Browse Author by Larry Murphy
SEO ทั่วไป

การทำ SEO แบบใดที่ล้าสมัยไปแล้ว

การทำ SEO แบบใดที่ล้าสมัยไปแล้ว

แฟชั่นยังมีการตกยุค SEO ย่อมต้องมีรูปแบบที่ล้าสมัย ยิ่งปัจจุบันการแข่งขันด้านนี้มีแนวโน้มสูงขึ้น หลากหลายสินค้า และบริการจึงมีการคิดค้นการโปรโมทที่แตกต่าง ให้มีความน่าสนใจมากขึ้น มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น รวมไปถึงเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด มาตรวจสอบดูว่า SEO ที่คุณกำลังทำอยู่ ล้าสมัยไปแล้วหรือยัง

1.การแลกลิงก์โดยเนื้อหาไม่เชื่อมโยงกัน

วิธีนี้กลายเป็นสิ่งที่ล้าสมัยไปแล้ว การสร้างพันธมิตรด้วยการมี Backlink เป็นสิ่งดี แต่เนื้อหาของคุณกับอีกเว็บไม่ต้องสอดคล้องกัน ป่วยการที่จะทำให้ผู้บริโภคคลิกลิงก์เข้ามาชมเว็บของคุณ เพราะสิ่งที่สนใจกับสิ่งที่คุณแนะนำมันเป็นคนละอย่างกันโดยสิ้นเชิง

2.การอัด Keyword แน่นเกินไป

การอัด Keyword แน่นจนไม่คำนึงถึงเนื้อหา อาจทำให้ SEO ของคุณติดอันดับในช่วงแรก แต่เชื่อหรือไม่ว่า นอกจากจะทำให้ผู้บริโภครู้สึกเบื่อหน่ายที่ต้องมาพบเจอคำซ้ำซากในบทความของคุณแล้ว คุณยังเสี่ยงที่จะถูกแบนจาก Google ได้ทุกเวลา

3.เปิดดูในมือถือไม่ได้

นี่คือยุคแห่งสมาร์ทโฟน การติดตามข่าวสารสามารถทำได้เพียงกดสมาร์ทโฟน ฉะนั้นหากเว็บของคุณดูได้เฉพาะในคอมพิวเตอร์ก็คงทำให้เสียประโยชน์จากกลุ่มผู้บริโภคที่ดูผ่านโทรศัพท์

4.คอมเมนต์แล้วแทรกลิงก์

ในยุคที่โซเชียลมีเดียเริ่มเข้ามามีอิทธิพลใหม่ ๆ วิธีการดังกล่าวเป็นที่นิยมอย่างมาก และทำได้ง่ายเพียงเข้าไปคอมเมนต์ใต้บทความอื่น ๆ แล้วแทรกลิงก์ของตนเองลงไปให้คนกดเข้ามาอ่านมาติดตาม ซึ่งบางทีสิ่งที่คอมเมนต์กับเนื้อหาในลิงก์เป็นคนละเรื่อง ปัจจุบันจึงมองว่าวิธีการแบบนี้เป็นแนวคิดที่ล้าสมัย และกลายเป็น สแปมที่น่ารำคาญ

5.ใช้ Keyword ซ้ำ

การใช้ Keyword ที่ซ้ำกับคนอื่น ยากที่จะทำให้เว็บของคุณถูกดันขึ้นมาอยู่ในอันดับต้น ๆ แน่นอนว่าผู้ที่ใช้ Keyword เดียวกับคุณ และทำการโปรโมทก่อน ย่อมได้เปรียบ

6.การจ่ายเงินให้ติดอันดับ

เป็นทางลัดที่หลายคนนิยม แต่หากเนื้อหาในเว็บของคุณไม่เป็นที่นิยมของผู้บริโภค อันดับของคุณก็จะค่อยๆลดลงไป หากคุณสร้างเว็บที่มีคุณภาพก็จะถูกจัดไว้ในอันดับต้น ๆ และไม่ต้องกลัวที่จะร่วงลงมา

7.ทำตามตำรา

ความเชื่อนี้ล้าสมัยไปแล้ว แน่นอนว่าคนที่ทำ SEO ย่อมต้องศึกษาตำรามาเช่นเดียวกับคุณ มีความเข้าใจแบบเดียวกัน รูปแบบที่ทำออกมาคงไม่ต่างกันนัก การลองผิดลองถูก ลองคิดแหวกแนวจากตำราต่างหากจะเป็นการสร้างเอกลักษณ์ให้แก่ตัวคุณเอง

หากคุณยังคงมีพฤติกรรมดังตัวอย่างข้างต้น คงยากที่จะทำให้การจัดอันดับของคุณถูกดันขึ้นมา ถ้าตอนนี้อันดับของคุณอยู่ในจุดที่พอใจแล้ว ก็อย่าหยุดนิ่งในการพัฒนา อย่าหยุดที่จะศึกษาหาความรู้ และควรเปิดใจยอมรับการเปลี่ยนแปลง

มาตรวจสอบดูว่า SEO ที่คุณกำลังทำอยู่ ล้าสมัยไปแล้วหรือยัง

SEO ทั่วไป

ข้อดีของการจ้างบริษัทที่เชี่ยวชาญการทำ SEO

ข้อดีของการจ้างบริษัทที่เชี่ยวชาญการทำ SEO

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการมือใหม่ไม่ควรมองข้าม เพราะการโฆษณาทำให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลสินค้าและบริการง่ายและรวดเร็ว ขณะที่การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เพื่อปรับปรุงการจัดอันดับผลการค้นหาก็มีความสำคัญเช่นกัน สร้างแรงผลักดันให้ธุรกิจเติบโตแซงหน้าคู่แข่งได้สำเร็จ เจ้าของธุรกิจล้วนต้องการทำ SEO เพื่อการโฆษณาเพิ่มจำนวนผู้ชมบนหน้าเว็บ ทำให้ติดอันดับหน้าแรก ๆ ของเครื่องมือค้นหา เพราะถ้าเว็บของเราขึ้นอันดับมาก่อนย่อมมีโอกาสขายได้มากกว่าคู่แข่ง

