Browse Author by Larry Murphy
แนวทาง SEO อื่นๆ

เปรียบเทียบบทความที่ทำ SEO และไม่ได้ทำ แตกต่างกันอย่างไร ?

เปรียบเทียบบทความที่ทำ SEO และไม่ได้ทำ แตกต่างกันอย่างไร

หากคุณคิดที่จะขายสินค้าหรือบริการสักอย่างหนึ่ง การโฆษณาถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกๆ ที่จะทำให้สินค้าหรือบริการนั้นขายได้ โดยการโฆษณาที่เป็นที่นิยมในโลกออนไลน์ก็คือการทำ SEO เพื่อให้มีคน Search หาเจอได้ง่ายรวมกับเนื้อหาที่น่าสนใจประกอบกับรูปภาพทำให้น่าอ่านมากขึ้น ซึ่งการทำ SEO นี้ จะทำให้บทความนั้นๆ ถูกดันขึ้นให้ไปอยู่ในหน้าแรกๆของ Search Engine ดังๆอย่าง GOOGLE ได้ และคำตอบต่อมาคือ แล้วถ้าเราไม่ทำ SEO ล่ะ เราจะขายสินค้าได้หรือไม่ ? เพียงแค่ลงขายของอย่างเดียวได้หรือไม่ ? เรามาหาคำตอบในบทความนี้กัน

ข้อแตกต่างระหว่างบทความที่ทำ SEO และไม่ได้ทำ

เพิ่มโอกาสที่คนจะเห็นมากขึ้น การทำ SEO จะช่วยเพิ่มโอกาสที่จะทำให้มีคนเห็น Content นั้นๆมากขึ้น โดยจะสามารถค้นหาได้ง่ายจากการใส่ Keyword ที่มีการค้นหามากที่สุดลงไป ถือเป็นการโฆษณาง่ายๆ แต่ได้ผลที่ดีวิธีหนึ่ง แต่สำหรับบทความที่ไม่ได้ทำ SEO การค้นหาให้เจอเป็นเรื่องยาก เพราะไม่มีคำ Keyword ที่มีการค้นหา เนื่องจากการเขียนบทความทั่วไปก็จะเขียนโดยยึดสิ่งที่เราจะเขียนเป็นหลัก ไม่ได้ยึดจากสิ่งที่คนอื่นต้องการจะเห็น

ทำการตลาดได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย หากเราทำ SEO โดยการเพิ่ม Keyword ลงไปในบทความนั้นๆ จะทำให้การ Search หาเป็นเรื่องง่าย กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการก็จะหาเจอ ทำให้เรานำเสนอสินค้าหรือบริการได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมายที่เราวางไว้ และยังทำให้ Website ของเรามีคนเห็นคนรู้จักมากยิ่งขึ้นด้วย แต่ถ้าไม่ทำ SEO เมื่อกลุ่มเป้าหมาย Search หาสินค้าหรือบริการต่างๆ ก็อาจจะไม่เจอบทความของเราเลยก็ได้

ขยายฐานลูกค้าได้ การทำ SEO เป็นตัวช่วยในการเพิ่มฐานลูกค้าหน้าใหม่และรักษาฐานลูกค้าเก่าๆ ให้คงอยู่อย่างเหนียวแน่น ด้วย Content ดีๆ ทำให้ลูกค้าหรือผู้อ่านจะติดตาม Website ของเรา เพราะ Content เหล่านั้นเป็นประโยชน์ต่อลูกค้านั่นเอง

ได้เปรียบคู่แข่งทางธุรกิจ สืบเนื่องจากข้อที่แล้ว หากเรามีการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราได้เปรียบคู่แข่ง ไม่ใช่เพียงแต่ในประเทศไทยท่านั้น หากมีความรู้ทางด้านภาษาด้วยแล้ว การจะทำให้คนทั่วโลกได้เห็นสินค้าหรือบริการของเราก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ข้อแตกต่างระหว่างบทความที่ทำ SEO และไม่ได้ทำ

ลงทุนน้อย ได้ผลมาก การทำบทความ SEO ลงทุนน้อยมากเมื่อเทียบกับการโฆษณาอื่น แต่ได้ผลตอบแทนอย่างมหาศาล เพราะหากเราสามารถสร้าง Content ดีๆ ให้คนติดตามมากๆ และขึ้นไปอยู่ในหน้าแรกของ Search Engine ดังๆ อย่าง GOOGLE ได้แล้ว จะทำให้มีคนเห็นเยอะมาก โดยที่เราไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาเลย

ดังนั้นหากเราต้องการที่จะทำการตลาดออนไลน์ SEO ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเราจะสามารถเจาะตลาดได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้เปรียบกว่าการตลาดแบบไม่ทำ SEO มาก เพราะแบบไม่ทำ SEO นี้กลุ่มเป้าหมายจะไม่เห็นในสิ่งที่เราต้องการจะนำเสนอ หรือเห็นในจำนวนน้อย

แนวทาง SEO อื่นๆ

ก่อนเขียนบทความ SEO มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง

ก่อนเขียนบทความ SEO มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคที่ทำให้เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ถูกจัดในอันดับที่ดีขึ้น จากการสืบค้นด้วย Search Engine ไม่ว่าจะเป็น Google หรือ Yahoo ซึ่งเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน ซึ่งการทำบทความ SEO ที่มีคุณภาพควรทำความรู้จักประเภทและองค์ประกอบที่สำคัญ ดังนี้

บทความ SEO ในเว็บไซต์ แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

1. บทความที่เป็นเรื่องสาระทั่วไป ความรู้

บทความประเภทนี้ ผู้เขียนควรจะเลือก Keyword ที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เน้นคุณภาพ ความถูกต้องของเนื้อหาเป็นหลักเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถมาอ่านหรือค้นคว้าข้อมูลจากเว็บไซต์ได้อยู่เรื่อย ๆ

