมั่นใจได้มากขึ้นว่าบริษัทรับทำ SEO เหล่านี้มีประสิทธิภาพในการทำ SEO ได้จริง เพราะต้องเคยผ่านประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหา บริหารจัดการด้าน SEO ยาวนานระดับหนึ่งแล้ว

  1. มีหลายราคาให้เลือกจ้างงาน

การทำ SEO ควรมีการให้เลือกราคาหลายแบบ เช่น การการันตีอันดับของการสืบค้น หากอยู่ใน Top10 Top5 Top3 มักมีการคิดอัตราค่าบริการรายเดือนที่ 5,000 บาท 10,000 บาท 30,000 บาท ตามลำดับ การมีราคาที่เหมาะสมให้เลือกเช่นนี้ จะทำให้คุณควบคุมงบประมาณได้อย่างเหมาะสมในระยะยาว

  1. มีการแสดงขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน

ก่อนการจ้างทำ SEO ทางบริษัทควรแจ้งให้รู้ว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง เช่น ลูกค้าต้องแจ้งคีย์เวิร์ดให้ทางบริษัท เพื่อทำบทวิเคราะห์การแข่งขันของคีย์เวิร์ดนั้น ๆ และทำใบเสนอราคาให้ และมีข้อตกลงว่าหลังจากการทำ SEO ไปแล้ว จะมีการส่งรายงานผลการทำ SEO ให้ทุกเดือนจนครบระยะเวลาที่จ้างงาน เป็นต้น

  1. ผลรีวิวมีความน่าเชื่อถือ

การดูผลตอบรับจากลูกค้าเก่าหรือจากการกล่าวถึงในสื่อโซเชียลต่าง ๆ จะทำให้คุณเห็นจุดอ่อนจุดแข็งของบริษัทรับทำ SEO ต่าง ๆ เพื่อเปรียบเทียบและเลือกได้ดียิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่า การจะจ้างบริษัททำ SEO ต้องพิจารณาองค์ประกอบอยู่หลายด้าน ต้องใส่ใจคุณภาพและไม่ควรพิจารณาเทียบแต่ราคาเท่านั้น เราหวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกท่านมีเกณฑ์ในการเลือกบริษัทเอกชนทำ SEO ให้กับธุรกิจของคุณได้อย่างดียิ่งขึ้นต่อไป

SEO ทั่วไป

เคล็ดลับในการทำ SEO ให้ปังแบบฉุดไม่อยู่

เคล็ดลับในการทำ SEO ให้ปังแบบฉุดไม่อยู่

เชื่อได้เลยว่าถ้าพูดถึงโลกออนไลน์หรือการทำการตลาดออนไลน์แล้วล่ะก็ หลาย ๆ คนคงจะคุ้นชินกับคำว่า SEO หรือ Search Engine Optimization ไม่มากก็น้อย เพราะถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำตลาดออนไลน์ ซึ่งประโยชน์ของ SEO นั้น เรียกว่ามีอิทธิพลต่อธุรกิจค่อนข้างมาก สามารถเปลี่ยนยอดขายของธุรกิจจากน้อยเป็นมากได้หากทำถูกหลักวิธี ช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจหรือแบรนด์นั้น ๆ มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น

สำหรับใครที่ไม่เคยทำ SEO มาก่อนนั้นอาจจะมองว่าเป็นเรื่องยาก แต่ความเป็นจริงแล้วสามารถที่จะเริ่มต้นทำได้ด้วยตนเองง่าย ๆ โดยมีวิธีดังต่อไปนี้