ทั้งนี้ กลยุทธ์ปรับแต่งเว็บอย่างเป็นธรรมชาตินั้นอาจยุ่งยากกว่าที่คิด และสื่อการตลาดออนไลน์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ต้องการทักษะระดับมืออาชีพมาทำ SEO ซึ่งจะได้รับประโยชน์มากมาย เริ่มจากโครงสร้างเว็บเป็นระเบียบ ค้นหาง่าย อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ คัดเลือกคำหลักที่เฉพาะเจาะจงและปรับเปลี่ยนคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมเป็นประจำ

สิ่งที่คาดหวังได้จากการจ้างบริษัทรับทำ SEO มีดังนี้

ช่วยให้เจ้าของแบรนด์วางกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบ ผู้เชี่ยวชาญจะตรวจสอบหน้าเว็บอย่างทั่วถึง ดูว่าต้องปรับแก้ไขอย่างไรบ้าง โดยมากบริษัทรับทำ SEO จะเสนอบริการตรวจสอบฟรี มีข้อแนะนำว่าควรจัดการปัญหาแบบไหน และเสนอบริการแก้ไขให้เว็บติดอันดับการแสดงผลการค้นที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

วิจัยคำหลักทั้งหมดเพื่อเลือก Keywords ดีที่สุดนำมาใช้ในบทความ มีเครื่องมือฟรีในการวิจัยคำหลักให้ใช้ได้ แต่ถ้าลงทุนจ้างผู้เชี่ยวชาญจะมั่นใจได้ว่ามีการเปลี่ยนคีย์เวิร์ดเพื่อให้ตรงกับการค้นหาของลูกค้าเป้าหมายและกระแสนิยมในขณะนั้น ตำแหน่งของคีย์เวิร์ดต้องเหมาะสม โดยเฉพาะย่อหน้าแรก และกระจายไปในเนื้อหาไม่มากกว่า 2-5 คำต่อบทความ

การสร้างเส้นทางเชื่อมโยงเว็บไซต์อื่น ๆ เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำ SEO ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนก่อนแล้ว การทำ Backlink ย้อนกลับมายังเว็บไซต์ของเรามากเกินไปจะถูกลงโทษในฐานะสแปม ต้องมั่นใจว่าลิงก์กับเว็บที่มีคุณภาพแท้จริงและมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกัน ผู้เชี่ยวชาญจะรู้วิธีใช้ประโยชน์จากลิงค์ขาเข้าและส่งต่อคอนเทนต์ไปยังโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การจัดอันดับที่สูงขึ้นใน Googleสิ่งที่คาดหวังได้จากการจ้างบริษัทรับทำ SEO

การลงทุนจ้างนักเขียนคุณภาพดีเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ SEO เพื่อที่จะใส่คีย์เวิร์ดลงในเนื้อหาที่อ่านเข้าใจได้ง่าย เป็นคอนเทนต์ที่สร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ได้ในระยะยาว แต่เว็บไซต์ควรปรับปรุงเนื้อหาบทความให้สดใหม่เสมอ ทำให้คนติดตามอ่านได้ไม่ซ้ำซาก นักเขียนมืออาชีพจะทำการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาที่จำเป็น รวมไปถึงปรับคีย์เวิร์ดให้ทันสมัย อ่านแล้วไม่รู้สึกสะดุด โดยคำนึงถึงแนวโน้มปัจจุบันและสนองตอบความต้องการของผู้บริโภคได้มากที่สุด

การลงทุนจ้างบริษัทรับทำ SEO ช่วยประหยัดเงินและลดความยุ่งยากในระยะยาว เพราะโลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เจ้าของธุรกิจควรเต็มใจที่จะพัฒนาตัวเองไม่ให้หยุดอยู่กับที่ การทำตลาดออนไลน์ส่งผลบวกช่วยให้ผู้ค้นหาคลิกหน้าเว็บไซต์เข้ามาอ่านข้อมูลมากขึ้น ติดอันดับการแสดงผลการค้นที่ดีขึ้น และก้าวนำหน้าคู่แข่งอย่างแน่นอน

SEO ทั่วไป

เนื้อหาคอนเทนต์แบบไหนมีผลต่อการเลื่อนอันดับ SEO

เนื้อหาคอนเทนต์แบบไหนมีผลต่อการเลื่อนอันดับ SEO

ปัจจุบันการวางแผนการตลาดออนไลน์เป็นที่นิยมด้วยความคาดหวังว่าจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายดีที่สุด หลายธุรกิจลงทุนจ้างผู้เชี่ยวชาญการทำ SEO ช่วยโปรโมทธุรกิจให้โดนใจและตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณการโฆษณามากเหมือนกับสื่อโฆษณายุคเก่า โดยใช้ทุกช่องทางที่มี ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียรูปแบบต่าง ๆ ให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ผลตอบแทนกลับไม่ตรงกับความต้องการ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องกลับมาปรับปรุงเนื้อหาของคอนเทนต์และพิจารณาเลือกช่องทางการโปรโมทที่ตอบโจทย์ความพอใจของลูกค้ามากที่สุดและได้รับผลลัพธ์การจัดอันดับใน Google ดีขึ้น

1.สิ่งแรกที่สำคัญคือเนื้อหาคอนเทนต์ แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจะลงทุนในกระบวนการสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพโดดเด่น เขียนข้อมูลของธุรกิจครบถ้วน น่าอ่าน และตอบโจทย์สิ่งที่ลูกค้าสนใจอยากรู้ นอกจากจะนำเสนอข้อมูลตรงกับความต้องการของลูกค้าแล้ว ควรอัปเดตเนื้อหาใหม่ที่น่าสนใจเป็นประจำเพื่อเพิ่มโอกาสขายต่อเนื่องให้กับลูกค้ากลุ่มเดิม และเรียกความสนใจจากลูกค้า เพิ่มโอกาสขายให้กับกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่เคยซื้อหรือใช้บริการมาก่อน