ถ้ายิ่งสามารถขยายกลุ่มลูกค้าเพิ่มจำนวน Traffic การเข้ามาอ่านบทความ SEO ในเว็บไซต์ได้บ่อย ๆ แล้ว รวมถึงมีการเขียนบทความและนำมาแสดงบนเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ ก็จะยิ่งทำให้ผลการวิเคราะห์จากระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ หรือ AI ได้ลำดับการนำเสนอบนหน้าต่างการสืบค้นที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการเขียนบทความ SEO แบบนี้ สามารถทำการสืบค้นคีย์เวิร์ดเพื่อนำไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับเขียนบทความได้จาก Google keyword Planner และ Google Trend  ซึ่งจะมีการนำเสนอคีย์เวิร์ดใหม่ ๆ ตามการใช้งานของผู้ใช้ Search Engine ทำให้ดึงดูดใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

SEO มีอะไรที่ต้องรู้บ้าง

2. บทความที่เป็นแนวข่าวการเมือง ดารา หนังละคร แฟชั่น ที่จำเป็นต้องอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงบทความด้านเทคโนโลยีรถยนต์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ เมื่อมีการผลิตสินค้ารุ่นใหม่ ๆ ออกมา ที่จะต้องสามารถเขียนบทความได้อย่างรวดเร็วและรีบนำไปโพสต์บนเว็บไซต์ให้ทันเหตุการณ์ จึงจะสามารถดึงดูดใจให้มีคนมาติดตามอ่านได้ตลอดเวลา

การจะผลิตบทความประเภทนี้ ผู้เขียนจำเป็นต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ทั้งข่าวในต่างประเทศและต่างประเทศ ถ้ามีการหาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างประเทศ ก็จำเป็นต้องมีความรู้ทางการแปลและสรุปเนื้อหาจากภาษาต่างประเทศที่ดีและรวดเร็วด้วย

การทำบทความ SEO นั้น นอกจะต้องพิจารณาเลือก Keyword ที่เหมาะสม แล้วยังต้องรู้ว่าธุรกิจออนไลน์ที่ทำอยู่สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายแบบใด เช่น หากเป็นเว็บไซต์เพื่อการขายโทรศัพท์มือถือก็ควรมีบทความทั้งสองประเภท เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายและให้ความรู้แก่ผู้อ่านไปพร้อม ๆ กัน

นอกจากนี้ลูกค้าที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูล ก็มีการใช้งานผ่านมือถือและเพจต่าง ๆ ที่ต้องการใช้เวลาอ่านบทความแบบสั้น ๆ ด้วย ผู้เขียนบทความจึงต้องเลือกความยาวที่เหมาะสม เพื่อการป้องกันไม่ให้ผู้อ่านบทความรู้สึกเบื่อหรือรู้สึกว่าเนื้อหามากเกินไป จนส่งผลต่อการติดตามเว็บไซต์

บทความ SEO ที่มีคุณภาพ ผู้ทำธุรกิจขายสินค้าในเว็บไซต์สามารถเขียนได้ด้วยตัวเองหรือจะเลือกจ้างบริษัทและนักเขียนบทความ SEO ที่มีความชำนาญก็ได้ เพื่อให้มีผู้ติดตามเว็บไซต์มากขึ้นและทำให้มียอดการขายสินค้าที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

แนวทาง SEO อื่นๆ

ชวนทำความรู้จักกับ SEO สำหรับการตลาดออนไลน์

ชวนทำความรู้จักกับ SEO สำหรับการตลาด

SEO คืออะไร

SEO หรือ search engine optimization เป็นการใช้หน้าต่างสืบค้นบน search engine เช่น Yahoo และ Google ในการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์แบบไม่ต้องใช้เงินโดยการสร้างบทความที่มีคุณภาพ ทำสื่อมัลติมิเดียที่ดึงดูดใจที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และการเชื่อมโยงลิ้งค์จากเว็บไซต์ภายนอก หรือ Backlink

ข้อดีของ SEO ต่อการตลาดออนไลน์

การใช้เสิร์ชเอนจิน (Search engine) ของกลุ่มคนทั่วโลกนั้นมีอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง หากสามารถทำเว็บไซต์ SEO ได้จนมีอันดับในการสืบค้นที่ดี ก็จะทำให้มีโอกาสขายได้มากกว่าสินค้าแบรนด์คู่แข่ง และทำให้มีลูกค้าติดตามในระยะยาวมากขึ้นด้วย

องค์ประกอบของ SEO

องค์ประกอบที่สำคัญของเว็บไซต์ SEO คือ

1. keyword

keyword ที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะใช้ในการสืบค้นนั้น ผู้จะทำเว็บไซต์ SEO ควรศึกษาจาก Google search หรือระบบโปรแกรมวิเคราะห์อื่น ๆ เพื่อจะได้นำคีย์เวิร์ดเหล่านั้นมาสร้างบทความและสื่อมัลติมีเดียที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงยิ่งขึ้น

ตัวอย่างเช่น กลุ่มลูกค้าคือผู้ซื้อโทรศัพท์มือถือ ก็มักจะใช้ keyword ว่า โทรศัพท์มือถือ รุ่นใหม่ ปี 2019 เป็นต้น ในบทความของเว็บไซต์ SEO ก็ควรจะมี keyword เหล่านี้อยู่

2. มีการอัพเดทข้อมูล

บทความและคลิปประกอบ ต้องมีความทันสมัยของเนื้อหา ให้สาระประโยชน์ที่ดีเพียงพอแก่ผู้อ่าน จึงจะทำให้ search engine ประเมินอันดับในการสืบค้นสูงขึ้น

ซึ่งระบบ algorithm ของ Yahoo และ Google เป็นระบบเฉพาะตัวที่มีความซับซ้อน และวัดคุณภาพบทความและองค์ประกอบของเว็บไซต์ด้วยการสะสมข้อมูลที่มากเพียงพอ

3. การทำ Backlink

นอกจากการพัฒนาบทความและเนื้อหาที่ทันสมัยแล้ว และยังมีในส่วนของการทำเทคนิค เช่น การเชื่อมโยงลิงค์จากภายนอกที่ต้องมีคุณภาพสูงด้วยเช่นกัน หากนิยมซื้อลิงค์ที่เน้นการโฆษณาเพียงอย่างเดียว จะส่งผลเสียมากกว่าผลดีต่ออันดับ