  • เริ่มต้นจากการทำเว็บไซต์ของแบรนด์ตนเองก่อน ให้มีรูปแบบที่สวยงาม มีเอกลักษณ์เหมาะกับภาพลักษณ์ของสินค้าหรือบริการ เพื่อดึงดูดให้ผู้ที่กดเข้ามารับชมเว็บไซต์ใช้เวลารับชมเนื้อหาต่าง ๆ อยู่ในเว็บไซต์ได้นานขึ้น ทั้งนี้ควรที่จะมีการหมั่นอัปเดตข้อมูลต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคและการสื่อสารข้อมูลที่ตรงกัน
  • เนื้อหาภายในเว็บไซต์ถือเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จ คีย์เวิร์ดที่ใช้ต้องนำไปต่อยอดได้จริง หมั่นสังเกตและวิเคราะห์ว่ากลุ่มลูกค้าของเรานั้นส่วนใหญ่จะใช้คำค้นหาใดบ้าง ซึ่งในส่วนนี้เราสามารถไปค้นหาได้ในเครื่องมือหาคีย์เวิร์ดหรือ Keyword Planner ก็จะทราบว่าคีย์เวิร์ดนั้น ๆ มีการค้นหามากน้อยแค่ไหนและจะต้องสืบค้นคำอื่น ๆ ให้ครอบคลุม รวมทั้งคำค้นหาแบบสั้น คำค้นหาแบบยาวด้วย ซึ่งแต่ละคนก็จะมีลักษณะการพิมพ์และการค้นหาที่แตกต่างกัน เราจึงจำเป็นที่จะต้องรวบรวมคีย์เวิร์ดต่าง ๆ ทั้งหมดที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรามาใช้ในหน้าเว็บไซต์
  • ส่วนของคำอธิบายเว็บไซต์หรือ meta description ก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่สำคัญ คำอธิบายควรที่จะมีความน่าสนใจ โดดเด่น สามารถเชิญชวนให้คนกดเข้าไปอ่านต่อในเว็บไซต์ได้ เน้นความกระชับ ประมาณ 150 ตัวอักษร เน้นใจความสำคัญที่สอดคล้องกับชื่อเรื่องเว็บไซต์ และมีคีย์เวิร์ดสอดแทรกอยู่ด้วย
  • ควรเช็คในเรื่องของความเร็วในการโหลดเว็บไซต์ขึ้นมาอย่างสม่ำเสมอ อย่างที่เราทราบกันดีว่าผู้บริโภคยุคนี้มีการค้นหาสินค้าทางออนไลน์ มักจะชอบความสะดวกสบายและความรวดเร็ว ซึ่งถ้าหากว่าเว็บโหลดได้ช้า ก็จะทำให้กลุ่มเป้าหมายคลิกออกจากหน้าเว็บไซต์แล้วไปเข้าที่เว็บไซต์อื่นทันที โดยวิธีการในการดูแลส่วนนี้ก็ไม่ยาก เพียงแค่เข้าไปที่ Page Speed Insights ของ Google เช็คดูในเรื่องของความเร็ว ซึ่งถ้าหากว่าตรวจสอบแล้วพบปัญหาใด ๆ ก็จะได้นำมาแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเคล็ดลับในการเริ่มต้นทำ SEO แบบง่าย ๆ ที่เจ้าของแบรนด์สามารถที่จะเริ่มต้นทำได้ด้วยตนเอง ถือเป็นการเรียนรู้พื้นฐานเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ต่อยอดองค์ความรู้ในด้านการตลาดออนไลน์ให้มากขึ้น เพื่อสร้างยอดขายและผลกำไรตามวัตถุประสงค์ของธุรกิจ

แนวทาง SEO อื่นๆ

7 ข้อที่คุณต้องรู้ว่าทำไม SEO ถึงให้ผลดีในระยะยาว

7 ข้อที่คุณต้องรู้ว่าทำไม SEO ถึงให้ผลดีในระยะยาว

อย่างที่เรารู้กันดีว่าการทำ SEO อาจดูเหมือนเป็นเรื่องยากและไกลเกินเอื้อม บางครั้งอาจเป็นสิ่งที่หลายแบรนด์มองข้ามไปเลย แต่รู้ไหมว่าการทำ SEO นั้นเป็นเหมือนการปลูกต้นไม้ที่นับวันยิ่งให้ผลผลิตเป็นมูลค่าของแบรนด์ที่ไม่สามารถวัดราคาได้เลย ดังนั้นคุณจึงต้องรู้ว่า SEO ให้ผลดีในระยะยาวแก่ธุรกิจของคุณได้อย่างไรบ้าง

1. ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

ข้อแรกที่เรารู้กันดีก็คือเมื่อไหร่ที่เว็บไซต์ของคุณติดหน้าแรก ๆ แล้ว คุณก็ไม่มีความจำเป็นต้องลงโฆษณาแบบ SEM ให้เสียเงินเพื่อให้เว็บไซต์ขึ้นไปอยู่หน้าแรกอีกเลย

2. แม้เวลาจะผ่านไปทรัพย์สินของแบรนด์ยังคงอยู่

หากเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณมีคุณค่า การเวลาจะไม่สามารถทำให้มูลค่าแบรนด์ที่คุณสร้างมาจากการทำ SEO เสื่อมไปได้เลย เพราะเนื้อหาเหล่านี้ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาอย่างหนึ่งที่แบรนด์ถือเอาไว้

3. ลูกค้าจะจดจำคุณได้หลังจากการสร้างแบรนด์ด้วยการทำ SEO

นั่นเป็นเพราะการทำ SEO เป็นการผสมผสานความรู้ที่มอบให้กับลูกค้ากับตัวตนของแบรนด์เข้าไป จึงทำให้คนติดตามจากการเป็นแฟนกลายมาเป็นลูกค้าของแบรนด์ได้

4. คุณสามารถใช้ data ที่ได้จากการทำ SEO ไปพัฒนาในอนาคตได้

ถูกต้องแล้วล่ะ! Data ที่คุณได้มามันมีค่ามากกว่าที่คิด เพราะมันสามารถนำไปวิเคราะห์และสร้างกลยุทธ์เพื่อพิชิตใจลูกค้าให้มากขึ้นได้

5. ช่วยเพิ่มมูลค่าของแบรนด์ในระยะยาว

การเขียนบทความและสร้างเนื้อหาไปเรื่อย ๆ ไม่เพียงแค่ช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับเว็บไซต์เท่านั้น แต่การมี traffic และ data เก็บไว้วิเคราะห์เพื่อพัฒนาแบรนด์ต่อไปนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ SEO จะมอบให้คุณได้ในระยะยาว

6. เว็บไซต์ของคุณจะมีความแข็งแรงมากกว่าคู่แข่ง

ลองคิดดูสิว่าหากคุณเริ่มทำ SEO ในวันนี้ ค่อย ๆ ให้เว็บไซต์มี traffic เข้ามาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นที่รู้จักแล้ว เว็บไซต์ของคุณย่อมมีความแข็งแรงและติดอันดับอยู่บนหน้าแรก ๆ ได้ง่ายกว่าเว็บไซต์ที่เพิ่งเริ่มต้น

7. แบรนด์จะขายสินค้าและบริการได้ง่ายกว่า

เหตุผลคือการที่คุณสร้างการเป็นที่รู้จักไปเรื่อย ๆ พร้อมกับการให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้าและบริการแก่ลูกค้านั้น จะทำให้ลูกค้าไว้วางใจคุณมากกว่าแบรนด์ที่ไม่เคยให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่พวกเขาเลยนั่นเอง

เมื่อรู้แบบนี้แล้วก็รอให้เวลาผ่านไปไม่ได้แล้วล่ะ เพราะมีหลายแบรนด์ที่มองเห็นความสำคัญของการทำ SEO อยู่ไม่น้อย และได้เริ่มต้นทำไปก่อนหน้านี้แล้ว นั่นหมายความว่าคนที่ทำมาก่อนก็ย่อมมีโอกาสขึ้นอันดับไปอยู่บนหน้าแรกได้ก่อน หากเว็บไซต์ของคุณไม่มีการทำ SEO มาก่อน ก็ถึงเวลาต้องรีบเร่งเครื่องแล้วล่ะ