2.การเขียนคอนเทนต์เป็นประจำ ทำให้เกิดความอิ่มตัวของเนื้อหา ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายคนมองข้าม จำเป็นต้องขยันหาความรู้ใหม่ ๆ ติดตามเทรนด์ใหม่ หรือข่าวสารน่าสนใจที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ ทำให้บทความในเว็บไซต์อยู่ในความสนใจของกลุ่มลูกค้าตลอดเวลาและอยากติดตามต่อ นอกจากนี้สามารถใช้วิธีการลิงก์กับบทความของบล็อกเกอร์ในเว็บไซต์อื่น ๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของเนื้อหา ขณะเดียวกันยังเกิดประโยชน์ในการสร้าง Backlink กับเว็บไซต์ภายนอกย้อนกลับมาที่เว็บไซต์ของคุณด้วย ควรใช้อย่างพอดีและเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกันเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาถูกมองว่าเป็นสแปมทำให้เว็บไซต์ตกอันดับในการทำ SEO

3.กระบวนการสร้างเนื้อหาต้องคำนึงถึงคุณภาพมากขึ้น จะใช้วิธีปรับแต่งเนื้อหาและเว็บให้เหมาะกับการค้นหาของเสิร์จเอ็นจิ้นด้วยการเขียนคอนเทนต์ธรรมดา แทรกคีย์เวิร์ด และเพิ่มรูป 1-2 รูปจะไม่มีประสิทธิภาพอีกต่อไป เห็นได้จากอันดับการค้นหาที่ค่อย ๆ ตกต่ำลงไปทุกวัน อาจเกิดจากการโดน Google ลงโทษที่โพสต์ข้อมูลซ้ำ ๆ หรือคัดเลือกเนื้อหาและรูปจากเว็บอื่น ๆ เป็นผลจากการไม่อัปเดตเว็บไซต์เป็นเวลานาน หรือใส่รูปภาพมากเกินไปส่งผลให้เว็บโหลดช้า เป็นต้นสิ่งที่ควรทำเพื่อผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพและเพิ่มอันดับ SEO

สิ่งที่ควรทำเพื่อผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพและเพิ่มอันดับ SEO มีดังนี้

– การวิจัยคำหลักที่เกี่ยวข้อง
– เลือกพาดหัวน่าสนใจและตรงกับเนื้อหา
– กำหนดรูปแบบเนื้อหาบทความ รูปภาพและวิดีโออย่างเหมาะสม
– ปรับปรุงเนื้อหามีคุณภาพและทันสมัย
– แก้ไขและพิสูจน์อักษร
– เผยแพร่เนื้อหาเชื่อมโยงกับโซเชียลมีเดีย
– สร้าง Backlink กับเว็บไซต์ที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ

4.อัปเดตคอนเทนต์ถูกจังหวะเวลา การโพสต์เนื้อหาคอนเทนต์ควรใส่ใจกับจังหวะเวลาที่เหมาะสม โดยประเมินพฤติกรรมของลูกค้าเป้าหมายว่าสนใจอ่านบทความเวลาไหนมากที่สุด เช่น ระหว่างเดินทางจากบ้านและที่ทำงานในตอนเช้าและตอนเย็น เวลาช่วงพักกลางวันหรือช่วงกลางคืนก่อนนอน สามารถตั้งเวลาโพสต์บทความผ่านโซเชียลมีเดียได้ทุกเวลา เพื่อให้มั่นใจได้ว่าโปรโมทธุรกิจเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายดึงดูดให้เข้าชมเว็บไซต์มากขึ้น พร้อมกับได้เลื่อนอันดับในหน้าผลการค้นหาสูงขึ้นด้วย

SEO ทั่วไป

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ SEO ที่นักธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่ควรทราบ

การตลาดออนไลน์ด้วยวิธีการแบบ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นคำที่นักธุรกิจยุคใหม่ได้ยินมากขึ้น เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการขายสินค้าและบริการออนไลน์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตสูงมากในช่วงหลายปีมานี้

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับ SEO มาฝากกันเพื่อให้ทุกท่านได้พิจารณานำไปใช้กับธุรกิจออนไลน์ได้อย่างดียิ่งขึ้น ดังนี้

1. การทำ SEO จำเป็นต้องใช้เวลาในการสะสมข้อมูล ไม่สามารถทำแล้วเห็นผลอันดับที่ดีขึ้นได้ในทันที เนื่องจากการอันดับเว็บไซต์ในหน้าต่างการสืบค้น เมื่อมีการพิมพ์ด้วย Keyword ใด ๆ นั้น จะมีการวิเคราะห์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะหรือ AI ของ Search Engine ไม่ว่าจะเป็น Yahoo, Bing, Google ทำให้เว็บไซต์ที่มีบทความคุณภาพสูง มีการอัพเดทข้อมูลที่ทันสมัยตลอดเวลา มีสื่อมัลติมีเดียที่ดึงดูดความสนใจจากผู้ชม ฯลฯ จะได้รับการจัดอันดับที่สูงกว่าเว็บไซต์ที่ขาดความสม่ำเสมอในการอัปเดตเนื้อหาและสื่อต่าง ๆ

2. เว็บไซต์ที่ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ง่ายทั้งผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ย่อมเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากกว่าเว็บไซต์ที่ใช้งานได้กับเฉพาะคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะอย่างเดียว เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของกลุ่มผู้ใช้งานเว็บไซต์ จะพกพาโทรศัพท์มือถือ Smartphone ติดตัวเพื่อหาข้อมูลและสั่งซื้อสินค้าต่าง ๆ มากกว่าการนั่งใช้คอมพิวเตอร์อยู่กับที่

3. การทำ SEO ไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายให้แก่ทาง Search Engine จึงเป็นการเปิดโอกาสให้เว็บไซต์ที่มีต้นทุนน้อย หรือเว็บไซต์ที่เป็นน้องใหม่ทางธุรกิจ ได้มีโอกาสประชาสัมพันธ์และมีอำนาจในการแข่งขันกับเว็บไซต์แบรนด์อื่นที่ทำมาก่อน