4. ต้องใช้ได้ทั้งมือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

เว็บไซต์ SEO ควรใช้งานง่ายทั้งทางโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เพราะคนส่วนใหญ่พกมือถือสืบค้นข้อมูลตลอดเวลา จะทำให้มียอดการขายที่สูงขึ้นอย่างสม่ำเสมอได้ การปรับที่โครงสร้างและระบบเทคนิคเชื่อมโยงข้อมูลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

การจ้างบริษัททำเว็บไซต์ SEO

การจ้างบริษัททำ SEO จึงเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน รวมถึงการจ้างนักเขียนในการเขียน Content ที่มีคุณภาพ เพื่อให้เจ้าของธุรกิจออนไลน์มีเวลาไปทำงานด้านบริหารหรือส่วนอื่น ๆ ที่จำเป็นและถนัดกว่า ซึ่งสามารถขอดูข้อมูลและแพคเก็จจากบริษัทเหล่านี้เพื่อเปรียบเทียบความสามารถและราคาได้โดยตรง

การทำ SEO จะช่วยให้การทำการตลาดออนไลน์ของธุรกิจนั้นง่ายยิ่งขึ้น และสามารถประสบความสำเร็จ บรรลุเป้าหมายทั้งการขายและยอดลูกค้าที่ดีที่มากขึ้นในระยะยาวได้ นักธุรกิจออนไลน์ทุกคนจึงไม่ควรมองข้ามการทำ SEO ให้เว็บไซต์โดยเด็ดขาด

ชวนทำความรู้จักกับ SEO สำหรับการตลาดออนไลน์

แนวทาง SEO อื่นๆ

อยากให้เว็บไซต์ติดอันดับควรจ้างทำ SEO หรือไม่

อยากให้เว็บไซต์ติดอันดับจ้างทำ SEO หรือไม่

การทำเว็บไซต์เพื่อขายสินค้าออนไลน์ในยุคดิจิตอล 2019 จำเป็นต้องมีการแข่งขันสูงกับคู่แข่งทางการตลาดทั่วโลกในสินค้าประเภทเดียวกัน ดังนั้นการทำ SEO (search engine optimization) เพื่อให้เว็บไซต์ขึ้นสู่ตำแหน่งต้น ๆ ในการสืบค้น จึงเป็นที่คาดหวังผลสูง ดังที่มีการวิเคราะห์สถิติพบว่าชื่อแบรนด์ที่ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งจะมียอดขายเป็นเท่าตัวเมื่อเปรียบเทียบกับตำแหน่งรองลงไป

ปัจจุบัน จึงมีบริษัทรับทำ SEO ให้แก่เว็บไซต์ทั้งไทยและต่างประเทศจำนวนมาก มารองรับความต้องการในประเด็นนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่ามีความจำเป็นต้องจ้างบริษัทภายนอกทำหรือไม่ เจ้าของแบรนด์สามารถทำได้ดีกว่าไหมเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจ ในวันนี้เราจึงรวบรวมความแตกต่างมาให้ทุกท่านเปรียบเทียบกัน ดังนี้

อยากให้เว็บไซต์ติดอันดับควรจ้างทำ SEO หรือไม่

การทำ SEO ด้วยตัวเอง

ข้อดีของการทำเว็บไซต์ให้เป็น SEO ด้วยตัวเอง จะทำให้สามารถประหยัดต้นทุนทางธุรกิจ และทำให้เจ้าของเว็บไซต์มีความรู้เชิงลึกควบคู่กับการฝึกฝนทักษะและเทคนิคที่ต่อยอดได้อย่างไม่จำกัด ซึ่งจำเป็นในการหวังผลระยะยาวที่การติดอันดับเว็บไซต์ในระบบการสืบค้นของ yahoo google ต้องไม่มีช่วงพักในการทำ SEO โดยเด็ดขาด

แต่หากเจ้าของบริษัทไม่มีเวลาในการเรียนรู้เรื่อง SEO และจำเป็นต้องดูแลเรื่องอื่น ๆ ในบริษัทมากกว่า (อาจใช้เวลายาวนานถึงครึ่งปีในการหัดทำ SEO ตั้งแต่ขั้นเริ่มต้น) ก็ต้องประเมินว่าการเสียเงินจ้างบริษัทที่มีทีมงานที่ชำนาญตั้งแต่ต้นและต่อเนื่องเป็นสัญญารายปีจะมีความคุ้มค่ามากกว่าหรือไม่

การจ้างบริษัทภายนอกทำ SEO ให้เว็บไซต์

ข้อดีที่ชัดเจนของการจ้างทำ SEO กับบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญ คือ การย่นระยะเวลาในการเริ่มต้น โดยหากเป็นประเภทธุรกิจที่มีอัตราการแข่งขันเชิงธุรกิจไม่สูงมากนัก ก็จะใช้เวลา ราวสองเดือน จะเห็นอันดับการสืบค้นที่ดีขึ้นได้ ซึ่งในช่วงเวลานั้นเจ้าของเว็บไซต์สามารถบริหารเวลาไปทำประโยชน์ด้านอื่น ๆ ได้อีกมาก

แต่ในด้านของข้อเสีย คือการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนหลักพันบาทขึ้นไป เพื่อให้ทีมงานบริษัทที่จ้างมีการพัฒนาเว็บไซต์ให้สอดคล้องตามแนวทางใหม่ ๆ ในการวิเคราะห์ของ algorithm ของ search engine อยู่ตลอดทุกวัน

อยากให้เว็บไซต์ติดอันดับควรจ้างทำ SEO

การทำ SEO ให้แก่เว็บไซต์จึงต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าตามเงื่อนไขของบริษัท หากเป็นกิจการที่มีเงินทุนน้อย หรืออยากเรียนรู้ในทุกกระบวนการด้วยตัวเอง ก็สามารถทำ SEO เองได้ แต่หากตัดสินใจจะจ้างบริษัทภายนอกทำ ขอแนะนำให้เลือกบริษัทที่มีคุณภาพสูง มีการผลิต content ที่มีคีย์เวิร์ด SEO ที่ทันสมัย มีการนำคลิปและภาพภ่ายที่สอดคล้องกับ theme ของแบรนด์ ที่ต้องมีการพูดคุยกันเชิงลึกอย่างละเอียดตั้งแต่ต้น จะทำให้การลงทุนจ้างบริษัทเหล่านี้มีความคุ้มค่ายิ่งขึ้น