แนวทาง SEO อื่นๆ

เคล็ดลับ! ฟื้นธุรกิจเก่าให้กลับมาเฟื่องฟูเหมือนใหม่

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ ส่งผลให้หลายธุรกิจที่ไม่ยอมเปลี่ยนเทคนิคในการโฆษณามียอดขายหรือจำนวนผู้ใช้บริการน้อยลง ในอดีตสื่ออย่างโทรทัศน์, วิทยุ, หนังสือพิมพ์และบอร์ดโฆษณาขนาดใหญ่สามารถสร้างชื่อเสียงให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก แต่ในปัจจุบันผู้คนให้ความสำคัญกับการใช้สื่อโซเชียลมีเดียมากกว่าสื่ออื่น ๆ

การนำความรู้ SEO หรือ Search Engine Optimization มาใช้กับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์เป็นวิธีการใหม่ที่ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์สินค้าหรือบริการให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดย SEO จะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการทำให้แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ขึ้นมาอยู่ในหน้าแรกของ Search Engine อย่าง Google, Bing และ Yahoo เป็นต้น

หลักการทำงานของ SEO เริ่มที่การนำ Keyword ที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจและมีจำนวนคนค้นหาบ่อยมาใช้ในการทำ Content เช่น การเขียนบทความสาระความรู้, การเขียนคำโฆษณา, การทำวีดีโอหรือ Podcast เป็นต้น เคล็ดลับในการทำ SEO มีดังนี้

เคล็ดลับการทำ SEO

ตั้งชื่อบทความด้วย Keyword ชื่อบทความเป็นจุดแรกที่สามารถดึงดูดสายตาของผู้ที่สนใจ โดยการตั้งชื่ออาจเริ่มที่การใช้คำที่น่าสนใจ เช่น เคล็ดลับ, วิธี, How to, สูตรลับ หรือรีวิว เป็นต้น เพราะคำเหล่านี้จะช่วยให้ลูกค้าที่อยากทราบข้อมูลคลิกอ่านข้อมูลในบทความได้ นอกจากนี้การตั้งชื่อบทความด้วยคำถาม จะทำให้สามารถติดอันดับบน Search Engine ได้มากกว่าโดยเฉพาะใน Google เนื่องจาก Google ปรับเทคนิคเกี่ยวกับการทำ SEO ใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

เขียนอธิบายบทความอย่างสั้นด้วย Keyword การเขียนคำอธิบายเกี่ยวกับรายละเอียดภายในบทความสั้น ๆ พร้อมแทรกคีย์เวิร์ดเอาไว้ในประโยค จะช่วยให้ผู้ที่สนใจทราบถึงรายละเอียดของเนื้อหาเบื้องต้น

ตั้งชื่อไฟล์ภาพและรูปภาพด้วย Keyword การทำ SEO ให้กับรูปภาพเป็นสิ่งที่ช่วยให้เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันติดอันดับในส่วนของรูปภาพบน Search Engine ทั้งนี้การจะทำให้รูปภาพติดอันดับบนหน้าแรกได้ ควรเลือกใช้ภาพที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาภายในบทความ ด้วยการทำ SEO รูปภาพสามารถทำได้ง่ายกว่า การนำรูปภาพที่ฟรีที่อนุญาตให้ใช้ทางการค้าได้จากเว็บฟรีลิขสิทธิ์ต่าง ๆ จะช่วยให้เว็บไซต์ไม่ถูกร้องเรียนจากเจ้าของภาพ

เขียนบทความที่มีจำนวนคำมากกว่า 300 คำขึ้นไป โดยภายในบทความควรแทรก Keyword หลักและ Keyword ที่เกี่ยวข้องปริมาณ 1% ของคำทั้งหมด เช่น หากเขียนบทความ 300 คำ ควรมี Keyword หลักและ Keyword ที่เกี่ยวข้องประมาณ 3 คำ เป็นต้น

การนำหลัก SEO พื้นฐานมาใช้ ไม่เพียงแต่จะทำให้ธุรกิจเก่ากลับมาเฟื่องฟูเหมือนใหม่เท่านั้น แต่ยังสามารถดึงดูดกลุ่มเป้าหมายหลักให้เข้ามาได้มากกว่า และใช้เงินน้อยกว่าการโฆษณาแบบอื่น ๆ มาก ดังนั้นการทำ SEO จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำสื่อโฆษณาในยุคปัจจุบัน

เคล็ดลับการทำ SEO