4. การทำ SEO เป็นการปรับภาพลักษณ์ให้แก่แบรนด์หรือเว็บไซต์ที่มีการเปิดมานานได้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ โดยควรเลือกทีมงานที่เป็นคนรุ่นใหม่และมีความคิดสร้างสรรค์สูงในการที่จะปรับโฉมภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้มีความทันสมัย เช่น มีธีมของสีในการนำเสนอที่โดดเด่น แต่ดูสวยงามสบายตา มีการถ่ายทำคลิปวีดีโอที่มีเอกลักษณ์จากตัวพรีเซนเตอร์และเทคนิคการถ่ายนำ มีการผลิตเนื้อหาที่มีความน่าสนใจยิ่งขึ้นด้วยสไตล์การเขียน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะทำให้มีผลการจัดอันดับของเว็บไซต์ที่สูงขึ้น ควบคู่กับการสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัย มีคนรุ่นใหม่ติดตามมากขึ้น และส่งผลต่อรายได้ทางธุรกิจที่จะมากขึ้นเรื่อย ๆ

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ SEO ที่นักธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่ควรทราบ

จะเห็นได้ว่า ข้อเท็จจริงของการทำ SEO ที่กล่าวมาเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทราบสำหรับการทำธุรกิจออนไลน์ เพื่อการวางแผนและคาดหวังผลลัพธ์ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมในระยะยาว เราหวังว่าบทความนี้ จะทำให้ทุกท่านเกิดแรงบันดาลใจเรียนรู้การตลาดออนไลน์รูปแบบใหม่ ๆ เพื่อปรับใช้กับธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น

แนวทาง SEO อื่นๆ

เปรียบเทียบบทความที่ทำ SEO และไม่ได้ทำ แตกต่างกันอย่างไร ?

เปรียบเทียบบทความที่ทำ SEO และไม่ได้ทำ แตกต่างกันอย่างไร

หากคุณคิดที่จะขายสินค้าหรือบริการสักอย่างหนึ่ง การโฆษณาถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกๆ ที่จะทำให้สินค้าหรือบริการนั้นขายได้ โดยการโฆษณาที่เป็นที่นิยมในโลกออนไลน์ก็คือการทำ SEO เพื่อให้มีคน Search หาเจอได้ง่ายรวมกับเนื้อหาที่น่าสนใจประกอบกับรูปภาพทำให้น่าอ่านมากขึ้น ซึ่งการทำ SEO นี้ จะทำให้บทความนั้นๆ ถูกดันขึ้นให้ไปอยู่ในหน้าแรกๆของ Search Engine ดังๆอย่าง GOOGLE ได้ และคำตอบต่อมาคือ แล้วถ้าเราไม่ทำ SEO ล่ะ เราจะขายสินค้าได้หรือไม่ ? เพียงแค่ลงขายของอย่างเดียวได้หรือไม่ ? เรามาหาคำตอบในบทความนี้กัน

ข้อแตกต่างระหว่างบทความที่ทำ SEO และไม่ได้ทำ

เพิ่มโอกาสที่คนจะเห็นมากขึ้น การทำ SEO จะช่วยเพิ่มโอกาสที่จะทำให้มีคนเห็น Content นั้นๆมากขึ้น โดยจะสามารถค้นหาได้ง่ายจากการใส่ Keyword ที่มีการค้นหามากที่สุดลงไป ถือเป็นการโฆษณาง่ายๆ แต่ได้ผลที่ดีวิธีหนึ่ง แต่สำหรับบทความที่ไม่ได้ทำ SEO การค้นหาให้เจอเป็นเรื่องยาก เพราะไม่มีคำ Keyword ที่มีการค้นหา เนื่องจากการเขียนบทความทั่วไปก็จะเขียนโดยยึดสิ่งที่เราจะเขียนเป็นหลัก ไม่ได้ยึดจากสิ่งที่คนอื่นต้องการจะเห็น

ทำการตลาดได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย หากเราทำ SEO โดยการเพิ่ม Keyword ลงไปในบทความนั้นๆ จะทำให้การ Search หาเป็นเรื่องง่าย กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการก็จะหาเจอ ทำให้เรานำเสนอสินค้าหรือบริการได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมายที่เราวางไว้ และยังทำให้ Website ของเรามีคนเห็นคนรู้จักมากยิ่งขึ้นด้วย แต่ถ้าไม่ทำ SEO เมื่อกลุ่มเป้าหมาย Search หาสินค้าหรือบริการต่างๆ ก็อาจจะไม่เจอบทความของเราเลยก็ได้

ขยายฐานลูกค้าได้ การทำ SEO เป็นตัวช่วยในการเพิ่มฐานลูกค้าหน้าใหม่และรักษาฐานลูกค้าเก่าๆ ให้คงอยู่อย่างเหนียวแน่น ด้วย Content ดีๆ ทำให้ลูกค้าหรือผู้อ่านจะติดตาม Website ของเรา เพราะ Content เหล่านั้นเป็นประโยชน์ต่อลูกค้านั่นเอง

ได้เปรียบคู่แข่งทางธุรกิจ สืบเนื่องจากข้อที่แล้ว หากเรามีการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราได้เปรียบคู่แข่ง ไม่ใช่เพียงแต่ในประเทศไทยท่านั้น หากมีความรู้ทางด้านภาษาด้วยแล้ว การจะทำให้คนทั่วโลกได้เห็นสินค้าหรือบริการของเราก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ข้อแตกต่างระหว่างบทความที่ทำ SEO และไม่ได้ทำ

ลงทุนน้อย ได้ผลมาก การทำบทความ SEO ลงทุนน้อยมากเมื่อเทียบกับการโฆษณาอื่น แต่ได้ผลตอบแทนอย่างมหาศาล เพราะหากเราสามารถสร้าง Content ดีๆ ให้คนติดตามมากๆ และขึ้นไปอยู่ในหน้าแรกของ Search Engine ดังๆ อย่าง GOOGLE ได้แล้ว จะทำให้มีคนเห็นเยอะมาก โดยที่เราไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาเลย

ดังนั้นหากเราต้องการที่จะทำการตลาดออนไลน์ SEO ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเราจะสามารถเจาะตลาดได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้เปรียบกว่าการตลาดแบบไม่ทำ SEO มาก เพราะแบบไม่ทำ SEO นี้กลุ่มเป้าหมายจะไม่เห็นในสิ่งที่เราต้องการจะนำเสนอ หรือเห็นในจำนวนน้อย

แนวทาง SEO อื่นๆ

ก่อนเขียนบทความ SEO มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง

ก่อนเขียนบทความ SEO มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคที่ทำให้เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ถูกจัดในอันดับที่ดีขึ้น จากการสืบค้นด้วย Search Engine ไม่ว่าจะเป็น Google หรือ Yahoo ซึ่งเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน ซึ่งการทำบทความ SEO ที่มีคุณภาพควรทำความรู้จักประเภทและองค์ประกอบที่สำคัญ ดังนี้

บทความ SEO ในเว็บไซต์ แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

1. บทความที่เป็นเรื่องสาระทั่วไป ความรู้

บทความประเภทนี้ ผู้เขียนควรจะเลือก Keyword ที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เน้นคุณภาพ ความถูกต้องของเนื้อหาเป็นหลักเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถมาอ่านหรือค้นคว้าข้อมูลจากเว็บไซต์ได้อยู่เรื่อย ๆ

ถ้ายิ่งสามารถขยายกลุ่มลูกค้าเพิ่มจำนวน Traffic การเข้ามาอ่านบทความ SEO ในเว็บไซต์ได้บ่อย ๆ แล้ว รวมถึงมีการเขียนบทความและนำมาแสดงบนเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ ก็จะยิ่งทำให้ผลการวิเคราะห์จากระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ หรือ AI ได้ลำดับการนำเสนอบนหน้าต่างการสืบค้นที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการเขียนบทความ SEO แบบนี้ สามารถทำการสืบค้นคีย์เวิร์ดเพื่อนำไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับเขียนบทความได้จาก Google keyword Planner และ Google Trend  ซึ่งจะมีการนำเสนอคีย์เวิร์ดใหม่ ๆ ตามการใช้งานของผู้ใช้ Search Engine ทำให้ดึงดูดใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

SEO มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง

2. บทความที่เป็นแนวข่าวการเมือง ดารา หนังละคร แฟชั่น ที่จำเป็นต้องอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงบทความด้านเทคโนโลยีรถยนต์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ เมื่อมีการผลิตสินค้ารุ่นใหม่ ๆ ออกมา ที่จะต้องสามารถเขียนบทความได้อย่างรวดเร็วและรีบนำไปโพสต์บนเว็บไซต์ให้ทันเหตุการณ์ จึงจะสามารถดึงดูดใจให้มีคนมาติดตามอ่านได้ตลอดเวลา

การจะผลิตบทความประเภทนี้ ผู้เขียนจำเป็นต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ทั้งข่าวในต่างประเทศและต่างประเทศ ถ้ามีการหาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างประเทศ ก็จำเป็นต้องมีความรู้ทางการแปลและสรุปเนื้อหาจากภาษาต่างประเทศที่ดีและรวดเร็วด้วย

การทำบทความ SEO นั้น นอกจะต้องพิจารณาเลือก Keyword ที่เหมาะสม แล้วยังต้องรู้ว่าธุรกิจออนไลน์ที่ทำอยู่สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายแบบใด เช่น หากเป็นเว็บไซต์เพื่อการขายโทรศัพท์มือถือก็ควรมีบทความทั้งสองประเภท เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายและให้ความรู้แก่ผู้อ่านไปพร้อม ๆ กัน

นอกจากนี้ลูกค้าที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูล ก็มีการใช้งานผ่านมือถือและเพจต่าง ๆ ที่ต้องการใช้เวลาอ่านบทความแบบสั้น ๆ ด้วย ผู้เขียนบทความจึงต้องเลือกความยาวที่เหมาะสม เพื่อการป้องกันไม่ให้ผู้อ่านบทความรู้สึกเบื่อหรือรู้สึกว่าเนื้อหามากเกินไป จนส่งผลต่อการติดตามเว็บไซต์

บทความ SEO ที่มีคุณภาพ ผู้ทำธุรกิจขายสินค้าในเว็บไซต์สามารถเขียนได้ด้วยตัวเองหรือจะเลือกจ้างบริษัทและนักเขียนบทความ SEO ที่มีความชำนาญก็ได้ เพื่อให้มีผู้ติดตามเว็บไซต์มากขึ้นและทำให้มียอดการขายสินค้าที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

แนวทาง SEO อื่นๆ

ชวนทำความรู้จักกับ SEO สำหรับการตลาดออนไลน์

ชวนทำความรู้จักกับ SEO สำหรับการตลาด

SEO คืออะไร

SEO หรือ search engine optimization เป็นการใช้หน้าต่างสืบค้นบน search engine เช่น Yahoo และ Google ในการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์แบบไม่ต้องใช้เงินโดยการสร้างบทความที่มีคุณภาพ ทำสื่อมัลติมิเดียที่ดึงดูดใจที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และการเชื่อมโยงลิ้งค์จากเว็บไซต์ภายนอก หรือ Backlink

ข้อดีของ SEO ต่อการตลาดออนไลน์

การใช้เสิร์ชเอนจิน (Search engine) ของกลุ่มคนทั่วโลกนั้นมีอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง หากสามารถทำเว็บไซต์ SEO ได้จนมีอันดับในการสืบค้นที่ดี ก็จะทำให้มีโอกาสขายได้มากกว่าสินค้าแบรนด์คู่แข่ง และทำให้มีลูกค้าติดตามในระยะยาวมากขึ้นด้วย