แนวทาง SEO อื่นๆ

ทำอย่างไร เว็บไซต์ SEO ถึงจะดังติดตลาด

ทำอย่างไร เว็บไซต์ SEO ถึงจะดังติดตลาด

เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์เป็นช่องทางจำหน่ายกระจายและประชาสัมพันธ์ทางหลักของธุรกิจยุคใหม่ การทำเว็บไซต์ SEO ให้ติดตลาดประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีเทคนิคที่อยู่บนหลักการที่ถูกต้องตามเกณฑ์ของระบบสืบค้น หรือ search engine ด้วย ซึ่งจะมีอะไรบ้างมาดูพร้อมกันเลย

เว็บไซต์ SEO ถึงจะดังติดตลาด

1. ทำโครงสร้างของเว็บไซต์ให้มีทั้งส่วน ON-PAGE และOff-page SEO ครบถ้วน ทั้งส่วนหัวข้อ (title) คีย์เวิร์ด เนื้อหา การเชื่อมโยง backlink ที่มีคุณภาพ ผ่านการวิเคราะห์และตรวจสอบจากระบบอัลกอริทึมและ software เฉพาะของ search engine อย่าง PANDA และRank Brain เพื่อให้ก้าวสู่อันดับ top 5 top 10 ในการสืบค้น

2. การเพิ่มทักษะด้านภาษาในการนำเสนอเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยเน้นที่การสร้างความเป็นกันเอง อ่านง่าย มีข้อมูลที่เป็นกลางและเชิงเปรียบเทียบอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งปัจจุบัน มีการวิจัยพบว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มค้นหาข้อมูลในเชิงเปรียบเทียบเพื่อเลือกซื้อสินค้าและบริการมากขึ้น

ดังเห็นได้จากแอพพลิเคชั่นและเว็บไซต์เพื่อการเปรียบเทียบราคาของที่พักตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ หากในเว็บไซต์มีเนื้อหา SEO ที่ตอบโจทย์เหล่านี้ ก็เชื่อได้ว่าจะดังติดตลาดในไม่ช้าอย่างแน่นอน

3. การให้ความสำคัญกับทักษะด้านการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล ในเว็บไซต์ที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงหรือองค์กรขนาดใหญ่ จำเป็นต้องมีการทำงานเป็นทีม ทักษะในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี หรือการมีมนุษยสัมพันธ์เพื่อประสานงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

การจัดสรรเวลาและประสานงานระหว่างฝ่าย เช่น งานด้าน content งานประชาสัมพันธ์ งานด้านเทคนิคและพัฒนา software ฯลฯ ต้องทำงานสอดประสานด้วยความสามัคคีและมุ่งเป้าไปในทิศทางเดียวกัน จึงจะช่วยลดความขัดแย้งและทำให้การผลิตผลงานสู่หน้าเว็บไซต์บรรลุเป้าหมายได้ตามแผนอย่างรวดเร็ว

4. การทำเว็บไซต์ SEO ต้องไม่หยุดที่การนำเสนอบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคส่วนใหญ่เน้นการซื้อขายที่สะดวกผ่านหน้าจอมือถือที่พกกันติดตัวในแทบทุกที่จนเหมือนเป็นอวัยวะชิ้นหนึ่งของร่างกาย แม้จะทำ content SEO ที่ดีเพียงใด แต่หากไม่สอดคล้องกับการใช้งานผ่านมือถือ ก็เป็นไปได้ยากที่จะประสบความสำเร็จติดตลาดทั้งส่วนชื่อเสียงและยอดขาย

5. การระมัดระวังเรื่องโฆษณาที่มากเกินไปหรือเป็นการรบกวนสายตาผู้อ่าน เป็นสิ่งที่ห้ามมองข้ามเลยทีเดียว เนื่องจากระบบการสืบค้นมีการตรวจจับและถึงแม้จะหลุดรอดสายตาของโปรแกรม software ของ search engine ไปได้ แต่ย่อมส่งผลต่อความประทับใจและการกลับมาใช้งานซ้ำของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างแน่นอน

ทำอย่างไร SEO ถึงจะดังติดตลาด

จะเห็นได้ว่า การทำเว็บไซต์ SEO ให้ดังติดตลาด นอกจากต้องมีเนื้อหาที่มีคุณภาพแล้ว ยังต้องใส่ใจในองค์ประกอบอื่น ๆ ไม่ต่างจากการทำบริษัทแบบห้างร้าน offline ทั่วไป ยิ่งไปกว่านั้น ยังต้องเพิ่มความฉับไวและมีความพร้อมในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ความนิยมของลูกค้าอยู่เสมอ เว็บไซต์จึงจะเป็นที่นิยมยาวนานในกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย

แนวทาง SEO อื่นๆ

7 สิ่งเกี่ยวกับ SEO ที่ธุรกิจออนไลน์ห้ามพลาด

7 สิ่งเกี่ยวกับ SEO ที่ธุรกิจออนไลน์ห้ามพลาด

SEO เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการทำธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบัน เนื่องจากระบบการสืบค้นหรือ algorithm ของ search engine ที่อยู่ในความนิยมของคนทั่วโลกนั้น อิงตามดาต้าที่โหลดผ่านอินเตอร์เน็ต ดังนั้นการนำเสนอข้อมูลใหม่ ๆ และการปรับปรุงเว็บไซต์ที่มีมานานให้เข้าสู่ฐานข้อมูลที่ทรงประสิทธิภาพในการเพิ่มยอดขายและขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจึงต้องอาศัยหลักของ SEO นั่นเอง และนี่คือกลยุทธ์ SEO ที่คุณต้องรู้หากจะปรับปรุงเว็บไซต์ของคุณให้เข้าสู่ตลาดการแข่งขันออนไลน์ในปี 2018