องค์ประกอบของ SEO

องค์ประกอบที่สำคัญของเว็บไซต์ SEO คือ

1. keyword

keyword ที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะใช้ในการสืบค้นนั้น ผู้จะทำเว็บไซต์ SEO ควรศึกษาจาก Google search หรือระบบโปรแกรมวิเคราะห์อื่น ๆ เพื่อจะได้นำคีย์เวิร์ดเหล่านั้นมาสร้างบทความและสื่อมัลติมีเดียที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงยิ่งขึ้น

ตัวอย่างเช่น กลุ่มลูกค้าคือผู้ซื้อโทรศัพท์มือถือ ก็มักจะใช้ keyword ว่า โทรศัพท์มือถือ รุ่นใหม่ ปี 2019 เป็นต้น ในบทความของเว็บไซต์ SEO ก็ควรจะมี keyword เหล่านี้อยู่

2. มีการอัพเดทข้อมูล

บทความและคลิปประกอบ ต้องมีความทันสมัยของเนื้อหา ให้สาระประโยชน์ที่ดีเพียงพอแก่ผู้อ่าน จึงจะทำให้ search engine ประเมินอันดับในการสืบค้นสูงขึ้น

ซึ่งระบบ algorithm ของ Yahoo และ Google เป็นระบบเฉพาะตัวที่มีความซับซ้อน และวัดคุณภาพบทความและองค์ประกอบของเว็บไซต์ด้วยการสะสมข้อมูลที่มากเพียงพอ

3. การทำ Backlink

นอกจากการพัฒนาบทความและเนื้อหาที่ทันสมัยแล้ว และยังมีในส่วนของการทำเทคนิค เช่น การเชื่อมโยงลิงค์จากภายนอกที่ต้องมีคุณภาพสูงด้วยเช่นกัน หากนิยมซื้อลิงค์ที่เน้นการโฆษณาเพียงอย่างเดียว จะส่งผลเสียมากกว่าผลดีต่ออันดับ

4. ต้องใช้ได้ทั้งมือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

เว็บไซต์ SEO ควรใช้งานง่ายทั้งทางโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เพราะคนส่วนใหญ่พกมือถือสืบค้นข้อมูลตลอดเวลา จะทำให้มียอดการขายที่สูงขึ้นอย่างสม่ำเสมอได้ การปรับที่โครงสร้างและระบบเทคนิคเชื่อมโยงข้อมูลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

การจ้างบริษัททำเว็บไซต์ SEO

การจ้างบริษัททำ SEO จึงเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน รวมถึงการจ้างนักเขียนในการเขียน Content ที่มีคุณภาพ เพื่อให้เจ้าของธุรกิจออนไลน์มีเวลาไปทำงานด้านบริหารหรือส่วนอื่น ๆ ที่จำเป็นและถนัดกว่า ซึ่งสามารถขอดูข้อมูลและแพคเก็จจากบริษัทเหล่านี้เพื่อเปรียบเทียบความสามารถและราคาได้โดยตรง

การทำ SEO จะช่วยให้การทำการตลาดออนไลน์ของธุรกิจนั้นง่ายยิ่งขึ้น และสามารถประสบความสำเร็จ บรรลุเป้าหมายทั้งการขายและยอดลูกค้าที่ดีที่มากขึ้นในระยะยาวได้ นักธุรกิจออนไลน์ทุกคนจึงไม่ควรมองข้ามการทำ SEO ให้เว็บไซต์โดยเด็ดขาด

ชวนทำความรู้จักกับ SEO สำหรับการตลาดออนไลน์

แนวทาง SEO อื่นๆ

อยากให้เว็บไซต์ติดอันดับควรจ้างทำ SEO หรือไม่

อยากให้เว็บไซต์ติดอันดับจ้างทำ SEO หรือไม่

การทำเว็บไซต์เพื่อขายสินค้าออนไลน์ในยุคดิจิตอล 2019 จำเป็นต้องมีการแข่งขันสูงกับคู่แข่งทางการตลาดทั่วโลกในสินค้าประเภทเดียวกัน ดังนั้นการทำ SEO (search engine optimization) เพื่อให้เว็บไซต์ขึ้นสู่ตำแหน่งต้น ๆ ในการสืบค้น จึงเป็นที่คาดหวังผลสูง ดังที่มีการวิเคราะห์สถิติพบว่าชื่อแบรนด์ที่ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งจะมียอดขายเป็นเท่าตัวเมื่อเปรียบเทียบกับตำแหน่งรองลงไป

ปัจจุบัน จึงมีบริษัทรับทำ SEO ให้แก่เว็บไซต์ทั้งไทยและต่างประเทศจำนวนมาก มารองรับความต้องการในประเด็นนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่ามีความจำเป็นต้องจ้างบริษัทภายนอกทำหรือไม่ เจ้าของแบรนด์สามารถทำได้ดีกว่าไหมเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจ ในวันนี้เราจึงรวบรวมความแตกต่างมาให้ทุกท่านเปรียบเทียบกัน ดังนี้

อยากให้เว็บไซต์ติดอันดับควรจ้างทำ SEO หรือไม่

การทำ SEO ด้วยตัวเอง

ข้อดีของการทำเว็บไซต์ให้เป็น SEO ด้วยตัวเอง จะทำให้สามารถประหยัดต้นทุนทางธุรกิจ และทำให้เจ้าของเว็บไซต์มีความรู้เชิงลึกควบคู่กับการฝึกฝนทักษะและเทคนิคที่ต่อยอดได้อย่างไม่จำกัด ซึ่งจำเป็นในการหวังผลระยะยาวที่การติดอันดับเว็บไซต์ในระบบการสืบค้นของ yahoo google ต้องไม่มีช่วงพักในการทำ SEO โดยเด็ดขาด