SEO ที่ธุรกิจออนไลน์ห้ามพลาด

1. เลือกคีย์เวิร์ดที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งต้องมาจากการวิจัยคีย์เวิร์ดอย่างเป็นระบบด้วยโปรแกรมที่สามารถดาวน์โหลดได้ (อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการอัพเกรด) เพื่อให้คีย์เวิร์ดมีความเป็นปัจจุบันสอดคล้องกับความต้องการของตลาดออนไลน์อยู่เสมอ

2. การทำ SEO ไม่ใช่สิ่งที่จะหยุดนิ่งได้ เพราะโลกออนไลน์หมุนตามความต้องการของผู้คนตลอดเวลา การทำ SEO ก็เช่นเดียวกัน มีองค์ประกอบหลายส่วนทั้ง off-page และ on-page ที่ต้องปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เว็บไซต์เลื่อนอันดับในการค้นหาเป็น top5 อยู่เสมอ

3. เป้าหมายของ SEO ไม่ใช่การขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของการคีย์จาก search engine ตลอดเวลา เพราะระบบวิเคราะห์ดาต้าที่มีความซับซ้อนเชิงเทคนิค ดังนั้นการดูผลลัพธ์จากยอดการเข้าชมเว็บไซต์ การแชร์ข้อมูลและยอดจำหน่ายสินค้าและบริการจึงเป็นรูปธรรมที่ต้องสนใจมากกว่าอันดับต้นสุดของเพจค้นหา

7 สิ่งเกี่ยวกับ SEO

4. การใส่คีย์เวิร์ดที่ดีในลิงค์เชื่อมโยงระหว่างหน้าเพจและรูปภาพ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ทำ SEO ต้องให้ความสนใจ ในแต่ละหน้าเพจควรใส่คีย์เวิร์ดไม่มากเกินไป และไม่ควรใช้ภาษาไทยในการตั้งชื่อลิ้งค์เพื่อลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดในการเชื่อมโยงดาต้า

5. การทำ SEO อย่างเดียว ยังไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด การเลือก hosting ที่มีการดูแล server อย่างดีและมีการแก้ไขปัญหาเชิงเทคนิคอย่างมืออาชีพ จะช่วยลด error ในการสืบค้นได้ เช่น การเปิดหน้าเว็บเพจไม่ขึ้น การโหลดข้อมูลช้า ซึ่งสัมพันธ์กับความประทับใจของลูกค้าธุรกิจและจะส่งผลต่อยอดขายอย่างแน่นอน

6. เนื้อหาส่วน meta description ที่เป็นการสรุปภาพรวมเนื้อหาของเว็บไซต์แบบสั้น ๆ ไม่เกินร้อยคำ เป็นส่วนที่ต้องมีคีย์เวิร์ด SEO แทรกอยู่อย่างเหมาะสมและต้องสอดคล้องกับเนื้อหาเสมอ

7 สิ่งเกี่ยวกับ SEO ที่ธุรกิจออนไลน์

7. ต้องเช็ค status ลิ้งค์ต่าง ๆ ให้มีความเป็นปัจจุบัน ไม่ปล่อยให้ลิ้งค์ SEO หมดอายุ เพราะจะส่งผลต่อคุณภาพการประเมินเว็บไซต์และทำให้อันดับในการสืบค้นจาก search engine ตกลงด้วย

เชื่อมั่นว่า หากนักธุรกิจออนไลน์ยุคใหม่ได้ศึกษา SEO และลงมือเรียนรู้ผ่านประสบการณ์อย่างเพียงพอ จะช่วยให้มองเห็นจุดบกพร่องและจัดการกับองค์ประกอบแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ทั้งด้าน hosting และส่วนโครงสร้างของเว็บไซต์ และทำให้ธุรกิจรุดหน้าต่อไปได้อย่างสวยงาม

แนวทาง SEO อื่นๆ

Content SEO กับ 5 สิ่งที่ห้ามขาดโดยเด็ดขาด เพื่อทำอันดับให้ยั่งยืน

5 สิ่งห้ามขาดใน Content

การทำ SEO เป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับวงการธุรกิจออนไลน์ในปี 2018 เนื่องจากการค้นหาคำด้วยคีย์เวิร์ดต่างๆ ของเครื่องมือมหัศจรรย์อย่าง search engine จำเป็นต้องอิงตามหลักการ SEO ซึ่งหนึ่งในงานหน้าบ้านของเว็บไซต์ ก็คือการเขียนบทความ หรือ content ที่จำเป็นต้องใช้ความชำนาญและประสบการณ์ของนักเขียน หรือ content writer ในการทำ SEO เราจึงได้รวบรวม 5 เทคนิคที่กูรูนักเขียนแนว SEO ได้แนะนำไว้ หากต้องการให้เว็บไซต์ยุค 2018 ติดอันดับยอดนิยมในการค้นหา

1. ต้องหาคีย์เวิร์ดที่ใช่ จำเป็นมากที่ต้องรู้ว่าการสืบค้นธุรกิจแนวที่ทำอยู่ของกลุ่มลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย ใช้คีย์ว่าอะไร เช่น

– website ร้านจัดดอกไม้ ควรมีคีย์เวิร์ด จัดช่อดอกไม้ รับปริญญา วาเลนไทน์ ราคาถูก เป็นต้น
– webpage วิตามินและอาหารเสริม ควรมีคีย์เวิร์ด ว่า วิตามิน สุขภาพ อาหารเสริม ความงาม เป็นต้น

2. สำหรับการมอบหมายงานให้นักเขียน content หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ online มือใหม่ ที่ยังไม่แน่ใจว่ากลุ่มคนเป้าหมายที่ต้องการสื่อสาร หรือมีโอกาสขายสินค้าและบริการได้มากที่สุด มักสืบค้นด้วยคำใด ก็สามารถใช้บริการของ program ขั้นเทพ อย่าง keysearch ได้ แต่ทั้งนี้ก็อาจมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไปตามการลงทะเบียนใช้งานด้วย