แต่หากเจ้าของบริษัทไม่มีเวลาในการเรียนรู้เรื่อง SEO และจำเป็นต้องดูแลเรื่องอื่น ๆ ในบริษัทมากกว่า (อาจใช้เวลายาวนานถึงครึ่งปีในการหัดทำ SEO ตั้งแต่ขั้นเริ่มต้น) ก็ต้องประเมินว่าการเสียเงินจ้างบริษัทที่มีทีมงานที่ชำนาญตั้งแต่ต้นและต่อเนื่องเป็นสัญญารายปีจะมีความคุ้มค่ามากกว่าหรือไม่

การจ้างบริษัทภายนอกทำ SEO ให้เว็บไซต์

ข้อดีที่ชัดเจนของการจ้างทำ SEO กับบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญ คือ การย่นระยะเวลาในการเริ่มต้น โดยหากเป็นประเภทธุรกิจที่มีอัตราการแข่งขันเชิงธุรกิจไม่สูงมากนัก ก็จะใช้เวลา ราวสองเดือน จะเห็นอันดับการสืบค้นที่ดีขึ้นได้ ซึ่งในช่วงเวลานั้นเจ้าของเว็บไซต์สามารถบริหารเวลาไปทำประโยชน์ด้านอื่น ๆ ได้อีกมาก

แต่ในด้านของข้อเสีย คือการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนหลักพันบาทขึ้นไป เพื่อให้ทีมงานบริษัทที่จ้างมีการพัฒนาเว็บไซต์ให้สอดคล้องตามแนวทางใหม่ ๆ ในการวิเคราะห์ของ algorithm ของ search engine อยู่ตลอดทุกวัน

อยากให้เว็บไซต์ติดอันดับควรจ้างทำ SEO

การทำ SEO ให้แก่เว็บไซต์จึงต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าตามเงื่อนไขของบริษัท หากเป็นกิจการที่มีเงินทุนน้อย หรืออยากเรียนรู้ในทุกกระบวนการด้วยตัวเอง ก็สามารถทำ SEO เองได้ แต่หากตัดสินใจจะจ้างบริษัทภายนอกทำ ขอแนะนำให้เลือกบริษัทที่มีคุณภาพสูง มีการผลิต content ที่มีคีย์เวิร์ด SEO ที่ทันสมัย มีการนำคลิปและภาพภ่ายที่สอดคล้องกับ theme ของแบรนด์ ที่ต้องมีการพูดคุยกันเชิงลึกอย่างละเอียดตั้งแต่ต้น จะทำให้การลงทุนจ้างบริษัทเหล่านี้มีความคุ้มค่ายิ่งขึ้น

แนวทาง SEO อื่นๆ

ทำอย่างไร เว็บไซต์ SEO ถึงจะดังติดตลาด

ทำอย่างไร เว็บไซต์ SEO ถึงจะดังติดตลาด

เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์เป็นช่องทางจำหน่ายกระจายและประชาสัมพันธ์ทางหลักของธุรกิจยุคใหม่ การทำเว็บไซต์ SEO ให้ติดตลาดประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีเทคนิคที่อยู่บนหลักการที่ถูกต้องตามเกณฑ์ของระบบสืบค้น หรือ search engine ด้วย ซึ่งจะมีอะไรบ้างมาดูพร้อมกันเลย

เว็บไซต์ SEO ถึงจะดังติดตลาด

1. ทำโครงสร้างของเว็บไซต์ให้มีทั้งส่วน ON-PAGE และOff-page SEO ครบถ้วน ทั้งส่วนหัวข้อ (title) คีย์เวิร์ด เนื้อหา การเชื่อมโยง backlink ที่มีคุณภาพ ผ่านการวิเคราะห์และตรวจสอบจากระบบอัลกอริทึมและ software เฉพาะของ search engine อย่าง PANDA และRank Brain เพื่อให้ก้าวสู่อันดับ top 5 top 10 ในการสืบค้น

2. การเพิ่มทักษะด้านภาษาในการนำเสนอเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยเน้นที่การสร้างความเป็นกันเอง อ่านง่าย มีข้อมูลที่เป็นกลางและเชิงเปรียบเทียบอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งปัจจุบัน มีการวิจัยพบว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มค้นหาข้อมูลในเชิงเปรียบเทียบเพื่อเลือกซื้อสินค้าและบริการมากขึ้น

ดังเห็นได้จากแอพพลิเคชั่นและเว็บไซต์เพื่อการเปรียบเทียบราคาของที่พักตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ หากในเว็บไซต์มีเนื้อหา SEO ที่ตอบโจทย์เหล่านี้ ก็เชื่อได้ว่าจะดังติดตลาดในไม่ช้าอย่างแน่นอน

3. การให้ความสำคัญกับทักษะด้านการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล ในเว็บไซต์ที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงหรือองค์กรขนาดใหญ่ จำเป็นต้องมีการทำงานเป็นทีม ทักษะในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี หรือการมีมนุษยสัมพันธ์เพื่อประสานงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

การจัดสรรเวลาและประสานงานระหว่างฝ่าย เช่น งานด้าน content งานประชาสัมพันธ์ งานด้านเทคนิคและพัฒนา software ฯลฯ ต้องทำงานสอดประสานด้วยความสามัคคีและมุ่งเป้าไปในทิศทางเดียวกัน จึงจะช่วยลดความขัดแย้งและทำให้การผลิตผลงานสู่หน้าเว็บไซต์บรรลุเป้าหมายได้ตามแผนอย่างรวดเร็ว

4. การทำเว็บไซต์ SEO ต้องไม่หยุดที่การนำเสนอบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคส่วนใหญ่เน้นการซื้อขายที่สะดวกผ่านหน้าจอมือถือที่พกกันติดตัวในแทบทุกที่จนเหมือนเป็นอวัยวะชิ้นหนึ่งของร่างกาย แม้จะทำ content SEO ที่ดีเพียงใด แต่หากไม่สอดคล้องกับการใช้งานผ่านมือถือ ก็เป็นไปได้ยากที่จะประสบความสำเร็จติดตลาดทั้งส่วนชื่อเสียงและยอดขาย