เนื้อหา เป็นปัจจัยสำคัญต่อเว็บ

3. การกำหนดตำแหน่งเพื่อให้เป็น บทความ SEO ควรเน้นที่การกระจายคีย์เวิร์ดในจุดต่างๆ ขององค์ประกอบบทความ ได้แก่

(1) ส่วนหัว หรือ ชื่อของบทความ (title)
(2) ส่วนที่อยู่ หรือ URL address ซึ่งต้องมีคีย์เวิร์ดสำคัญอยู่ในนั้นเสมอ และไม่ควรตั้งเป็นภาษาไทยเพราะจะเกิดปัญหาในการสืบค้น หรือเกิด ERROR ได้
(3) ส่วนเนื้อหาโดยภาพรวม หรือ Description หรือบางกรณีเป็นการนำบทย่อหน้าแรกมาลง ทั้งนี้อาจใช้โปรแกรม WordPress ช่วยย่นระยะเวลาในการทำ SEO ปลั้กอินได้

4. ในบทความหนึ่งๆ นอกจากตัวอักษรที่ต้องมีความเหมาะสมในการจัดรูปแบบวางคำและความยาวที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มผู้อ่านแล้ว ยังต้องมีการเพิ่มรูปภาพที่เกี่ยวข้องกับบทความ หรือช่วยส่งเสริมการขายได้ ซึ่งแน่นอนว่าจำเป็นต้องมีการตั้งชื่อรูปภาพประกอบเหล่านั้นด้วย การทำ SEO ในส่วนนี้ คือการนำคีย์เวิร์ดที่เหมาะมาเป็นชื่อของภาพนั่นเอง

5. การใช้คำกระตุ้นความน่าอ่าน เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจอยู่เสมอ หัวข้อบทความจึงไม่ควรยาวเกินไป เพราะต้องการใส่ keyword หลายคำ ควรใช้เทคนิค “น้อยแต่มาก” หรือ minimalist คือถ้อยคำสั้นๆ แต่โดนใจ เช่น ห้ามพลาด ขาดไม่ได้ สิ่งจำเป็น ดีกว่าที่จะใช้ถ้อยคำเป็นเชิงบรรยายซึ่งทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าน่าเบื่อ และทำให้ลดเปอร์เซ็นต์จำนวนผู้ที่จะคลิกเข้ามาอ่านบทความไปด้วย

จะเห็นได้ว่า การทำ SEO กับบทความด้วย 5 เทคนิคที่กล่าวมา เป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝนและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ การจ้างงานเขียนบทความ SEO จึงควรใส่ใจเลือกคุณภาพงานเขียนมากกว่าปริมาณหรือราคา

SEO Keywords หมวดพนัน

เทคนิคการเขียนเนื้อหาเพื่อทำ SEO ภายในเว็บไซต์

การมีเว็บไซต์เป็นของตนเองถือเป็นช่องทางสะดวกในการขายสินค้าทางออนไลน์ หรือแม้แต่เป็นช่องทางโปรโมทโดยเขียนบทความนำเสนอข้อมูลรายละเอียด เขียนคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ เรื่องราวต่างๆ ที่ช่วยให้เกิดผลดีต่อการทำธุรกิจมากขึ้น เปรียบเทียบได้กับพื้นที่หน้าร้านที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต จำเป็นต้องมีการทำ SEO เพื่อให้เครื่องมือค้นหาอย่าง Google แสดงผลการค้นหาให้ผู้ชมที่มีความสนใจสินค้าเข้าถึงเว็บไซต์และสร้างโอกาสขายเพิ่มขึ้น

สิ่งสำคัญคือคอนเทนต์ในเว็บไซต์ต้องสื่อสารข้อมูลได้ดี งานเขียนมีคุณภาพ ผู้เขียนต้องเข้าใจวิธีการเขียนเนื้อหาเพื่อทำ SEO ภายในเว็บไซต์ว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง อันดับแรกเป็นเรื่อง “คีย์เวิร์ด” เพื่อทำให้บทความนั้นปรากฏในสายตาของผู้ชม เพราะเราใช้คีย์เวิร์ดในการค้นหาสิ่งที่ต้องการในอินเทอร์เน็ต คำหลักต้องเลือกอย่างถูกต้องจึงจะตรงกับใจผู้บริโภค หลายคนคงเข้าใจเรื่องการใส่คำหลักกระจายในบทความแล้ว ถ้าจะให้อธิบายคร่าว ๆ คือต้องใส่ในย่อหน้าแรก ย่อหน้ากลางและย่อหน้าสุดท้าย อย่างน้อย 2-3 คำ ไม่ควรใส่คีย์เวิร์ดมากเกินไปจนอ่านไม่รู้เรื่อง หรือมากผิดปกติจนกลายเป็นสแปม นอกจากนั้นการเลือกคีย์เวิร์ดที่เป็นคำเฉพาะจะเชื่อมโยงเข้าถึงเว็บไซต์และบทความได้ดีกว่า

มากกว่าที่คุณคิดสำหรับการทำ SEO

การทำ SEO ภายในบทความไม่จำกัดเฉพาะใส่คีย์เวิร์ดในเนื้อหาเท่านั้น ยังรวมถึงการใส่คีย์เวิร์ดในการตั้งชื่อเรื่อง ต้องเรียนรู้เทคนิคการเขียนชื่อบทความ (Title) และการเขียนคำอธิบายของเว็บไซต์ (Description) ซึ่งเป็นสิ่งที่ Google นำไปใส่ไว้ในหน้าแสดงผลการค้นหา จึงเป็นส่วนสำคัญต่อการจัดอันดับที่ดี ทำให้มีโอกาสอยู่ในหน้าแรก ๆ ผลลัพธ์ก็คือทำให้ผู้ชมเห็นเว็บไซต์ของเราก่อน และมีโอกาสเข้าเลือกซื้อสินค้าก่อนคู่แข่ง การเขียนชื่อบทความและคำอธิบายเว็บมีหลักง่าย ๆ คือจำกัดตัวอักษรให้เหมาะสมและอย่าลืมใส่คีย์เวิร์ดสำคัญลงไปด้วย สำหรับการเขียนชื่อเรื่องแนะนำให้ใช้ตัวอักษรประมาณ 65 ตัวหรือประมาณ 7-10 คำ ส่วนการเขียนคำอธิบายเกี่ยวกับเว็บไซต์ควรใช้ตัวอักษร 155 ตัว เขียนขาดได้เล็กน้อย แต่ไม่ควรเกินเพราะแสดงผลได้ไม่ครบทั้งหมด