5. การระมัดระวังเรื่องโฆษณาที่มากเกินไปหรือเป็นการรบกวนสายตาผู้อ่าน เป็นสิ่งที่ห้ามมองข้ามเลยทีเดียว เนื่องจากระบบการสืบค้นมีการตรวจจับและถึงแม้จะหลุดรอดสายตาของโปรแกรม software ของ search engine ไปได้ แต่ย่อมส่งผลต่อความประทับใจและการกลับมาใช้งานซ้ำของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างแน่นอน

ทำอย่างไร SEO ถึงจะดังติดตลาด

จะเห็นได้ว่า การทำเว็บไซต์ SEO ให้ดังติดตลาด นอกจากต้องมีเนื้อหาที่มีคุณภาพแล้ว ยังต้องใส่ใจในองค์ประกอบอื่น ๆ ไม่ต่างจากการทำบริษัทแบบห้างร้าน offline ทั่วไป ยิ่งไปกว่านั้น ยังต้องเพิ่มความฉับไวและมีความพร้อมในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ความนิยมของลูกค้าอยู่เสมอ เว็บไซต์จึงจะเป็นที่นิยมยาวนานในกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย

แนวทาง SEO อื่นๆ

7 สิ่งเกี่ยวกับ SEO ที่ธุรกิจออนไลน์ห้ามพลาด

7 สิ่งเกี่ยวกับ SEO ที่ธุรกิจออนไลน์ห้ามพลาด

SEO เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการทำธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบัน เนื่องจากระบบการสืบค้นหรือ algorithm ของ search engine ที่อยู่ในความนิยมของคนทั่วโลกนั้น อิงตามดาต้าที่โหลดผ่านอินเตอร์เน็ต ดังนั้นการนำเสนอข้อมูลใหม่ ๆ และการปรับปรุงเว็บไซต์ที่มีมานานให้เข้าสู่ฐานข้อมูลที่ทรงประสิทธิภาพในการเพิ่มยอดขายและขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจึงต้องอาศัยหลักของ SEO นั่นเอง และนี่คือกลยุทธ์ SEO ที่คุณต้องรู้หากจะปรับปรุงเว็บไซต์ของคุณให้เข้าสู่ตลาดการแข่งขันออนไลน์ในปี 2018

SEO ที่ธุรกิจออนไลน์ห้ามพลาด

1. เลือกคีย์เวิร์ดที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งต้องมาจากการวิจัยคีย์เวิร์ดอย่างเป็นระบบด้วยโปรแกรมที่สามารถดาวน์โหลดได้ (อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการอัพเกรด) เพื่อให้คีย์เวิร์ดมีความเป็นปัจจุบันสอดคล้องกับความต้องการของตลาดออนไลน์อยู่เสมอ

2. การทำ SEO ไม่ใช่สิ่งที่จะหยุดนิ่งได้ เพราะโลกออนไลน์หมุนตามความต้องการของผู้คนตลอดเวลา การทำ SEO ก็เช่นเดียวกัน มีองค์ประกอบหลายส่วนทั้ง off-page และ on-page ที่ต้องปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เว็บไซต์เลื่อนอันดับในการค้นหาเป็น top5 อยู่เสมอ

3. เป้าหมายของ SEO ไม่ใช่การขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของการคีย์จาก search engine ตลอดเวลา เพราะระบบวิเคราะห์ดาต้าที่มีความซับซ้อนเชิงเทคนิค ดังนั้นการดูผลลัพธ์จากยอดการเข้าชมเว็บไซต์ การแชร์ข้อมูลและยอดจำหน่ายสินค้าและบริการจึงเป็นรูปธรรมที่ต้องสนใจมากกว่าอันดับต้นสุดของเพจค้นหา

7 สิ่งเกี่ยวกับ SEO

4. การใส่คีย์เวิร์ดที่ดีในลิงค์เชื่อมโยงระหว่างหน้าเพจและรูปภาพ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ทำ SEO ต้องให้ความสนใจ ในแต่ละหน้าเพจควรใส่คีย์เวิร์ดไม่มากเกินไป และไม่ควรใช้ภาษาไทยในการตั้งชื่อลิ้งค์เพื่อลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดในการเชื่อมโยงดาต้า

5. การทำ SEO อย่างเดียว ยังไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด การเลือก hosting ที่มีการดูแล server อย่างดีและมีการแก้ไขปัญหาเชิงเทคนิคอย่างมืออาชีพ จะช่วยลด error ในการสืบค้นได้ เช่น การเปิดหน้าเว็บเพจไม่ขึ้น การโหลดข้อมูลช้า ซึ่งสัมพันธ์กับความประทับใจของลูกค้าธุรกิจและจะส่งผลต่อยอดขายอย่างแน่นอน

6. เนื้อหาส่วน meta description ที่เป็นการสรุปภาพรวมเนื้อหาของเว็บไซต์แบบสั้น ๆ ไม่เกินร้อยคำ เป็นส่วนที่ต้องมีคีย์เวิร์ด SEO แทรกอยู่อย่างเหมาะสมและต้องสอดคล้องกับเนื้อหาเสมอ

7 สิ่งเกี่ยวกับ SEO ที่ธุรกิจออนไลน์

7. ต้องเช็ค status ลิ้งค์ต่าง ๆ ให้มีความเป็นปัจจุบัน ไม่ปล่อยให้ลิ้งค์ SEO หมดอายุ เพราะจะส่งผลต่อคุณภาพการประเมินเว็บไซต์และทำให้อันดับในการสืบค้นจาก search engine ตกลงด้วย

เชื่อมั่นว่า หากนักธุรกิจออนไลน์ยุคใหม่ได้ศึกษา SEO และลงมือเรียนรู้ผ่านประสบการณ์อย่างเพียงพอ จะช่วยให้มองเห็นจุดบกพร่องและจัดการกับองค์ประกอบแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ทั้งด้าน hosting และส่วนโครงสร้างของเว็บไซต์ และทำให้ธุรกิจรุดหน้าต่อไปได้อย่างสวยงาม