ความรู้เรื่องเกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์พื้นฐานและการทำ SEO อ่านได้ในเว็บไซต์ทั่วไป ไม่ได้เป็นความลับสุดยอด โดยเฉพาะเรื่องการใช้คีย์เวิร์ด ควรสอดแทรกด้วยคีย์เวิร์ดในทุกช่องทางทั้งการตั้งชื่อของบทความ การตั้งชื่อไฟล์ คำอธิบายรูปภาพและการใส่คีย์เวิร์ดในชื่อวิดีโอ ซึ่งจะมีผลดีต่อการทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาเว็บได้รวดเร็วขึ้น ทุกวิธีต้องทำอย่างถูกต้องด้วย การใช้คีย์เวิร์ดปรากฏบนหน้าเว็บไซต์มากเกินไปทำให้ผู้ใช้มีปัญหาในการอ่านข้อมูล เรื่องที่ดูเหมือนง่ายอาจจะไม่ง่ายนักหากขาดความพอดี ลองใช้คีย์เวิร์ดที่คิดว่าเหมาะสมก่อน ถ้าผลลัพธ์ไม่มีประสิทธิภาพ ต้องปรับเปลี่ยนใช้คำอื่น ๆ หรือเพิ่มคำขยายที่อาจให้ผลการค้นหารวดเร็วและตรงกับความต้องการมากกว่า พยายามอ่านคำแนะนำที่เป็นประโยชน์อยู่เสมอเพื่อให้การสร้างเนื้อหาคอนเทนต์และการทำ SEO เกิดประโยชน์กับเว็บไซต์มากยิ่งขึ้น

มากกว่าที่คุณคิดสำหรับการทำ SEO

แนวทาง SEO อื่นๆ

วิธีการทำ SEO ให้ชนะคู่แข่งยักษ์ใหญ่

รวมบิ๊กแบรนด์ใหญ่ในโลก

ทำอย่างไรธุรกิจขนาดเล็กจึงจะแข่งขันกับบริษัทยักษ์ใหญ่ได้ วิธีการไม่ยาก ต้องใช้คีย์เวิร์ดที่เฉพาะเจาะจงเพื่อเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายโดยตรง ถ้าใช้คีย์เวิร์ดคำเดียวสั้น ๆ จะเป็นคำที่มีการแข่งขันสูง เมื่อพิมพ์ลงใน Google ทำการจัดอันดับ ผลลัพธ์ออกมาบริษัทยักษ์ใหญ่จะออกมาในหน้าแรก ๆ จึงยากที่ธุรกิจขนาดเล็กจะแจ้งเกิดได้ ถ้าไม่ใช้คีย์เวิร์ดเฉพาะแล้ว การทำ SEO แข่งขันกับบริษัทยักษ์ใหญ่แทบไม่มีความเป็นไปได้เลย ลองจินตนาการว่าเว็บไซต์เป็นร้านขายของ หากร้านค้าเหล่านั้นตั้งอยู่ในสถานที่ระดับพรีเมียม เช่น สยามสแควร์ ปริมาณและคุณภาพของผู้ซื้อจะสูง ยอดขายอาจพุ่งกระฉูด แต่ราคาค่าเช่าในศูนย์การค้าย่านสยามมีราคาแพงเกินไปสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ในทำนองเดียวกันถ้าคุณใช้คำทั่วไปเป็นคีย์เวิร์ดในการค้นหาจะไม่มีชื่อปรากฏในหน้าแรก ๆ คีย์เวิร์ดที่มีคำขยายจึงเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา ทำให้ Google เจาะเข้าไปที่เว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมน้อยกว่า มีโอกาสที่ลูกค้าจะเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณมากขึ้น สามารถสร้างรายได้ในระดับที่ต้องการได้

มาวิเคราะห์แบรนด์ยักใหญ่สักนิด

ยกตัวอย่างแบรนด์ Fashion Nova เป็นร้านค้าปลีกในรัฐแคลิฟอร์เนียที่สหรัฐ ขายสินค้าเสื้อผ้าผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ พอเริ่มเปิดธุรกิจอีคอมเมิร์ซชื่อเว็บไซต์ FashionNova.com เมื่อปี พ.ศ.2556 ปรากฏว่าใช้คีย์เวิร์ด “Fashion” คำเดียวไม่ประสบความสำเร็จ เพราะคีย์เวิร์ดนี้มีการแข่งขันสูงมาก ต้องแข่งขันกับแบรนด์ใหญ่ ๆ พอเปลี่ยนจากคำว่าแฟชั่นเป็น “jeans” เกมเปลี่ยนมือ ชื่อของ Fashion Nova เข้าไปอยู่อันดับที่ 3 ในการจัดอันดับเว็บไซต์ของ Google แซงหน้าแบรนด์ชั้นนำมากมาย เช่น American Eagle Outfitters , Nordstrom , Lucky Brand และ Hollister ที่โด่งดังและครองตลาดเสื้อผ้าผู้หญิงมาก่อน

ตัวอย่างนี้แสดงถึงความสำคัญของการเลือกคีย์เวิร์ดที่เฉพาะเจาะจง ชูจุดเด่นของแบรนด์เพื่อทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ทั้งที่แบรนด์ Fashion Nova ไม่ได้มีงบประมาณด้านการตลาดหรือการทำโปรไฟล์ backlink มากเท่ากับคู่แข่ง แม้ว่า backlink จะเป็นปัจจัยหนึ่งในกระบวนการทำ SEO ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ลิงก์เป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนความสำเร็จ การสร้างลิงก์กับเว็บคุณภาพที่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันอาจทำให้ Google พิจารณาจัดอันดับเว็บไซต์ของคุณให้ดีขึ้น แต่การค้นหาชื่อแบรนด์เพื่ออุดหนุนสินค้าและเข้ามาซื้อซ้ำอีกบ่อย ๆ เป็นปัจจัยสำคัญในการจัดอันดับมากกว่า

สำหรับธุรกิจขนาดเล็กคงไม่ต้องการให้คนเข้ามาดูจำนวนมากแล้วกดออก แต่ต้องการยอดขายที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง หากคีย์เวิร์ดทำให้ลูกค้าเข้าถึงเว็บไซต์ได้ ต้องเตรียมโครงสร้างเว็บไซต์ที่สวยงาม มีข้อมูลรายละเอียดและราคาที่แข่งขันได้ รวมทั้งเตรียมบทความดีๆ ชูจุดเด่นของแบรนด์ว่าทำไมลูกค้าต้องซื้อสินค้าของคุณ ทั้งหมดมีความสำคัญที่จะทำให้การทำ SEO สร้างความสำเร็จให้แบรนด์ของคุณมีรายได้เข้ามาตลอดเวลา อาจจะแข่งขันสู้แบรนด์ใหญ่ไม่ได้ แต่ความเติบโตอย่างยั่งยืนคือรากฐานสำคัญที่จะทำให้คุณเติบโตเป็นแบรนด์ชั้นนำในอนาคต

แนวทาง SEO อื่นๆ

จ้างบริษัทรับทำ SEO โฆษณาให้แบบครบวงจร

บริษัทรับทำ SEO

ทุกวันนี้เราเห็นบริษัทรับทำ SEO เสนอตัวเข้ามาช่วยทำการตลาดออนไลน์ด้วยการจัดหาบทความมาลงในเว็บไซต์และการใช้คีย์เวิร์ดเพิ่มโอกาสการค้นหาให้ เว็บไซต์ติดอันดับ ต้นๆ ในกูเกิ้ล ซึ่งกระตุ้นความสนใจทำให้เว็บไซต์จำนวนมากเข้ามาใช้บริการ โดยหวังว่าจะให้ลูกค้ามองเห็นก่อน ด้วยเชื่อว่าการเข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุดจะมีโอกาสขายสินค้าและบริการได้ก่อน เรื่องนี้มีความจริงอยู่มาก การตลาดออนไลน์มีวิธีทำได้ไม่ยากหากเปิดใจรับมืออาชีพเข้ามาช่วยโฆษณาให้แบบครบวงจร รวมถึงการใช้โซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Youtube, Line หรือ Instagram ช่วยโฆษณาสินค้าและขายสินค้าได้เป็นอย่างดี เราอาจคิดว่าตัวเองน่าจะทำได้เหมือนกัน แต่ผลที่ได้รับตอบกลับมาอาจไม่น่าพอใจนัก หากจะให้ดี เราควรหันไปโฟกัสเรื่องธุรกิจของตนเองให้ดีขึ้น ส่วนเรื่องกลยุทธ์การทำตลาดปล่อยให้เป็นเรื่องของมืออาชีพซึ่งบริษัทที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงจะทำได้ดีมีประสิทธิภาพมากกว่า

การตลาดของเหล่า SEO

การทำการตลาด SEO เพื่อกระตุ้นยอดขายและบริการ สิ่งแรกที่จะได้กลับมาคือการสร้างเส้นทางเชื่อมโยงให้ลูกค้าที่ใส่คีย์เวิร์ดค้นหาสามารถเข้ามาชมเว็บไซต์รวดเร็วและง่ายดาย สร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจอย่างมาก จำนวนคนเข้าชมเพิ่มขึ้น โอกาสขายมากขึ้น ทำให้หลายบริษัทต่างเลือกช่องทางใช้บริการทำ SEO ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการซื้อโฆษณาในสื่อดั้งเดิมอย่างหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ป้ายบิลบอร์ดและประหยัดมากกว่าในสื่อสังคมออนไลน์ซึ่งตอนนี้แม้แต่เฟซบุ๊กยังเรียกเก็บค่าโปรโมทโฆษณาแล้ว และสนนราคาค่าบริการยังปรับแพงขึ้นอีกด้วย ถ้าคิดว่ารับมือกับการคำนวณค่าโปรโมทเว็บของเฟซบุ๊กไม่ไหว ลองใช้บริการการตลาดออนไลน์จะประหยัดกว่ามาก อาจเลือกใช้บริการเป็นรายเดือนก็ได้เพื่อประกันอันดับให้อยู่ในหน้าแรกๆ ของกูเกิ้ล

หากงบประมาณมีจำกัด สามารถเลือกใช้บริการ SEO เข้าช่วยได้ เป็นผลดีต่อการโปรโมทเว็บไซต์นำเสนอสินค้าและบริการที่มีอยู่เกลื่อนตลาดให้โดดเด่นบนหน้าการค้นหาของกูเกิ้ล เข้าตาผู้บริโภคง่ายและรวดเร็ว ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าการทำตลาดออนไลน์ด้วยวิธี SEO จะไม่เห็นผลตอบรับต่อธุรกิจเร็วนัก แม้ว่าจะมีคนเข้ามาดูเว็บไซต์มากขึ้น แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นในทันที เพราะลูกค้ายังเห็นตัวเลือกอื่นที่คล้ายกัน อาจเข้าไปดูเว็บต่างๆ พิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ หากเราหวังมากเกินไป คิดว่าจะเห็นผลโดยเร็ว จะผิดหวังและหมดกำลังใจเอาง่ายๆ ถ้าเลิกกลางคันจะเสียเงินไปเปล่าๆ เมื่อผู้บริโภคเริ่มรู้จักแบรนด์มากขึ้นแล้ว ควรสานต่อการทำตลาดออนไลน์ทั้งด้านการเพิ่มคีย์เวิร์ดใหม่ให้เข้าถึงเป้าหมายมากขึ้น ปรับปรุงสินค้าหรือบริการ แก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้ามากที่สุดจึงจะสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าตอบสนองสิ่งที่พวกเขาต้องการได้มากกว่าคู่แข่ง ผลลัพธ์ของการใช้บริการทำตลาดออนไลน์จะตอบแทนอย่างคุ้มค่าแน่นอน

Seo การตลาดออนไลน์